วิธีทำให้ลูกชอบอ่านหนังสือ — ปลูกนิสัยรักการอ่านตั้งแต่ยังเล็กอย่างอ่อนโยนและยั่งยืน

หนังสือเล่มเล็ก ๆ กับรอยยิ้มของเด็กคนนั้น
มีใครเคยเป็นไหม...เวลาเห็นลูกนั่งเปิดหนังสือภาพแล้วหัวเราะเบา ๆ ตามเนื้อเรื่อง รู้สึกเหมือนหัวใจละลายไปทั้งดวง
ภาพเล็ก ๆ นั้นไม่ได้แค่ทำให้บ้านเงียบลง แต่ยังอบอุ่นขึ้นอย่างบอกไม่ถูก
แต่ในอีกมุมหนึ่ง หลายบ้านอาจกำลังเจอความท้าทายตรงข้าม ลูกไม่ชอบอ่านเลย
แค่เห็นหนังสือก็เบือนหน้า หรืออยู่ได้ไม่ถึงสามหน้าก็วางไปเล่นของอย่างอื่นแล้ว
จริง ๆ แล้ว “การอ่านหนังสือ” ไม่ได้เกิดขึ้นจากการบังคับ แต่เกิดจาก “การค่อย ๆ สร้างบรรยากาศ” ที่ทำให้เด็ก รู้สึกอยากอ่านด้วยตัวเอง
บทความนี้เลยอยากชวนพ่อแม่ทุกคนมาดู “วิธีทำให้ลูกชอบอ่านหนังสือ” อย่างเข้าใจธรรมชาติของเด็ก
แบบไม่ต้องกดดัน ไม่ต้องจับให้นั่งโต๊ะ แต่ค่อย ๆ ทำให้หนังสือกลายเป็นเพื่อนสนุกของลูกอย่างเป็นธรรมชาติ 💛
📖 การอ่านหนังสือสำคัญกับเด็กอย่างไร
การอ่านไม่ได้เป็นแค่ทักษะ แต่เป็น “พื้นฐานของการคิด” ที่ส่งผลต่อพัฒนาการทุกด้านของเด็ก
-
กระตุ้นจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์
เด็กที่อ่านหนังสือจะได้ฝึกสร้างภาพในหัวจากคำที่เห็น ฝึกจินตนาการแบบไม่มีขอบเขต -
เสริมทักษะภาษาและคำศัพท์
หนังสือช่วยขยายคลังคำในสมอง เด็กจะพูดได้ชัดขึ้น เข้าใจคำซับซ้อนเร็วกว่าเด็กที่ไม่อ่าน -
พัฒนา EQ – ความเข้าใจอารมณ์
หนังสือภาพหรือเรื่องเล่าทางอารมณ์ช่วยให้เด็กเข้าใจความรู้สึกของตัวเองและผู้อื่น
เช่น เรื่องเกี่ยวกับมิตรภาพ ความเสียใจ หรือการให้อภัย -
ฝึกสมาธิและความอดทน
การอ่านคือกิจกรรมที่ต้องใช้เวลา เด็กจะค่อย ๆ เรียนรู้การนั่งนิ่ง ฟัง และจดจ่อมากขึ้น -
สร้างสายสัมพันธ์ในครอบครัว
ช่วงเวลาที่อ่านหนังสือด้วยกันคือ “เวลาทองของความผูกพัน”
เพราะเด็กจะรู้สึกปลอดภัยและได้รับความรักผ่านเสียงอ่านและการอยู่ใกล้ชิด
🌸 แล้วทำไมบางเด็กถึง “ไม่ชอบอ่าน”?
ก่อนจะเริ่มเปลี่ยนนิสัย ต้องเข้าใจสาเหตุก่อน — เพราะบางทีไม่ใช่เด็กไม่อยากอ่าน แต่เพราะ “ยังไม่เจอจุดที่ใช่”
1. หนังสือยังไม่เหมาะกับวัย
เด็กแต่ละช่วงอายุมีพัฒนาการต่างกัน ถ้าให้หนังสือที่ซับซ้อนเกินไป เด็กจะเบื่อ
เช่น เด็กเล็กยังไม่เข้าใจตัวหนังสือมาก ก็ต้องใช้ “ภาพเป็นหลัก” มากกว่าเนื้อหา
2. สภาพแวดล้อมรอบตัวไม่ชวนให้อ่าน
ถ้าบ้านไม่มีมุมสงบ ไม่มีชั้นหนังสือที่หยิบง่าย เด็กจะรู้สึกว่าการอ่านคือกิจกรรมที่ “ต้องตั้งใจเกินไป”
3. ถูกเปรียบเทียบหรือบังคับ
“ลูกของคนนั้นอ่านได้ตั้งแต่ 3 ขวบแล้วนะ”
คำพูดแบบนี้อาจดูเบา ๆ แต่สำหรับเด็กคือแรงกดดัน และทำให้เขาเชื่อว่า “การอ่านไม่สนุกเลย”
4. อุปกรณ์ดิจิทัลดึงดูดกว่า
ในยุคที่เด็กคุ้นกับแท็บเล็ตตั้งแต่ยังไม่เข้าอนุบาล หนังสือที่ไม่มีเสียง ไม่มีสีเคลื่อนไหว ก็ยากจะแข่ง
ดังนั้นการสร้าง “สมดุล” ระหว่างสื่อดิจิทัลและหนังสือกระดาษจึงสำคัญมาก
5 ขั้นตอนเริ่มต้นง่าย ๆ ให้ลูกค่อย ๆ ชอบอ่านหนังสือ
🧩 1. เริ่มจาก “อ่านให้ฟัง” มากกว่า “ให้ลูกอ่านเอง”
การอ่านออกเสียงคือกุญแจสำคัญที่สุดของการปลูกนิสัยรักการอ่าน
เด็กเล็กไม่ได้ต้องเข้าใจทุกคำ แต่เสียงของพ่อแม่ที่อบอุ่นจะฝังอยู่ในใจ
อ่านให้ฟังเหมือนเล่านิทาน ไม่ต้องเคร่ง ให้เสียงมีจังหวะ สนุก และชวนให้ลูกมีส่วนร่วม
เช่น ชี้ภาพ ถามคำถามง่าย ๆ “ลูกคิดว่าเจ้าหมีกำลังทำอะไรอยู่?”
การอ่านให้ฟังบ่อย ๆ จะทำให้ลูกเชื่อมโยงว่า “หนังสือ = ความอบอุ่น”
🌈 2. จัด “มุมหนังสือ” ที่ลูกเข้าถึงง่าย
ไม่ต้องใหญ่ แค่มีชั้นไม้เตี้ย ๆ ที่ลูกหยิบเองได้
ลองเลือกวางหนังสือไว้ในระดับสายตาเด็กแทนการวางสูง ๆ
เพิ่มหมอนอิง พรมเล็ก ๆ หรือผ้าห่มนุ่ม ๆ จะช่วยให้มุมอ่านกลายเป็น “มุมโปรด”
และอย่าลืมตกแต่งให้สว่างด้วยแสงธรรมชาติหรือโคมไฟอุ่น ๆ
📚 3. เลือกหนังสือให้ตรง “จริตลูก” มากกว่า “เนื้อหาที่ผู้ใหญ่ชอบ”
เด็กแต่ละคนมีความสนใจต่างกัน
บางคนชอบรถไฟ บางคนชอบสัตว์ บางคนหลงรักเจ้าหญิง หรือบางคนชอบหนังสือภาพตลก ๆ
อย่ากังวลว่าเนื้อหาจะ “เบาเกินไป” เพราะสิ่งสำคัญคือ “ความสุขขณะอ่าน”
เมื่อเด็กเริ่มสนุก เขาจะอยากอ่านเล่มอื่น ๆ เองโดยอัตโนมัติ
เคล็ดลับ: ให้ลูกเลือกเองบ้าง เช่น ตอนเข้าร้านหนังสือ ลองให้ลูกเลือกเล่มที่อยากได้
เด็กจะรู้สึกมีส่วนร่วม และอยากเปิดอ่านมากกว่าหนังสือที่ถูกเลือกให้
🧠 4. ใช้ “การอ่าน” เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน
ไม่จำเป็นต้องอ่านเฉพาะเวลาเรียนหรือก่อนนอน
เราอาจอ่านป้ายชื่อร้าน อ่านฉลากขนม หรืออ่านป้ายรถเมล์ให้ลูกฟัง
เพราะนั่นคือการสอนว่า “ตัวหนังสืออยู่รอบตัวเราเสมอ”
เด็กจะเริ่มเชื่อมโยงได้ว่า การอ่านไม่ใช่กิจกรรมพิเศษ แต่เป็น “ส่วนหนึ่งของทุกวัน”
🕊️ 5. สร้าง “พิธีกรรมเล็ก ๆ” รอบการอ่าน
เด็กชอบกิจกรรมที่มีความต่อเนื่อง เช่น
-
อ่านก่อนนอนทุกคืน 10 นาที
-
หรืออ่านในเช้าวันอาทิตย์หลังอาหารเช้า
ไม่ต้องยาว แต่ต้องสม่ำเสมอ
การทำซ้ำจะช่วยให้สมองเด็กจดจำว่า “นี่คือเวลาที่ปลอดภัยและสนุก”
🎨 เคล็ดลับเสริมให้การอ่านเป็นเรื่องสนุก
1. ทำเสียงตัวละครให้มีชีวิต
เวลาอ่านนิทาน ลองเปลี่ยนน้ำเสียง เช่น เสียงหมี เสียงเจ้าหญิง เสียงมังกร
เด็กจะหัวเราะและรอฟังตอนต่อไปทุกวัน
2. ใช้อุปกรณ์เสริม
ตุ๊กตาไม้ ตัวการ์ตูนเล็ก ๆ หรือภาพประกอบช่วยให้เด็กมีส่วนร่วม เช่น
“ใครอยากเป็นเจ้ากบน้อยในวันนี้?” แล้วให้ลูกถือของเล่นระหว่างฟัง
3. สลับกับหนังสือเสียงหรือ e-book
ในบางวัน อาจให้ลูกฟังนิทานเสียงจากแอปพลิเคชันแทนการอ่านด้วยตา
จะช่วยให้เด็กฝึกฟัง และรู้สึกว่าการอ่านไม่จำเจ
4. ชมเชยเมื่อเห็นลูกหยิบหนังสือ
ไม่ต้องรอให้เขาอ่านจบก่อนถึงจะชม
เพียงแค่ “ลูกหยิบหนังสือมาเปิดดูเอง” ก็ควรพูดว่า
“แม่ชอบจังที่ลูกหยิบหนังสือมาดูเอง เก่งมากเลยนะ”
คำพูดเล็ก ๆ แบบนี้ช่วยเสริมแรงใจให้เด็กอยากทำซ้ำ
5. ใช้การอ่านเป็น “สะพานสู่ความสัมพันธ์”
อย่าให้การอ่านกลายเป็นการแข่งขันว่า “ใครอ่านได้มากกว่า”
แต่ให้เป็นช่วงเวลาของความรัก เช่น นั่งกอดลูกอ่านไปด้วย หรือหัวเราะไปพร้อมกัน
📘 หนังสือประเภทไหนเหมาะกับเด็กแต่ละวัย
ช่วงวัย | ประเภทหนังสือที่เหมาะ | จุดเด่น |
|---|---|---|
0–2 ปี | หนังสือผ้า, หนังสือเสียง, หนังสือภาพใหญ่ ๆ สีสด | กระตุ้นการมองเห็นและการสัมผัส |
3–5 ปี | หนังสือภาพเล่าเรื่องสั้น ๆ มีคำซ้ำจดจำง่าย | ฝึกภาษาและความเข้าใจเหตุผล |
6–8 ปี | หนังสือเรื่องราวยาวขึ้น, นิทานธรรมชาติ, หนังสือวิทยาศาสตร์เบื้องต้น | เสริมจินตนาการและความรู้ทั่วไป |
9 ปีขึ้นไป | หนังสือการ์ตูนความรู้, นวนิยายเด็ก, วารสาร | ฝึกการคิดเชิงวิเคราะห์และความรับผิดชอบต่อการอ่าน |
เคล็ดลับเล็กน้อย: อย่าลืม “หมุนเวียนหนังสือ” บ่อย ๆ
เพราะเด็กจะตื่นเต้นกับของใหม่อยู่เสมอ และจะอยากอ่านมากขึ้น
🧩 เหมาะกับใครที่อยากเริ่มปลูกนิสัยรักการอ่าน
-
พ่อแม่มือใหม่ ที่อยากเริ่มต้นกับลูกตั้งแต่ยังเล็ก
-
ครอบครัวที่มีเวลาไม่มาก แต่อยากให้ลูกได้อ่านอย่างมีคุณภาพ
-
ผู้ปกครองวัยเรียน ที่อยากให้ลูกสนใจหนังสือมากกว่าหน้าจอ
-
คุณครูและผู้ดูแลเด็กเล็ก ที่อยากสร้างบรรยากาศรักการอ่านในห้องเรียน
ไม่จำเป็นต้องมีห้องสมุดใหญ่ แค่มีหัวใจที่อยากให้ลูก “เห็นคุณค่าของหนังสือ” ก็เพียงพอแล้ว
🌼 เคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญด้านเด็ก
-
เริ่มตั้งแต่ยังไม่พูดได้ – เด็กทารกก็สามารถจดจำจังหวะเสียงและภาพได้
-
อย่าหวังผลเร็ว – เด็กบางคนใช้เวลาเป็นเดือนกว่าจะเริ่มสนใจหนังสือ
-
ทำให้การอ่านเป็นกิจกรรมของครอบครัว – เมื่อพ่อแม่อ่าน ลูกจะอยากเลียนแบบ
-
อย่าใช้การอ่านเป็นรางวัลหรือการลงโทษ – เพราะจะทำให้เด็กมองว่าการอ่านมีเงื่อนไข
-
ให้ลูกเป็นผู้นำบ้าง – บางครั้งให้ลูก “อ่านให้ฟัง” (แม้ยังไม่อ่านได้จริง) จะช่วยสร้างความภูมิใจ
🌻 สรุป: การปลูกนิสัยรักการอ่าน เริ่มได้จาก “หน้าหนังสือหน้าแรกในใจของพ่อแม่”
สิ่งที่ทำให้ลูกชอบอ่านไม่ใช่เทคนิคพิเศษ หรือหนังสือแพง ๆ
แต่คือ “บรรยากาศที่อบอุ่น” ที่ทำให้เด็กอยากเปิดหนังสือเล่มต่อไปด้วยหัวใจที่ยิ้ม
เพราะเด็กจะไม่จำได้หรอกว่าเราอ่านกี่เล่ม
แต่จะจำได้ว่า “ตอนอ่านหนังสือด้วยกัน เขามีความสุขขนาดไหน”
เริ่มต้นวันนี้ ไม่ต้องรีบ แค่เปิดหนังสือแล้วอ่านให้ลูกฟังสักหน้า
พรุ่งนี้ก็อ่านอีกหน้านึง วันต่อไปอีกหน้านึง
จนวันหนึ่ง...ลูกจะหยิบหนังสือมาเปิดเองโดยที่เราไม่ต้องบอกเลย 🌷📖
แนะนำสำหรับคุณ
ปรับบุคลิกให้ดูดี: แค่เริ่มจากท่าทางง่ายๆ ก็เห็นผล!
Marshall Major V : Headphone สำหรับชาวร็อค
5 นาที แก้หิว! เครื่องทำแซนด์วิช - ให้วันของคุณเต็มไปด้วยพลัง!
พัดลมพกพายี่ห้อไหนเหมาะกับเรา มาดูวิธีการเลือกพัดลมพกพากันว่าต้องเลือกยังไงบ้าง
วิธีเลือกเสื้อเชิ้ต ไอเทมชิ้นเดียวที่เปลี่ยนลุคได้ทุกโอกาส
MacBook Air: เพื่อนคู่คิดในการทำงานที่เราขาดไม่ได้






