รองเท้า Mary Jane เทรนด์ความน่ารักแบบมีสไตล์ที่กลับมาแรงอีกครั้ง

ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ถ้าใครสังเกตเทรนด์แฟชั่นบนโซเชียล ทั้ง TikTok, Instagram หรือ Pinterest จะเห็นภาพของรองเท้าหนังน่ารัก ๆ แบบสายคาด มีหัวมนและดีไซน์เรียบง่ายเต็มไปหมด จนหลายคนเริ่มถามว่า “รองเท้าแบบนี้เรียกว่าอะไร?”
คำตอบก็คือ รองเท้า Mary Jane หรือที่หลายคนเรียกกันติดปากว่า “รองเท้าแมรี่เจน” นั่นเอง
รองเท้าคลาสสิกคู่นี้เป็นไอเทมที่อยู่ในโลกแฟชั่นมานานมาก เกิดขึ้นตั้งแต่ยุค 1900s แต่ด้วยความที่ดีไซน์เข้าได้กับหลายลุค ใส่ง่ายและให้ฟีลหวานปนเท่ ทำให้กลับมาฮิตในโลกแฟชั่นปีนี้อย่างแรง โดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่นและสาย Y2K ที่รักความวินเทจแบบมีความทันสมัย
บทความนี้จะพาไปดูว่าทำไมรองเท้า Mary Jane ถึงกลับมาฮิต ข้อดีของมันคืออะไร ใส่กับอะไรได้บ้าง และจะเลือกแบบไหนให้เหมาะกับสไตล์ของคุณที่สุด พร้อมเคล็ดลับง่าย ๆ ที่ช่วยให้รองเท้าคู่นี้เป็นไอเทมที่ใส่ได้ทุกวันแบบมั่นใจ
รองเท้าสไตล์ Mary Jane คืออะไร?
รองเท้า Mary Jane เป็นรองเท้าหนังหรือรองเท้าวัสดุใกล้เคียงกันที่มีจุดเด่นคือ
-
หัวรองเท้าทรงมน
-
สายคาดบนหลังเท้า
-
ดีไซน์เรียบแต่ให้ความรู้สึกหวานละมุน
ในอดีตเคยเป็นรองเท้าเด็กผู้หญิงที่ใส่ไปโรงเรียน แต่ปัจจุบันถูกนำมาดีไซน์ใหม่ให้ทันสมัยขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็นรูปทรงที่เพรียวขึ้น พื้นรองเท้าที่สูงขึ้น วัสดุที่หลากหลาย รวมถึงลวดลายที่ปรับให้เข้ากับความเป็นแฟชั่นยุคใหม่
รองเท้า Mary Jane จึงไม่ได้เป็นแค่ “รองเท้าเด็ก” อีกต่อไป แต่เป็นรองเท้าแฟชั่นผู้หญิงที่สวยได้หลายแนว
-
ลุคหวานแบบเจ้าหญิง
-
ลุควินเทจแบบยุค 90
-
ลุคมินิมอลเท่ ๆ
-
ลุคคลีนแบบสาวออฟฟิศ
-
ลุค Y2K แบบวัยรุ่นที่ชอบความสนุก
ด้วยดีไซน์ที่ใส่ง่ายและเข้าได้กับทุกช่วงวัย ทำให้เทรนด์รองเท้าแมรี่เจนเติบโตต่อเนื่องอย่างเห็นได้ชัด
ทำไมรองเท้า Mary Jane ถึงกลับมาฮิตอีกครั้ง?
1. กระแส Y2K และความวินเทจกำลังมาแรง
ยุคนี้เทรนด์ย้อนยุคถูกนำกลับมาเยอะมาก ตั้งแต่เสื้อผ้า กางเกงยีนส์ ทรงผม ไปจนถึงรองเท้า และ Mary Jane ก็เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของแฟชั่นวินเทจที่นำกลับมาได้อย่างลงตัว
2. ใส่ได้หลายโอกาส
จะใส่ไปทำงานก็สุภาพ ใส่ไปเรียนก็สบาย ใส่ไปเที่ยวก็ถ่ายรูปขึ้น ใส่ได้ทั้งวันไม่ดูแปลกตา
3. เข้ากับทุกสไตล์การแต่งตัว
ตั้งแต่เดรสหวาน ๆ กระโปรงจีบ เสื้อเชิ้ต กางเกงยีนส์ หรือแม้แต่ลุคโอเวอร์ไซส์สุดฮิต
4. ใส่ง่ายและสบายกว่า
ด้วยรูปทรงหัวมนและพื้นรองเท้าที่ค่อนข้างกว้าง ทำให้ใส่สบายมากกว่ารองเท้าหัวแหลมหรือรองเท้าส้นเข็ม
5. เป็นรองเท้าที่ทำให้ทรงขาดูเรียว
สายคาดทำให้เท้าดูเล็กและเรียวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
ทั้งหมดนี้รวมกันทำให้รองเท้า Mary Jane ไม่ใช่แค่ตามกระแส แต่กำลังกลายเป็นไอเทม “จำเป็น” ในตู้รองเท้าของผู้หญิงหลายคนแบบไม่รู้ตัว
ประเภทของรองเท้า Mary Jane ที่พบได้บ่อยในปัจจุบัน
เพื่อให้เลือกได้ง่ายขึ้น มารู้จักประเภทของรองเท้าแมรี่เจนที่ฮิตที่สุดตอนนี้กัน
1. Mary Jane ส้นเตี้ย
รุ่นยอดนิยมที่สุด ใส่ง่าย แมตช์ง่าย เหมาะกับชีวิตประจำวัน
2. Mary Jane ส้นตัน
ให้ลุคผู้ใหญ่ขึ้นนิด แต่ยังคงความน่ารักของสายคาด
3. Mary Jane ส้นสูงสไตล์วินเทจ
เหมาะกับงานทางการ หรือวันที่อยากได้ฟีลหวาน–เรียบหรู
4. Mary Jane แบบหนังแก้ว (Patent)
สะท้อนเบา ๆ ให้ฟีลคุณหนูมาก เหมาะกับลุคแฟชั่นถ่ายรูป
5. Mary Jane แบบลำลอง
วัสดุผ้า หรือโฟม เหมาะสำหรับสายชิลและการเดินระยะสั้น
รองเท้า Mary Jane ใส่กับอะไรถึงสวยที่สุด?
รองเท้า Mary Jane เป็นรองเท้าที่ไม่ต้องคิดมากก็ใส่สวย มาดูไอเดียมิกซ์แอนด์แมตช์กัน
1. เดรสลายดอกหรือเดรสคัตเอาต์
ได้ลุคผู้หญิงหวานน่ารักทันที
2. กระโปรงจีบ
สไตล์นักเรียนเกาหลี–ญี่ปุ่น
3. กางเกงยีนส์ขาตรง
ได้ฟีลเท่แต่มีความละมุน
4. เซ็ตสูทแบบมินิมอล
เพิ่มกลิ่นอายเฟมินีนเข้าไปในลุคออฟฟิศ
5. กางเกงผ้าทรงหลวม
สไตล์มินิมอลเกาหลี ใส่แล้วดูแพงแบบ effortless
6. ถุงเท้าข้อยาว/ถุงเท้าลายน่ารัก
เพิ่มความน่ารักขึ้นอีกขั้น เข้ากับอารมณ์ Mary Jane มาก
จุดเด่นของรองเท้า Mary Jane ที่ทำให้คนเลือกใส่
1. น่ารักแบบคลาสสิก
ดีไซน์หัวมนและสายคาดคือเอกลักษณ์ที่ไม่ตกยุค
2. ใส่ง่าย ไม่บีบเท้า
หัวมนทำให้ไม่เจ็บปลายเท้า เดินได้นาน
3. เข้ากับหลายลุคมาก
ตั้งแต่ลุคหวานจนถึงลุคชิค ๆ
4. ใส่แล้วขาเรียว
สายคาดช่วยให้เท้าดูเล็กขึ้น
5. มีหลายราคา
ตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพัน เลือกตามงบได้เลย
เลือกรองเท้า Mary Jane ยังไงให้เหมาะกับตัวเอง?
1. เลือกหัวรองเท้าที่เข้ากับรูปเท้า
หัวมน = ใส่ง่ายทุกเท้า
หัวแหลมมน = ดูเพรียวขึ้น
2. พื้นรองเท้าควรมีความนุ่ม
เพื่อให้เดินได้นานและไม่เมื่อย
3. ความสูงของส้นรองเท้า
-
ส้นเตี้ย = daily look
-
ส้นตัน = เพิ่มความสูงแต่ยังเดินสบาย
-
ส้นสูง = เหมาะกับงานทางการ
4. สีที่เลือกใส่ง่ายที่สุด
-
ดำ
-
ครีม
-
น้ำตาล
เข้ากับทุกชุดและทุกสไตล์
5. วัสดุของรองเท้า
-
หนังนิ่ม = ใส่สบาย
-
หนังแก้ว = ถ่ายรูปสวย
-
หนังสังเคราะห์ = ราคาย่อมเยา ดูแลง่าย
เคล็ดลับการใส่รองเท้า Mary Jane ให้สวยและมั่นใจยิ่งขึ้น
1. ใส่ถุงเท้าสีอ่อนหรือสีเข้าชุด
ช่วยเพิ่มความน่ารักและไม่กัดเท้า
2. ใช้แผ่นกันกัด
ถ้าเป็นรองเท้าใหม่จะยิ่งใส่นานขึ้นโดยไม่เจ็บ
3. หลีกเลี่ยงการใส่คู่กับถุงเท้าหนามาก
เพราะจะทำให้รองเท้าดูอึดอัด
4. เลือกส้นรองเท้าที่สูงเหมาะกับกิจกรรม
ถ้าวันเดินเยอะควรเน้นส้นเตี้ยหรือส้นตัน
5. ทาครีมบำรุงเท้าหลังถอดรองเท้า
เพื่อให้ผิวเท้าสวยและนุ่มอยู่เสมอ
สรุป: รองเท้า Mary Jane คือไอเทมที่กำลังกลับมาครองใจคนรุ่นใหม่อีกครั้ง
รองเท้า Mary Jane ไม่ได้เป็นแค่เทรนด์ชั่วคราว แต่เป็นรองเท้าที่มีเสน่ห์เหนือกาลเวลา ขึ้นแท่นเป็น “ไอเทมคลาสสิก” ที่หยิบมาใส่เมื่อไหร่ก็ยังดูดีเสมอ จุดเด่นของรองเท้า Mary Jane คือดีไซน์เรียบง่ายแต่มีความหวานนิด ๆ จากสายคาดบนหลังเท้า ทำให้เข้ากับหลากหลายลุคมากกว่าที่คิด ทั้งลุคทำงานแบบสุภาพ ลุคสบาย ๆ ในวันไปคาเฟ่ หรือแม้แต่ลุคแฟชั่นแบบวินเทจนิด ๆ ก็เข้ากันอย่างลงตัว
นอกจากนี้ Mary Jane ยังเป็นรองเท้าที่ใส่สบายและหยิบจับง่าย ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าส้นเตี้ย ส้นตัน หรือส้นสูง ก็ยังคงคาแรกเตอร์ความน่ารัก เรียบร้อย และดูแพงแบบไม่พยายาม ทำให้คนรุ่นใหม่สนุกกับการมิกซ์แอนด์แมตช์กันมากขึ้น
เมื่อเทรนด์แฟชั่นหันกลับมาโฟกัสความเรียบง่าย สบาย และใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน รองเท้า Mary Jane จึงตอบโจทย์ทั้งความสวยและความใช้สอยได้อย่างลงตัว และดูเหมือนว่าจะยังคงเป็นไอเทมที่ถูกพูดถึงอีกนาน เพราะมันคือรองเท้าที่ใครใส่ก็รอด และมีสไตล์เป็นของตัวเองเสมอ
แนะนำสำหรับคุณ
VR โลกเสมือนจริงที่จะทำให้จินตนาการไร้ขอบเขต
ชุดไทยประยุกต์ แต่งยังไงให้ดูดีทุกวัน ทำงานก็ได้ ทำบุญก็เริ่ด
Smart Phone : Poco สมาร์ทโฟนสำหรับสยเกมเมอร์
สำหรับผู้ใช้ Android ในปี 2025 นี่คือโทรศัพท์ Google Pixel ที่ดีที่สุดที่จะซื้อ
BAGSMART: แบรนด์กระเป๋ายุคใหม่ที่สะท้อนตัวตนของคนรุ่นใหม่
วิธีเลือกเสื้อเชิ้ต ไอเทมชิ้นเดียวที่เปลี่ยนลุคได้ทุกโอกาส
ไม่เคยตกกระแส! แนะนำรองเท้า Crocs แบรนด์มีสไตล์ ใส่สบาย
รองเท้าแตะที่แนะนำสำหรับฤดูร้อนปี 2025
“อุปกรณ์กำจัดขน ไม่ใช่เครื่องพันธนาการอันเปราะบาง แต่คือการประกาศอิสรภาพของร่างกายและความงามในแบบที่เราเลือกเอง”
น้ำหอมเครื่องเทศ ตัวเลือกน่าใช้ของคนชอบกลิ่นสุดหรู






