Tinder ใช้ AI ส่องรูปในมือถือ เพื่อหาคู่ที่ ‘เข้าใจตัวตน’ มากกว่าแค่สไลด์ขวา

user avatar
Ta(Phanuphong.Taptimthong)·2025-11-12T04:53Z
点赞
Tinder ใช้ AI ส่องรูปในมือถือ เพื่อหาคู่ที่ ‘เข้าใจตัวตน’ มากกว่าแค่สไลด์ขวา

ใครเคยใช้ Tinder แล้วปวดหัวกับคำถามในใจว่า “คนนี้ใช่จริงไหม หรือแค่ถ่ายรูปดี?”
หรือเคยเจอเหตุการณ์ปวดตับ “คุยถูกคอ แต่เจอตัวจริงแล้วอยากกด Unmatch”

ตอนนี้ Tinder ดูเหมือนจะรู้ปัญหานี้ดี เพราะกำลังเตรียมเขย่าวงการเดตออนไลน์ด้วยฟีเจอร์ใหม่สุดล้ำที่ใช้ AI เข้ามา “รู้จักเรา” ผ่านคำถาม และรูปใน Camera Roll ของเราเอง!

พูดง่าย ๆ คือ Tinder อยากให้ AI มาช่วยจับทางว่า “เราเป็นคนแบบไหน” จากรูปถ่ายชีวิตจริง — ไม่ว่าจะเป็นรูปปีนเขา เล่นหมา หรือช็อปปิ้งกับเพื่อน เพื่อจับคู่กับคนที่ “ใจตรงกัน” มากกว่าแค่ “รูปโปรไฟล์ตรงสเปก”


เมื่อปัญญาประดิษฐ์กลายเป็นแม่สื่อ

ฟีเจอร์ชื่อ “Chemistry” เพราะความเข้ากันต้องมากกว่าแค่หน้าตา

Match Group บริษัทแม่ของ Tinder เผยว่า ฟีเจอร์นี้ชื่อว่า “Chemistry” (แปลตรงตัวก็ “เคมี”) ซึ่งจะใช้ AI ถามคำถามเพื่อทำความเข้าใจผู้ใช้ และ (ขออนุญาตก่อนนะ!) เข้าถึง รูปภาพใน Camera Roll เพื่อดูว่าเราชอบอะไร สนใจแบบไหน

ตัวอย่างเช่น ถ้าในมือถือคุณเต็มไปด้วยรูปเดินป่า ปีนเขา หรือรูปสัตว์เลี้ยง ฟีเจอร์นี้ก็จะใช้ข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์ แล้วเสนอคนที่มีไลฟ์สไตล์คล้าย ๆ กันให้คุณเจอเร็วขึ้น — ไม่ต้องเดาอีกต่อไปว่า “เขาชอบธรรมชาติจริงไหม หรือแค่ถ่ายรูปตอนทริปเดียวในปี 2019”

ตอนนี้ Tinder กำลังทดสอบฟีเจอร์นี้ที่ นิวซีแลนด์และออสเตรเลีย และประกาศว่าจะกลายเป็น เสาหลักสำคัญของ Tinder เวอร์ชันปี 2026


ba98702e-b538-43d8-8776-e4cbb0cedd1d.png

เบื้องหลังความโรแมนติก: Tinder ต้องการกู้ศรัทธา (และรายได้)

ถึงแม้จะฟังดูเท่และเทคโนโลยีสุด แต่สาเหตุที่ Tinder เร่งใช้ AI ก็ไม่ใช่แค่เพราะ “อยากเข้าใจผู้ใช้” เท่านั้น…
เพราะความจริงก็คือ Tinder กำลังเจอช่วงเวลาที่ยากลำบาก

รายงานจาก Match Group ระบุว่า Tinder มี ผู้ใช้แบบเสียเงินลดลงต่อเนื่อง 9 ไตรมาสติดต่อกัน และในไตรมาสล่าสุด รายได้จาก Tinder ลดลง 3% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ผู้ใช้ที่จ่ายเงินจริงลดลงถึง 7%

บริษัทแม่ถึงขั้นคาดว่าไตรมาสถัดไป Tinder จะมีผลกระทบทางรายได้กว่า 14 ล้านดอลลาร์ จากการทดสอบฟีเจอร์ใหม่ ๆ เหล่านี้

เรียกได้ว่า Tinder ไม่ได้เพียง “อยากเข้าใจผู้ใช้” แต่ยังต้อง “เข้าใจนักลงทุน” ด้วย


AI แทรกทุกมุมของ Tinder: จากการเลือกคู่ ถึงการกันดราม่า

นอกจากฟีเจอร์ Chemistry แล้ว Tinder ยังเอา AI มาใช้ในอีกหลายส่วน เช่น

  • AI Nudges: ระบบที่ช่วยเตือนผู้ใช้ก่อนส่งข้อความอาจจะไม่เหมาะสม ด้วยคำถามเบา ๆ ว่า “Are you sure?” — เพราะ Tinder ไม่อยากให้กล่องข้อความกลายเป็นสนามรบของการปั่น

  • AI Photo Picker: ฟีเจอร์ที่ช่วย “เลือกรูปที่ดีที่สุด” จากอัลบั้มให้เราอัตโนมัติ — ตัดปัญหาเลือกรูปผิดจนอีกฝ่ายคิดว่าเราเป็นคนละคนกับในชีวิตจริง

  • Profile Redesign & Verification: โปรไฟล์โฉมใหม่ที่ให้ข้อมูลและไบโออยู่บนภาพแรก พร้อมระบบยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นว่า “นี่ตัวจริง ไม่ใช่บอต”

ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า Tinder กำลังพยายามพลิกจากแอปเดตธรรมดาให้กลายเป็น “แพลตฟอร์มความสัมพันธ์ที่เข้าใจมนุษย์จริง ๆ” (แต่ก็ยังต้องสู้กับความไม่ไว้ใจของผู้ใช้เรื่อง “ความเป็นส่วนตัว” อยู่ดี)


แล้วเรื่อง Privacy ล่ะ? AI เข้าใจเรา แต่เรายังไว้ใจมันไหม?

จุดที่ผู้ใช้ทั่วโลกตั้งคำถามแรงมากคือ “AI จะรู้เรื่องเรามากเกินไปไหม?”
เพราะการให้ Tinder เข้าถึง Camera Roll หมายความว่าเรากำลัง “เปิดบ้าน” ให้แอปดูทุกโมเมนต์ — ไม่ว่าจะเป็นรูปงานเลี้ยง รูปครอบครัว หรือรูปแมวที่ถ่ายไว้ตอนตีสอง

แม้ Tinder จะยืนยันว่าฟีเจอร์นี้จะ “ขออนุญาตก่อนทุกครั้ง” และจะใช้เพื่อ “วิเคราะห์ความสนใจเท่านั้น” แต่เมื่อเทียบกับกรณีของ Meta (ที่เพิ่งออกฟีเจอร์ AI ที่ดูภาพในมือถือเพื่อแนะนำการแก้ไขรูปภาพอัตโนมัติ) หลายคนก็ยังไม่แน่ใจว่ามันคือ “ประโยชน์ของผู้ใช้” หรือ “ประโยชน์ของบริษัท” กันแน่


3c30103a-b185-4379-86d7-834aa8e6cd53.jpeg

Tinder กำลังเดิมพันครั้งใหญ่กับ “ความเข้าใจมากกว่าความสวย”

Tinder เคยเป็นสัญลักษณ์ของยุค “รักในยุคสไลด์ขวา” — ความสัมพันธ์ที่เริ่มจากรูปถ่ายเพียงใบเดียว แต่วันนี้ แอปนี้กำลังพยายามเปลี่ยนเกมใหม่ โดยบอกว่า “ความเข้ากัน” สำคัญกว่า “ความดูดี”

การนำ AI มาช่วยอ่านพฤติกรรมจริงของผู้ใช้ อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่พา Tinder กลับมา “น่าสนใจ” อีกครั้งในสายตาคนรุ่นใหม่ที่เริ่มเบื่อการเดตออนไลน์แบบเดิม ๆ
แต่ถ้า Tinder พลาด — เช่น ใช้ข้อมูลส่วนตัวมากเกินไป หรือระบบจับคู่ยังไม่ “ว้าว” พอ มันก็อาจกลายเป็นอีกหนึ่งความพยายามที่ดีแต่ไม่โดน


สรุป ความรักยุค AI – เมื่อความเข้าใจอาจอยู่ในไฟล์ Camera Roll

ฟีเจอร์ “Chemistry” ของ Tinder คือสัญญาณว่า อนาคตของเดตติ้งแอปจะไม่หยุดแค่ Swipe Right อีกต่อไป
AI จะเข้ามามีบทบาทในการรู้จักเรา ลองใจเรา และอาจ “ช่วยเราเลือกหัวใจ” ที่เหมาะสมกว่าเดิม

แต่สุดท้าย…ต่อให้ AI จะวิเคราะห์ได้ว่าคุณชอบหมาหรือแมว ชอบเที่ยวป่าหรือคาเฟ่
มันก็ยังไม่มีวันเข้าใจ “เคมี” แบบเดียวกับตอนที่เราหัวเราะพร้อมกันในชีวิตจริงอยู่ดี

บทความที่เกี่ยวข้อง

หากคุณใช้โซเชียลมีเดียมาสองปีที่ผ่านมา คุณคงเคยได้ยินคำว่า "เมตาเวิร์ส" กันมาบ้าง แต่หลายคนก็ยังสงสัยว่ามันคืออะไร ? เกม ชุดหูฟัง VR หรืออะไรสักอย่างที่หลุดออกมาจากหนังไซไฟกันแน่ ? แต่จริงๆ แล้วเมตาเวิร์สไม่ใช่ผลิตภัณฑ์เฉพาะ แต่เป็นพื้นที่ด
2025-09-22T09:44Z
Metaverse คืออะไร? เข้าใจภายใน 5 นาที
ทำไม Tinder ถึงเป็นที่นิยมทั่วโลกลองนึกภาพ … เมื่อหลายปีก่อน เวลาคนโสดอยากรู้จักใครซักคน พวกเขาอาจเริ่มจากแนะนำผ่านเพื่อน หรือไปตามงานสังคมใหญ่ๆ แต่ยุคนี้ “การปัดขวา-ปัดซ้าย” บนหน้าจอมือถือได้กลายเป็นหนึ่งในวิธีที่ง่ายและตรงที่สุดสำหรับการพ
Tinder แอปพลิเคชั่นคู่ใจของคนขี้เหงาและคนโสด
ในยุคที่คำว่า “AI” หรือ ปัญญาประดิษฐ์ กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเราอย่างไม่รู้ตัว คำถามที่น่าสนใจคือ คนไทยใช้ AI กันแค่ไหน ใช้โดยใคร และใช้ทำอะไรบ้าง ในบทความนี้ เราจะพาคุณท่องโลกเบื้องหลัง AI ในไทย ด้วยภาษาที่เรียบง่าย สนุกสนานแต
“AI กับชีวิตคนไทย: ใครใช้ มากแค่ไหน ใช้ทำอะไร ได้หมดที่นี่!”

บทความล่าสุดดูเพิ่มเติม

บ้านสะอาดไม่จำเป็นต้องแลกด้วยเวลาในวันที่งานประจำแน่น ไลฟ์สไตล์เร่งรีบ และเวลาพักผ่อนมีค่ามากขึ้น การทำความสะอาดบ้านจึงไม่ควรเป็นภาระอีกต่อไป นี่คือเหตุผลที่ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น กลายเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ Smart Home ที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในยุคน
หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ทำให้บ้านสะอาดได้เองโดยไม่ต้องออกแรง
เมื่อเทคโนโลยีไม่ได้มาแทนคน แต่เข้ามาช่วยคนชีวิตคนเมืองวันนี้เต็มไปด้วยงาน เวลา และความเร่งรีบ เครื่องใช้ไฟฟ้าจึงไม่ควรเป็นแค่ของใช้ แต่ต้องเป็น “ผู้ช่วย” ที่ลดภาระในชีวิตประจำวันได้จริง และนี่คือจุดที่ชื่อของ Autobot ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย
เครื่องใช้ไฟฟ้า Autobot จากผู้ช่วยในบ้านยุคใหม่ สู่ไอเท็มอัจฉริยะที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น
เมื่อเทคโนโลยีไม่ได้อยู่แค่ในหน้าจอถ้าพูดถึงชื่อ TCL ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงคือทีวีจอใหญ่ คมชัด ราคาดี แต่ในความเป็นจริง TCL ไม่ได้หยุดอยู่แค่ธุรกิจจอภาพอีกต่อไป วันนี้ TCL คือหนึ่งในแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ด้วยการผสานเท
เครื่องใช้ไฟฟ้า TCL จากผู้นำเทคโนโลยีจอสู่แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าครบวงจรที่คนยุคใหม่เลือกใช้

บทความยอดนิยม

บทความที่แนะนำ