Amazon เปิดเกมลุยตลาดด้วย “AI Factories”: เมื่อยุคคลาวด์ต้องหันกลับไปตั้งโรงงาน AI ในดาต้าเซ็นเตอร์ของลูกค้าอีกครั้ง

ช่วงนี้กระแส AI มาแรงไม่หยุดแรงจนสายเทคยังหอบ เพราะอัปเดตนู่นนี่ทยอยมากันเหมือนงานคอนเสิร์ตรวมศิลปิน ล่าสุดฝั่ง Amazon ก็ขอเข้ามาเดินบนพรมแดงด้วยโปรดักต์ใหม่ที่ชื่อว่า “AI Factories” ชื่อนี้ถ้าได้ยินแว้บแรกอาจคิดว่าเป็นชื่ออัลบั้มใหม่หรือธีมอีเวนต์แนวไซไฟ แต่ไม่เลย—มันคือการเกิดใหม่ของยุคดาต้าเซ็นเตอร์แบบอัปเกรดด้วย AI เต็มรูปแบบ
และที่เด็ดคือ Amazon ไม่ได้ทำคนเดียว แต่จับมือกับ Nvidia แบบเปิดเผยโล่ง ๆ บอกกันตรง ๆ ว่า “งานนี้เรารวมพลังกัน” แล้วปล่อยของแบบไม่เกรงใจใครบนสนามแข่งขัน AI ที่เดือดชนิดไฟแทบไหม้ศูนย์ข้อมูล
บทความนี้จะพาไปทำความรู้จัก AI Factories แบบเคี้ยวคำให้อร่อย เข้าใจง่าย และวิเคราะห์ว่าทำไมเจ้าโปรดักต์นี้ถึงกลายเป็นหมัดหนักใส่คู่แข่งตั้งแต่ Microsoft ไปจนถึงผู้เล่นรายอื่นในสนามคลาวด์ระดับโลก
AI Factories คืออะไร? และทำไมถึงทำวงการสะเทือน
ก่อนอื่นต้องบอกว่า Amazon ไม่ได้สร้างโรงงานจริง ๆ แต่ใช้คำว่า “Factory” เพื่ออธิบายชุดเทคโนโลยี AI แบบ ครบวงจร ที่ติดตั้งในดาต้าเซ็นเตอร์ของลูกค้าได้เลย
โมเดลธุรกิจมีความชัดเจนมาก:
-
ลูกค้าเตรียมดาต้าเซ็นเตอร์ เตรียมไฟ เตรียมพื้นที่
-
AWS ยกชุด AI เข้าไปติดตั้ง
-
AWS ดูแลระบบให้อย่างครบถ้วน
-
ยังสามารถเชื่อมเข้ากับบริการ AWS Cloud จริงได้ด้วย
สรุปง่าย ๆ คือ เอาอัจฉริยะของ AI มาอยู่ในบ้านลูกค้า โดยไม่ต้องส่งข้อมูลไปเที่ยวไกล ๆ บนคลาวด์
และนี่คือคำตอบให้กับความกังวลใหญ่แห่งยุค Data Sovereignty หรือ “อธิปไตยข้อมูล” ที่องค์กรใหญ่และรัฐบาลทั่วโลกหวงสุดชีวิต ข้อมูลไม่ต้องหลุดออกไปที่ไหน ไม่ต้องแบ่งปันฮาร์ดแวร์ร่วมกับใครด้วย
เหมือน Amazon บอกว่า “อยากควบคุมข้อมูลแบบ 100% ไหม? งั้นเราเดินระบบให้ถึงที่เลยแล้วกัน”
ทำไมชื่อ AI Factory คุ้นจัง? เพราะ Nvidia เค้าใช้มาก่อน
ใช่เลย ชื่อนี้ไม่ใช่ของใหม่ เพราะ Nvidia เรียกแพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์ล้ำ ๆ ของตัวเองว่า AI Factory มานานแล้ว ซึ่งประกอบด้วย GPU, เครือข่าย, ระบบเก็บข้อมูล และซอฟต์แวร์ระดับเทพสำหรับงาน AI
ความน่าสนใจคือ Amazon ใช้ชื่อเดียวกัน แถมยังประกาศชัดว่าเป็น ความร่วมมือกับ Nvidia แบบจับมือแน่นกันชนิดเห็นแล้วอาจทำให้วงการคลาวด์ต้องปรับเกมใหม่กันทันที
เบื้องหลัง AI Factories: เทคโนโลยีของ AWS + Nvidia แบบคอมโบจัดเต็ม
AI Factory ของ Amazon ไม่ได้ทำงานด้วยฮาร์ดแวร์แบบเดียว แต่ให้ลูกค้าเลือกได้ว่าต้องการอะไร
1) เลือกใช้ Nvidia Blackwell GPUs
จีพียูเจเนอเรชันล่าสุดของ Nvidia ที่เกิดมาเพื่องาน AI โดยเฉพาะ
ประสิทธิภาพสูงชนิดที่ฝั่งนักวิจัย AI เห็นแล้วยิ้มไม่หุบ
2) หรือเลือก Amazon Trainium3 ได้เหมือนกัน
ชิป AI เจนใหม่ของ Amazon เอง เหมาะสำหรับฝั่งลูกค้าที่ต้องการควบคุมต้นทุนและการปรับแต่งแบบเฉพาะเจาะจง
3) ใช้ระบบเครือข่ายและความปลอดภัยแบบ AWS แท้ ๆ
จัดเต็มตั้งแต่เน็ตเวิร์กระดับสูง, ระบบจัดเก็บข้อมูล, ดาต้าเบส ไปจนถึงระบบความปลอดภัยแบบที่องค์กรใหญ่วางใจได้
4) ใช้คู่กับ Bedrock และ SageMaker ได้ทันที
-
Bedrock = แพลตฟอร์มเลือกและจัดการโมเดล AI
-
SageMaker = เครื่องมือสร้างและเทรนโมเดล
รวมกันคือคอมโบ AI ที่สร้าง, เทรน, ใช้งาน ได้ครบหมดในดาต้าเซ็นเตอร์ของตัวเอง
แล้วคู่แข่งล่ะ? Microsoft ก็ไม่ยอมง่าย ๆ เช่นกัน
แค่ Amazon ออก AI Factories ก็ว่าสนุกแล้ว แต่คู่แข่งก็มีหมัดสวนสุดแรงเหมือนกัน โดยเฉพาะ Microsoft
ตุลาคมที่ผ่านมา Microsoft เปิดตัว AI Factories ของตัวเอง
สำหรับรันงานของ OpenAI ในดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลก
เน้น “ความใหญ่แบบมหึมา” จนใช้คำว่า AI Superfactories
แต่ยังไม่ใช่ของที่ลูกค้าติดตั้งเอง
Microsoft ไม่ได้บอกว่าจะเปิดให้วางในดาต้าเซ็นเตอร์ส่วนตัวเหมือน Amazon
แต่ก็มี Azure Local สำหรับลูกค้าที่ต้องการระบบในองค์กร
Microsoft มีโซลูชันคล้ายกัน แต่ยังไม่เน้นขายในนาม “AI Factory” แบบชัดเจน
พูดง่าย ๆ คือ สงครามคลาวด์กำลังวนกลับมาที่ดาต้าเซ็นเตอร์ส่วนตัวอีกครั้งแบบย้อนยุคเหมือนปี 2009 แต่เป็นเวอร์ชันติดเทอร์โบด้วย AI
ทำไม AI ทำให้คลาวด์ต้องย้อนกลับมายุค On-Premises?
ฟังดูย้อนแย้งมาก เพราะเราอยู่ในยุคที่ทุกบริษัทผลักทุกอย่างขึ้นคลาวด์
แต่ AI กลับทำให้หลายองค์กรต้อง…
“ดึงข้อมูลกลับมาไว้ในบ้านอีกครั้ง”
เหตุผลคือ:
1) ข้อมูลสำคัญเกินกว่าจะปล่อยออกนอกบ้าน
โดยเฉพาะรัฐบาล สถาบันเงินทุน หรือองค์กรที่มีข้อมูลลับระดับชาติ
2) AI ต้องใช้ฮาร์ดแวร์เฉพาะ ไม่ใช่เซิร์ฟเวอร์ธรรมดา
การนำฮาร์ดแวร์ไปติดตั้งให้ลูกค้าถือเป็นทางเลือกใหม่
3) เน้นความเร็ว ความปลอดภัย และการควบคุมแบบเต็มมือ
AI ใช้ข้อมูลมาก และข้อมูลจำนวนนี้ต้องถูกจัดการอย่างปลอดภัยที่สุด
4) องค์กรเริ่มเชื่อว่าคลาวด์กับ On-Prem ไม่ใช่เรื่องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งอีกต่อไป
แต่ต้องมาคู่กัน กลายเป็น Hybrid Cloud ยุค AI รุ่นใหม่
AI Factories คือเกมรุกสำคัญที่อาจเปลี่ยนทิศทางอุตสาหกรรม
สิ่งที่ Amazon ทำไม่ใช่แค่ขายฮาร์ดแวร์ แต่ขาย “ระบบ AI แบบต่อปลั๊กพร้อมใช้”
องค์กรใหญ่ไม่ต้องซื้อทีม AI มาทำตั้งแต่ศูนย์ ไม่ต้องเทรนทุกอย่างใหม่เอง
แค่เตรียมสถานที่ ส่วนที่เหลือ AWS จัดให้ทั้งหมด
และความร่วมมือกับ Nvidia ทำให้โปรดักต์นี้ดูแข็งแรงมาก ราวกับเป็นอภิมหาโปรเจกต์ที่เตรียมชนทั้งโลกคลาวด์และ AI แบบไม่เกรงใจใคร
สรุป: Amazon AI Factories คือสัญญาณว่าปี 2026 จะเป็นยุคทองของ Hybrid AI Infrastructure
เมื่อผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Amazon หันมาเดินเกมแบบ On-Premises เต็มตัว นั่นหมายความว่าทิศทางอุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนแบบถอนราก
AI Factories ของ Amazon ไม่ได้แค่ป้องกันข้อมูลหลุด
แต่ยังเป็นการเอาเทคโนโลยีระดับโลกไปอยู่ใกล้ตัวลูกค้ามากที่สุด
ตัวเลือกฮาร์ดแวร์หลากหลาย
ประสานพลัง AWS + Nvidia
ทำงานคู่กับบริการคลาวด์เต็มระบบ
สงครามครั้งนี้สนุกจนเหมือนดูซีรีส์ฟอร์มใหญ่ที่ยังเดาไม่ได้ว่าตอนจบจะเป็นแบบไหน
แต่ที่แน่ ๆ—ผู้เล่นรายใหญ่กำลังงัดของเด็ดออกมาแบบไม่มีพัก และเรากำลังยืนอยู่หน้าประตูยุคใหม่ของ AI Infrastructure ระดับองค์กร
แนะนำสำหรับคุณ
หัวข้อพิเศษเดือนกันยายน|ก้าวสู่อนาคต: การประชุมของ Apple ในเครื่องนี้จะมีคุณสมบัติเด่นอะไรเป็นหลักงการรับรู้อัจฉริยะของเรา?
🔥🔥🔥🔥🔥Apple iPhone 17 ซีรีส์ : เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ปลายปีนี้❗️
Apple News: Apple เปิดตัว iPad Air พร้อมชิป M3 อันทรงพลังและ Magic Keyboard ใหม่
ลองใช้ Ray-Ban Meta 3 วัน: นี่คือเหตุผลที่แว่นตา AI อาจกลายเป็นสิ่งจำเป็นในอนาคต
Digital Trends กำลังมาแรง | การแข่งขัน Valorant Champions Tournament ปี 2025 กำลังดำเนินอยู่! เหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านอีสปอร์ตใช้อุปกรณ์ 4K อะไรบ้าง? มาดูกัน!
เปิดตัว Apple Watch Ultra 3 ตัวใหม่ ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน
