วิธีทำให้ลูกชอบอ่านหนังสือ — ปลูกนิสัยรักการอ่านตั้งแต่ยังเล็กอย่างอ่อนโยนและยั่งยืน

user avatar
Ornicha.M (Kiw)·2025-11-11T06:24Z
点赞
วิธีทำให้ลูกชอบอ่านหนังสือ — ปลูกนิสัยรักการอ่านตั้งแต่ยังเล็กอย่างอ่อนโยนและยั่งยืน

หนังสือเล่มเล็ก ๆ กับรอยยิ้มของเด็กคนนั้น

มีใครเคยเป็นไหม...เวลาเห็นลูกนั่งเปิดหนังสือภาพแล้วหัวเราะเบา ๆ ตามเนื้อเรื่อง รู้สึกเหมือนหัวใจละลายไปทั้งดวง
ภาพเล็ก ๆ นั้นไม่ได้แค่ทำให้บ้านเงียบลง แต่ยังอบอุ่นขึ้นอย่างบอกไม่ถูก

แต่ในอีกมุมหนึ่ง หลายบ้านอาจกำลังเจอความท้าทายตรงข้าม ลูกไม่ชอบอ่านเลย
แค่เห็นหนังสือก็เบือนหน้า หรืออยู่ได้ไม่ถึงสามหน้าก็วางไปเล่นของอย่างอื่นแล้ว

จริง ๆ แล้ว “การอ่านหนังสือ” ไม่ได้เกิดขึ้นจากการบังคับ แต่เกิดจาก “การค่อย ๆ สร้างบรรยากาศ” ที่ทำให้เด็ก รู้สึกอยากอ่านด้วยตัวเอง

บทความนี้เลยอยากชวนพ่อแม่ทุกคนมาดู “วิธีทำให้ลูกชอบอ่านหนังสือ” อย่างเข้าใจธรรมชาติของเด็ก
แบบไม่ต้องกดดัน ไม่ต้องจับให้นั่งโต๊ะ แต่ค่อย ๆ ทำให้หนังสือกลายเป็นเพื่อนสนุกของลูกอย่างเป็นธรรมชาติ 💛

เผยเคล็ดลับนักอ่าน เริ่มต้นง่ายๆที่พ่อแม่ -  ภาพโลโก้ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

📖 การอ่านหนังสือสำคัญกับเด็กอย่างไร

การอ่านไม่ได้เป็นแค่ทักษะ แต่เป็น “พื้นฐานของการคิด” ที่ส่งผลต่อพัฒนาการทุกด้านของเด็ก

  1. กระตุ้นจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์
    เด็กที่อ่านหนังสือจะได้ฝึกสร้างภาพในหัวจากคำที่เห็น ฝึกจินตนาการแบบไม่มีขอบเขต

  2. เสริมทักษะภาษาและคำศัพท์
    หนังสือช่วยขยายคลังคำในสมอง เด็กจะพูดได้ชัดขึ้น เข้าใจคำซับซ้อนเร็วกว่าเด็กที่ไม่อ่าน

  3. พัฒนา EQ – ความเข้าใจอารมณ์
    หนังสือภาพหรือเรื่องเล่าทางอารมณ์ช่วยให้เด็กเข้าใจความรู้สึกของตัวเองและผู้อื่น
    เช่น เรื่องเกี่ยวกับมิตรภาพ ความเสียใจ หรือการให้อภัย

  4. ฝึกสมาธิและความอดทน
    การอ่านคือกิจกรรมที่ต้องใช้เวลา เด็กจะค่อย ๆ เรียนรู้การนั่งนิ่ง ฟัง และจดจ่อมากขึ้น

  5. สร้างสายสัมพันธ์ในครอบครัว
    ช่วงเวลาที่อ่านหนังสือด้วยกันคือ “เวลาทองของความผูกพัน”
    เพราะเด็กจะรู้สึกปลอดภัยและได้รับความรักผ่านเสียงอ่านและการอยู่ใกล้ชิด

🌸 แล้วทำไมบางเด็กถึง “ไม่ชอบอ่าน”?

ก่อนจะเริ่มเปลี่ยนนิสัย ต้องเข้าใจสาเหตุก่อน — เพราะบางทีไม่ใช่เด็กไม่อยากอ่าน แต่เพราะ “ยังไม่เจอจุดที่ใช่”

1. หนังสือยังไม่เหมาะกับวัย

เด็กแต่ละช่วงอายุมีพัฒนาการต่างกัน ถ้าให้หนังสือที่ซับซ้อนเกินไป เด็กจะเบื่อ
เช่น เด็กเล็กยังไม่เข้าใจตัวหนังสือมาก ก็ต้องใช้ “ภาพเป็นหลัก” มากกว่าเนื้อหา

2. สภาพแวดล้อมรอบตัวไม่ชวนให้อ่าน

ถ้าบ้านไม่มีมุมสงบ ไม่มีชั้นหนังสือที่หยิบง่าย เด็กจะรู้สึกว่าการอ่านคือกิจกรรมที่ “ต้องตั้งใจเกินไป”

3. ถูกเปรียบเทียบหรือบังคับ

“ลูกของคนนั้นอ่านได้ตั้งแต่ 3 ขวบแล้วนะ”
คำพูดแบบนี้อาจดูเบา ๆ แต่สำหรับเด็กคือแรงกดดัน และทำให้เขาเชื่อว่า “การอ่านไม่สนุกเลย”

4. อุปกรณ์ดิจิทัลดึงดูดกว่า

ในยุคที่เด็กคุ้นกับแท็บเล็ตตั้งแต่ยังไม่เข้าอนุบาล หนังสือที่ไม่มีเสียง ไม่มีสีเคลื่อนไหว ก็ยากจะแข่ง
ดังนั้นการสร้าง “สมดุล” ระหว่างสื่อดิจิทัลและหนังสือกระดาษจึงสำคัญมาก

5 ขั้นตอนเริ่มต้นง่าย ๆ ให้ลูกค่อย ๆ ชอบอ่านหนังสือ

🧩 1. เริ่มจาก “อ่านให้ฟัง” มากกว่า “ให้ลูกอ่านเอง”

การอ่านออกเสียงคือกุญแจสำคัญที่สุดของการปลูกนิสัยรักการอ่าน
เด็กเล็กไม่ได้ต้องเข้าใจทุกคำ แต่เสียงของพ่อแม่ที่อบอุ่นจะฝังอยู่ในใจ

อ่านให้ฟังเหมือนเล่านิทาน ไม่ต้องเคร่ง ให้เสียงมีจังหวะ สนุก และชวนให้ลูกมีส่วนร่วม
เช่น ชี้ภาพ ถามคำถามง่าย ๆ “ลูกคิดว่าเจ้าหมีกำลังทำอะไรอยู่?”

การอ่านให้ฟังบ่อย ๆ จะทำให้ลูกเชื่อมโยงว่า “หนังสือ = ความอบอุ่น”

🌈 2. จัด “มุมหนังสือ” ที่ลูกเข้าถึงง่าย

ไม่ต้องใหญ่ แค่มีชั้นไม้เตี้ย ๆ ที่ลูกหยิบเองได้
ลองเลือกวางหนังสือไว้ในระดับสายตาเด็กแทนการวางสูง ๆ

เพิ่มหมอนอิง พรมเล็ก ๆ หรือผ้าห่มนุ่ม ๆ จะช่วยให้มุมอ่านกลายเป็น “มุมโปรด”
และอย่าลืมตกแต่งให้สว่างด้วยแสงธรรมชาติหรือโคมไฟอุ่น ๆ

📚 3. เลือกหนังสือให้ตรง “จริตลูก” มากกว่า “เนื้อหาที่ผู้ใหญ่ชอบ”

เด็กแต่ละคนมีความสนใจต่างกัน
บางคนชอบรถไฟ บางคนชอบสัตว์ บางคนหลงรักเจ้าหญิง หรือบางคนชอบหนังสือภาพตลก ๆ

อย่ากังวลว่าเนื้อหาจะ “เบาเกินไป” เพราะสิ่งสำคัญคือ “ความสุขขณะอ่าน”
เมื่อเด็กเริ่มสนุก เขาจะอยากอ่านเล่มอื่น ๆ เองโดยอัตโนมัติ

เคล็ดลับ: ให้ลูกเลือกเองบ้าง เช่น ตอนเข้าร้านหนังสือ ลองให้ลูกเลือกเล่มที่อยากได้
เด็กจะรู้สึกมีส่วนร่วม และอยากเปิดอ่านมากกว่าหนังสือที่ถูกเลือกให้

🧠 4. ใช้ “การอ่าน” เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

ไม่จำเป็นต้องอ่านเฉพาะเวลาเรียนหรือก่อนนอน
เราอาจอ่านป้ายชื่อร้าน อ่านฉลากขนม หรืออ่านป้ายรถเมล์ให้ลูกฟัง
เพราะนั่นคือการสอนว่า “ตัวหนังสืออยู่รอบตัวเราเสมอ”

เด็กจะเริ่มเชื่อมโยงได้ว่า การอ่านไม่ใช่กิจกรรมพิเศษ แต่เป็น “ส่วนหนึ่งของทุกวัน”

🕊️ 5. สร้าง “พิธีกรรมเล็ก ๆ” รอบการอ่าน

เด็กชอบกิจกรรมที่มีความต่อเนื่อง เช่น

  • อ่านก่อนนอนทุกคืน 10 นาที

  • หรืออ่านในเช้าวันอาทิตย์หลังอาหารเช้า

ไม่ต้องยาว แต่ต้องสม่ำเสมอ
การทำซ้ำจะช่วยให้สมองเด็กจดจำว่า “นี่คือเวลาที่ปลอดภัยและสนุก”

9 เหตุผลที่พ่อแม่ทุกคนควร “อ่านให้ลูกฟัง”

🎨 เคล็ดลับเสริมให้การอ่านเป็นเรื่องสนุก

1. ทำเสียงตัวละครให้มีชีวิต

เวลาอ่านนิทาน ลองเปลี่ยนน้ำเสียง เช่น เสียงหมี เสียงเจ้าหญิง เสียงมังกร
เด็กจะหัวเราะและรอฟังตอนต่อไปทุกวัน

2. ใช้อุปกรณ์เสริม

ตุ๊กตาไม้ ตัวการ์ตูนเล็ก ๆ หรือภาพประกอบช่วยให้เด็กมีส่วนร่วม เช่น
“ใครอยากเป็นเจ้ากบน้อยในวันนี้?” แล้วให้ลูกถือของเล่นระหว่างฟัง

3. สลับกับหนังสือเสียงหรือ e-book

ในบางวัน อาจให้ลูกฟังนิทานเสียงจากแอปพลิเคชันแทนการอ่านด้วยตา
จะช่วยให้เด็กฝึกฟัง และรู้สึกว่าการอ่านไม่จำเจ

4. ชมเชยเมื่อเห็นลูกหยิบหนังสือ

ไม่ต้องรอให้เขาอ่านจบก่อนถึงจะชม
เพียงแค่ “ลูกหยิบหนังสือมาเปิดดูเอง” ก็ควรพูดว่า

“แม่ชอบจังที่ลูกหยิบหนังสือมาดูเอง เก่งมากเลยนะ”

คำพูดเล็ก ๆ แบบนี้ช่วยเสริมแรงใจให้เด็กอยากทำซ้ำ

5. ใช้การอ่านเป็น “สะพานสู่ความสัมพันธ์”

อย่าให้การอ่านกลายเป็นการแข่งขันว่า “ใครอ่านได้มากกว่า”
แต่ให้เป็นช่วงเวลาของความรัก เช่น นั่งกอดลูกอ่านไปด้วย หรือหัวเราะไปพร้อมกัน

📘 หนังสือประเภทไหนเหมาะกับเด็กแต่ละวัย

ช่วงวัย

ประเภทหนังสือที่เหมาะ

จุดเด่น

0–2 ปี

หนังสือผ้า, หนังสือเสียง, หนังสือภาพใหญ่ ๆ สีสด

กระตุ้นการมองเห็นและการสัมผัส

3–5 ปี

หนังสือภาพเล่าเรื่องสั้น ๆ มีคำซ้ำจดจำง่าย

ฝึกภาษาและความเข้าใจเหตุผล

6–8 ปี

หนังสือเรื่องราวยาวขึ้น, นิทานธรรมชาติ, หนังสือวิทยาศาสตร์เบื้องต้น

เสริมจินตนาการและความรู้ทั่วไป

9 ปีขึ้นไป

หนังสือการ์ตูนความรู้, นวนิยายเด็ก, วารสาร

ฝึกการคิดเชิงวิเคราะห์และความรับผิดชอบต่อการอ่าน

เคล็ดลับเล็กน้อย: อย่าลืม “หมุนเวียนหนังสือ” บ่อย ๆ
เพราะเด็กจะตื่นเต้นกับของใหม่อยู่เสมอ และจะอยากอ่านมากขึ้น

🧩 เหมาะกับใครที่อยากเริ่มปลูกนิสัยรักการอ่าน

  • พ่อแม่มือใหม่ ที่อยากเริ่มต้นกับลูกตั้งแต่ยังเล็ก

  • ครอบครัวที่มีเวลาไม่มาก แต่อยากให้ลูกได้อ่านอย่างมีคุณภาพ

  • ผู้ปกครองวัยเรียน ที่อยากให้ลูกสนใจหนังสือมากกว่าหน้าจอ

  • คุณครูและผู้ดูแลเด็กเล็ก ที่อยากสร้างบรรยากาศรักการอ่านในห้องเรียน

ไม่จำเป็นต้องมีห้องสมุดใหญ่ แค่มีหัวใจที่อยากให้ลูก “เห็นคุณค่าของหนังสือ” ก็เพียงพอแล้ว

🌼 เคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญด้านเด็ก

  1. เริ่มตั้งแต่ยังไม่พูดได้ – เด็กทารกก็สามารถจดจำจังหวะเสียงและภาพได้

  2. อย่าหวังผลเร็ว – เด็กบางคนใช้เวลาเป็นเดือนกว่าจะเริ่มสนใจหนังสือ

  3. ทำให้การอ่านเป็นกิจกรรมของครอบครัว – เมื่อพ่อแม่อ่าน ลูกจะอยากเลียนแบบ

  4. อย่าใช้การอ่านเป็นรางวัลหรือการลงโทษ – เพราะจะทำให้เด็กมองว่าการอ่านมีเงื่อนไข

  5. ให้ลูกเป็นผู้นำบ้าง – บางครั้งให้ลูก “อ่านให้ฟัง” (แม้ยังไม่อ่านได้จริง) จะช่วยสร้างความภูมิใจ

🌻 สรุป: การปลูกนิสัยรักการอ่าน เริ่มได้จาก “หน้าหนังสือหน้าแรกในใจของพ่อแม่”

สิ่งที่ทำให้ลูกชอบอ่านไม่ใช่เทคนิคพิเศษ หรือหนังสือแพง ๆ
แต่คือ “บรรยากาศที่อบอุ่น” ที่ทำให้เด็กอยากเปิดหนังสือเล่มต่อไปด้วยหัวใจที่ยิ้ม

เพราะเด็กจะไม่จำได้หรอกว่าเราอ่านกี่เล่ม
แต่จะจำได้ว่า “ตอนอ่านหนังสือด้วยกัน เขามีความสุขขนาดไหน”

เริ่มต้นวันนี้ ไม่ต้องรีบ แค่เปิดหนังสือแล้วอ่านให้ลูกฟังสักหน้า
พรุ่งนี้ก็อ่านอีกหน้านึง วันต่อไปอีกหน้านึง
จนวันหนึ่ง...ลูกจะหยิบหนังสือมาเปิดเองโดยที่เราไม่ต้องบอกเลย 🌷📖

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทารกควรเริ่มดื่มนมวัวเมื่อไหร่?⚠️ โปรดอ่านบทความนี้ขณะดูแลลูกน้อยของคุณ!หลายคนอาจสงสัยว่า “ลูกน้อยสามารถเริ่มดื่มนมวัวได้เมื่อไหร่?”คำแนะนำจาก สถาบันกุมารเวชศาสตร์แห่งสหรัฐอเมริกา (AAP) ระบุว่า ทารกควรได้รับ นมแม่เพียงอย่างเดียวหรือนมผงเสริ
ทารกควรเริ่มดื่มนมวัวเมื่อไหร่? เรื่องที่คุณแม่ต้องรู้ก่อนเดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน!
หนังสือแม่เหล็กแต่งตัว (Magnetic Dress-Up Book) จากแบรนด์ BHQ Toyทำไมควรเลือกหนังสือแม่เหล็กแต่งตัว? 📘1. ส่งเสริมจินตนาการและการเล่นเชิงสร้างสรรค์เด็กสามารถเลือกชุดแต่งตัวและสร้างเรื่องราวของตัวละครได้ตามจินตนาการ ช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสร
หนังสือเสริมพัฒนาการให้ลูกน้อย : หนังสือแม่เหล็กแต่งตัว (Magnetic Dress-Up Book)
ตั้งแต่วินาทีแรกที่ลูกน้อยลืมตาดูโลก พ่อแม่ทุกคนต่างเปี่ยมด้วยความรักและความรับผิดชอบที่ไม่มีที่สิ้นสุด มุ่งมั่นที่จะมอบการดูแลที่ดีที่สุดให้กับเจ้าตัวเล็ก ผิวของลูกที่บอบบางราวกลีบดอกไม้ ย่อมต้องการการปกป้องเป็นพิเศษ วาสลีนสำหรับเด็กจึงกลา
ทำไมวาสลีนถึงสำคัญสำหรับลูกน้อย ?

บทความล่าสุดดูเพิ่มเติม

เมื่อลมหายใจของวันคือการดูแลลูกน้อย เครื่องปั๊มนมที่ดีคืออีกหนึ่งแรงสนับสนุนที่ช่วยให้ทุกวันง่ายขึ้นในช่วงเวลาที่ชีวิตหมุนรอบตัวลูก ไม่ว่าจะเป็นการให้นม การกล่อม การดูแล การพักผ่อนที่ไม่เป็นเวลา หนึ่งในสิ่งที่ช่วยผ่อนแรงพ่อแม่ยุคใหม่ได้มากค
Dr.isla เครื่องปั๊มนมไฟฟ้า 3 โหมด 9 ระดับ รุ่น EB11 วัสดุปลอดภัยไร้ BPA ตัวช่วยให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นเรื่องเบาสบายขึ้น
ในช่วงเวลาที่เห็นเด็ก ๆ นั่งก้มหน้าต่อชิ้นส่วนเล็ก ๆ อย่างตั้งใจ บางคนเงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจ บางคนหัวเราะออกมาเมื่อประกอบชิ้นส่วนสำเร็จ สิ่งเหล่านี้ทำให้มองเห็นเสน่ห์ของ เลโก้ แบบชัดเจนมากขึ้น มันไม่ใช่แค่ของเล่นที่มีสีสันสดใส แต่เป็นของ
เลโก้ ของเล่นเสริมพัฒนาการที่มากกว่า “ความสนุก” จุดประกายจินตนาการให้เด็กทุกวัย
หนึ่งในไอเทมที่มองว่าเป็นของใช้พื้นฐานที่สุด แต่พอหายไปจากบ้านทีไร ทุกคนจะรู้สึกได้ทันทีว่าชีวิตสะดุด คือ “ผ้าเช็ดทำความสะอาด” โดยเฉพาะผ้าเช็ดสำหรับเด็ก ที่ออกแบบให้มีความอ่อนโยนเป็นพิเศษและใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะใช้เช็ดมือ เช็ดหน้า เช็ด
GAIFEEL ผ้าเช็ดทำความสะอาดเด็ก 100 แผ่น ผ้าเช็ดเด็กสีเขียวไม่มีกลิ่น ไอเทมเบสิกที่ต้องมีติดบ้าน ทั้งสะอาด อ่อนโยน และคุ้มค่าแบบสุดๆ