ChatGPT ไม่มีโฆษณา จริงเหรอ? ดราม่า ที่สั่นสะเทือนความเชื่อใจของผู้ใช้ AI

user avatar
Ta(Phanuphong.Taptimthong)·2025-12-09T04:35Z
点赞
ChatGPT ไม่มีโฆษณา จริงเหรอ? ดราม่า ที่สั่นสะเทือนความเชื่อใจของผู้ใช้ AI

โลก AI ช่วงนี้ไม่เคยเงียบเลย เหมือนเป็นซีซั่นใหม่ของซีรีส์ที่มีดราม่าผุดขึ้นทุกสัปดาห์ และตอนล่าสุดที่กำลังติดเทรนด์ก็คือเรื่องของ ChatGPT กับ “โฆษณาที่บอกว่าไม่ใช่โฆษณา” จนผู้ใช้หลายคนตั้งคำถามแรงประมาณว่า “นี่เราจ่ายรายเดือนเพื่อเห็นโปรโมชันเหรอเนี่ย?”

ดราม่านี้สะเทือนถึงผู้บริหารระดับสูงของ OpenAI ที่ต้องออกมาชี้แจงแทบจะพร้อมกัน และกลายเป็นบทเรียนชิ้นใหญ่ของบริษัท AI ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

บทความนี้จะพาไปเจาะทุกซอกทุกมุม ตั้งแต่ต้นเหตุ ปฏิกิริยาผู้ใช้ ไปจนถึงท่าทีของผู้บริหาร OpenAI และวิเคราะห์ว่าอนาคตโมเดลรายได้ของ ChatGPT จะไปทางไหนกันแน่

เตรียมเปิดโหมดจับผิดแบบสนุก ๆ แล้วลุยกันเลย


เรื่องมันเริ่มยังไง? เมื่อผู้ใช้ ChatGPT เห็นข้อความ “เหมือนโฆษณา” โผล่มาแบบไม่ทันตั้งตัว

ประเด็นนี้เริ่มจากผู้ใช้ระดับ สมัครแบบจ่ายเงิน ของ ChatGPT ที่แชร์ภาพตัวอย่างการสนทนาที่มีข้อความโปรโมตสินค้าจากแบรนด์ดัง เช่น Peloton, Target โผล่ขึ้นมาคล้ายคำแนะนำ

ผู้ใช้หลายคนสตั๊นไป 1 วิ ก่อนพิมพ์ถามว่า
“นี่คือโฆษณาใช่ไหม?”

และเมื่อไม่มีการประกาศใด ๆ มาก่อน ความไม่พอใจจึงลุกลามอย่างไว
แม้บางข้อความจะดูเหมือน “แนะนำฟีเจอร์ในแอป” แต่ฟีลลิ่งมันใช่เลยว่าเป็นโฆษณากลาย ๆ

เสียงผู้ใช้บางคนส่งตรงถึง OpenAI แบบแสบ ๆ เช่น
“Bruhhh… Don’t insult your paying users.”

คอมเมนต์นี้เดือดพอจะใส่ซาวด์เอฟเฟกต์ไฟลุกได้เลย


OpenAI รีบดับไฟ: ไม่มีโฆษณา! ไม่มีการทดสอบโฆษณา! ทั้งหมดคือการแนะนำแอปบนแพลตฟอร์มเท่านั้น

OpenAI ออกมาตอบหลายเสียงแทบจะพร้อมกัน เพื่อเคลียร์ว่า:

“ไม่มีโฆษณาใน ChatGPT ตอนนี้”

“ไม่มีการทดสอบระบบโฆษณาใด ๆ ทั้งสิ้น”

ใจความสำคัญคือ ข้อความที่ผู้ใช้เห็นเป็นเพียงการ ทดสอบการแนะนำแอปที่สร้างบน ChatGPT App Platform
ไม่มีใครจ่ายเงินให้เพื่อให้โชว์ชื่อแบรนด์เหล่านั้น

หรือสรุปแบบเข้าใจง่ายว่า:
“เราตั้งใจให้เป็นฟีเจอร์ แต่ผู้ใช้คิดว่าเป็นโฆษณา และนั่นคือปัญหาใหญ่”


dcd061e3-8a4f-4588-90ba-f18a0c14378e.png

Mark Chen ยอมรับตรง ๆ ว่า OpenAI “ตกม้าตาย” ในการดีไซน์ประสบการณ์ผู้ใช้

Mark Chen, Chief Research Officer ของ OpenAI ออกมาพูดแบบจริงใจสุดว่า

“เราตกม้าตายกับประสบการณ์ผู้ใช้ และล้มเหลวในการทำให้มันไม่ดูเหมือนโฆษณา”

เขาบอกเพิ่มเติมว่า

  • ปิดการแสดงผลข้อความลักษณะนี้ไปแล้ว

  • จะปรับโมเดลให้แม่นขึ้น

  • เตรียมให้ผู้ใช้ควบคุมระดับการแนะนำฟีเจอร์ได้เอง (ตั้งแต่ “เบา ๆ” ไปจนถึง “ปิดไปเลย ไม่เอาอะไรทั้งนั้น”)

เป็นการยอมรับผิดที่ตรงและเร็ว ซึ่งถือเป็นเรื่องดีในตลาดที่ความไว้ใจคือทุกอย่าง


Nick Turley ของทีม ChatGPT ก็ออกมาเสริมว่า “ข่าวลือเรื่องโฆษณาคือการเข้าใจผิด”

Nick Turley หัวหน้าฝั่ง ChatGPT พิมพ์ชัดเจนว่า

“ไม่มีโฆษณาใด ๆ ในระบบ และภาพที่เห็นบางภาพไม่ใช่ของจริง”

แต่เขาก็ไม่ปฏิเสธว่า **ในอนาคตอาจมีโฆษณา
ถ้าบริษัทเลือกเดินทางนั้นจริง ๆ
แต่จะทำแบบ “เคารพผู้ใช้” และ “รอบคอบ” ที่สุด

ฟังแล้วเหมือนบอกอ้อม ๆ ว่า
“ตอนนี้ไม่มี แต่อนาคตไม่แน่นะ”


แล้วตอนนี้ OpenAI กำลังโฟกัสอะไร? โฆษณาถูกถอดจากลำดับความสำคัญแล้ว

สิ่งที่ทำให้กระแสนี้น่าสนใจขึ้นไปอีกคือรายงานจาก The Wall Street Journal ที่บอกว่า
Sam Altman ส่ง memo แบบ “code red” ถึงทีมงานว่า

“หยุดโปรเจกต์อื่นไว้ก่อน รวมถึงโฆษณา ไปโฟกัสเรื่องคุณภาพของ ChatGPT เป็นอันดับหนึ่ง”

เป็นท่าทีที่สื่อถึงความกังวลของผู้บริหารว่า
ถ้าตัวโมเดลหลักไม่ดีพอ ดันมีข่าวโฆษณาซ้อนเข้ามาอีก…
อาจทำให้ผู้ใช้เสียใจยิ่งกว่าเจอสปอยล์ตอนจบซีรีส์บนหน้าไทม์ไลน์


ดราม่านี้สะท้อนอะไรเกี่ยวกับทิศทาง AI ระดับโลก?

1) ความไว้วางใจคือสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดของ ChatGPT

แม้ AI จะเก่งแค่ไหน ถ้าผู้ใช้รู้สึกว่าโดนยัดเยียดโฆษณา ความเชื่อใจจะหายวับทันที

2) ระบบแนะนำคอนเทนต์ กับ โฆษณา เส้นมันบางมาก

เหมือนเดินบนลวดเส้นเล็ก ถ้าพลาดนิดเดียว ผู้ใช้ตีความว่าเป็นโฆษณาทันที

3) OpenAI ต้องรักษาฐานผู้ใช้ระดับจ่ายเงินให้เหนียวแน่นที่สุด

เพราะคนกลุ่มนี้คือพลังหลักที่จะผลักโมเดลธุรกิจของบริษัท

4) บริษัท AI ต้องโปร่งใสกว่าแพลตฟอร์มโซเชียลยุคก่อนหลายเท่า

ยุคนี้ผู้ใช้ไวต่อประเด็นโฆษณาและความเป็นส่วนตัวมากขึ้น การสื่อสารต้องชัดตั้งแต่วันแรก


ความเห็นจากสายรีวิว: ดราม่านี้คือสัญญาณเตือนว่า “AI Platform เริ่มโตถึงจุดหัวเลี้ยวหัวต่อ”

พอเห็นเรื่องนี้ต้องบอกเลยว่า…น่าสนใจมากว่า AI ยุคต่อไปจะหาเงินยังไง
เพราะ:

  • ถ้าขายโฆษณา = เสี่ยงเสียความเชื่อใจ

  • ถ้าขายสมาชิกรายเดือนอย่างเดียว = รายได้โตช้า

  • ถ้าขายฟีเจอร์พรีเมียม = ต้องออกแบบดีมาก ไม่งั้นโดนโวย

ตลาด AI ตอนนี้กำลังเข้าสู่ “ยุครวมร่างธุรกิจ” ที่ต้องเลือกโมเดลให้เหมาะที่สุด

ดรามาครั้งนี้จึงอาจเป็นเพียงตอนแรกของเรื่องยาวว่าด้วย
“AI หาเงินอย่างไร โดยไม่ทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่าถูกขายของโดยไม่ได้ขออนุญาต”


สรุป: ไม่มีโฆษณาใน ChatGPT ตอนนี้ แต่บทเรียนครั้งนี้ทำให้ OpenAI ต้องระวังทุกก้าว

ดราม่านี้เป็นตัวอย่างที่ดีว่า แม้บริษัทจะไม่ตั้งใจทำสิ่งใด แต่การ “ทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิดว่าเป็นโฆษณา” ก็ถือเป็นบาดแผลที่ต้องเร่งแก้

OpenAI รับผิดเร็ว ปิดฟีเจอร์ที่ก่อปัญหา และประกาศชัดว่าต้องโฟกัสคุณภาพของ ChatGPT ก่อนเสมอ
แต่ก็แอบส่งสัญญาณว่าถ้ามีโฆษณาในอนาคต จะเป็นแบบที่เคารพผู้ใช้สุด ๆ

สรุปคือ…
ดรามาครั้งนี้ไม่ใช่คอนเทนต์ขายของ แต่เป็นบทพิสูจน์ความโปร่งใสของแพลตฟอร์ม AI ที่คนทั้งโลกจับตามอง

บทความที่เกี่ยวข้อง

หากคุณใช้โซเชียลมีเดียมาสองปีที่ผ่านมา คุณคงเคยได้ยินคำว่า "เมตาเวิร์ส" กันมาบ้าง แต่หลายคนก็ยังสงสัยว่ามันคืออะไร ? เกม ชุดหูฟัง VR หรืออะไรสักอย่างที่หลุดออกมาจากหนังไซไฟกันแน่ ? แต่จริงๆ แล้วเมตาเวิร์สไม่ใช่ผลิตภัณฑ์เฉพาะ แต่เป็นพื้นที่ด
2025-09-22T09:44Z
Metaverse คืออะไร? เข้าใจภายใน 5 นาที
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายคนคงคุ้นเคยกับชื่อ ChatGPT กันเป็นอย่างดี เพราะไม่ว่าจะเป็นนักเรียนที่ต้องหาข้อมูล นักเขียนที่ต้องการตัวช่วยด้านไอเดีย โปรแกรมเมอร์ที่อยากให้ AI ตรวจโค้ด หรือแม้แต่นักธุรกิจที่ต้องการผู้ช่วยสรุปรายงาน ทุกคนล้วนเค
2025-08-18T06:45Z
ChatGPT 4.0 vs 5.0 – จากเครื่องมืออัจฉริยะ สู่เพื่อนคู่คิดที่จริงใจ
ในยุคที่คำว่า “AI” หรือ ปัญญาประดิษฐ์ กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเราอย่างไม่รู้ตัว คำถามที่น่าสนใจคือ คนไทยใช้ AI กันแค่ไหน ใช้โดยใคร และใช้ทำอะไรบ้าง ในบทความนี้ เราจะพาคุณท่องโลกเบื้องหลัง AI ในไทย ด้วยภาษาที่เรียบง่าย สนุกสนานแต
“AI กับชีวิตคนไทย: ใครใช้ มากแค่ไหน ใช้ทำอะไร ได้หมดที่นี่!”

บทความล่าสุดดูเพิ่มเติม

เมื่อการย้ายเกม ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวในวงการเกมมือถือ หากมีอินฟลูเอนเซอร์คนหนึ่ง “ขยับตัว” ย่อมไม่ใช่เรื่องเล็ก และเมื่อชื่อที่ถูกพูดถึงคือ “กายหงิด” อินฟลูเอนเซอร์สายเกมที่มีฐานแฟนคลับเหนียวแน่น การตัดสินใจย้ายจาก ROV ไปสู่ MLBB (Mobile L
2026-01-16T10:41Z
อินฟลูเอนเซอร์ดัง “กายหงิด” ย้ายค่ายจาก ROV ซบ MLBB สัญญาณการเปลี่ยนขั้วของวงการเกมมือถือไทย
เมืองที่เดินไปทางไหนก็เจอห้างหากลองนัดเพื่อนในกรุงเทพฯ แล้วถามว่า “เจอกันที่ไหนดี” คำตอบที่ผุดขึ้นมาในหัวของหลายคนมักเป็นชื่อห้างสรรพสินค้า ไม่ว่าจะเป็นห้างใกล้บ้าน ห้างติดรถไฟฟ้า หรือห้างขนาดใหญ่ใจกลางเมือง จนหลายคนตั้งคำถามว่า ทำไมกรุงเทพ
ทำไมกรุงเทพมหานครถึงมีห้างสรรพสินค้าเยอะมาก วิเคราะห์จากมุมเศรษฐกิจ พฤติกรรมผู้บริโภค และไลฟ์สไตล์เมือง
cr.ข่าวสดเกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณ ตอม่อสะพานภูมิพล 2 ฝั่ง ปู่เจ้าสมิงพราย อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 15 มกราคม 2569 ทำให้เปลวไฟลุกไหม้ ท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ ที่ติดตั้งตามแนวตอม่อและพาดขึ้นไปใต้คานสะพาน ความสูง มากกว่า 50 เมตร
ระทึกไฟไหม้ “สะพานภูมิพล 2”!!

บทความที่แนะนำ