สหรัฐ–ยุโรปเดือด! รัฐบาล Trump ขู่เอาคืน EU ปม DMA–DSA เล่นงาน Big Tech อเมริกา สงครามเทคโนโลยีกำลังเริ่ม?

เมื่อโลกเทคโนโลยีไม่ใช่แค่เรื่องแกดเจ็ต แต่คือสนามการเมืองระดับโลก
ปกติเราจะคุยกันเรื่องมือถือรุ่นใหม่ ซีรีส์ฮิต หรือเพลงติดชาร์ต แต่ช่วงนี้มีดราม่าที่ร้อนแรงไม่แพ้หนังการเมืองฟอร์มยักษ์ นั่นคือ ศึกสหรัฐอเมริกา vs สหภาพยุโรป (EU) ในสมรภูมิ “กฎหมายควบคุมเทคโนโลยี”
ข่าวนี้ไม่ได้ไกลตัวอย่างที่คิด เพราะทุกคนที่ใช้ Google, iPhone, Facebook, Instagram, Amazon หรือแม้แต่ Spotify กำลังได้รับผลกระทบโดยตรง เมื่อ รัฐบาล Donald Trump ออกโรงกดดัน EU แบบตรงไปตรงมา พร้อมขู่ว่าถ้า EU ยังเดินหน้าบังคับใช้กฎหมาย Digital Markets Act (DMA) และ Digital Services Act (DSA) กับบริษัทเทคโนโลยีอเมริกัน สหรัฐจะ “เอาคืนทุกทางที่กฎหมายเปิดให้ทำได้”
นี่ไม่ใช่แค่การโต้เถียงเชิงกฎหมาย แต่มันคือสงครามอำนาจในโลกดิจิทัลที่อาจเปลี่ยนทิศทางเทคโนโลยีทั้งโลก
ข้อมูลพื้นฐาน: DMA และ DSA คืออะไร ทำไมสหรัฐถึงเดือด
Digital Markets Act (DMA) และ Digital Services Act (DSA) คือกฎหมายสำคัญของ EU ที่ตั้งใจควบคุมแพลตฟอร์มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ หรือที่เรียกว่า “Gatekeepers”
เป้าหมายบนกระดาษคือ
-
ลดการผูกขาด
-
เพิ่มการแข่งขัน
-
ปกป้องผู้บริโภค
-
คุมอิทธิพลแพลตฟอร์มขนาดยักษ์
แต่ในโลกความจริง บริษัทที่โดนหนักสุดกลับเป็นบริษัทอเมริกันแทบทั้งหมด เช่น
-
Apple
-
Google
-
Meta
-
Amazon
-
X
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา EU สั่งปรับบริษัทเหล่านี้รวมกันหลายพันล้านยูโร
-
Apple โดนปรับ 500 ล้านยูโร
-
Meta โดน 200 ล้านยูโร
-
X โดน 120 ล้านยูโร
-
Google โดนหนักสุด 2.95 พันล้านยูโร จากคดีโฆษณา
และนี่คือจุดที่รัฐบาลสหรัฐมองว่า “มันไม่แฟร์”
วิเคราะห์กระแส: สหรัฐมองว่า DMA คือกฎหมายเลือกปฏิบัติ
คำขู่ตรงจากรัฐบาล Trump
สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) โพสต์ข้อความถึง EU แบบไม่อ้อมค้อม ระบุชัดว่า
หาก EU ยังเดินหน้าจำกัดความสามารถในการแข่งขันของบริษัทสหรัฐด้วยวิธีเลือกปฏิบัติ สหรัฐจะเริ่มใช้มาตรการตอบโต้ ทั้งค่าธรรมเนียมและข้อจำกัดต่อบริการจากต่างชาติ
ที่น่าสนใจคือ สหรัฐไม่ได้พูดลอย ๆ แต่ เอ่ยชื่อบริษัทฝั่งยุโรปโดยตรง เช่น
-
Accenture
-
DHL
-
SAP
-
Spotify
-
Siemens
-
Mistral
นี่คือสัญญาณชัดว่า ถ้า Big Tech อเมริกาเจ็บ บริษัทเทคยุโรปก็อาจโดนหางเลขทันที
ประเด็น “เลือกปฏิบัติ” ที่ทำให้ไฟลุก
หนึ่งในข้อโต้แย้งหลักจากฝั่งสหรัฐคือ DMA ไม่ได้ใช้กับทุกบริษัทเท่าเทียมกัน
กฎหมายนี้ไม่ได้ถามว่า
-
ผู้บริโภคเสียหายหรือไม่
-
บริษัททำผิดจริงหรือเปล่า
แต่ถามว่า
-
บริษัทใหญ่ไหม
-
ประสบความสำเร็จหรือเปล่า
-
และที่สำคัญ… เป็นบริษัทอเมริกันหรือไม่
Representative Scott Fitzgerald พูดชัดในสภาว่า
นี่ไม่ใช่นโยบายแข่งขันทางการค้า แต่มันคือการบังคับแจกจ่ายเทคโนโลยีและข้อมูลให้คู่แข่งต่างชาติ
พูดง่าย ๆ คือ บริษัทอเมริกันถูกบังคับเปิดระบบ เปิดข้อมูล และเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ ขณะที่คู่แข่งรายเล็กหรือบริษัทจากประเทศอื่นไม่ต้องทำแบบเดียวกัน
ทำไม Big Tech ถึงมองว่า DMA อันตราย
สำหรับบริษัทเทคโนโลยี DMA ไม่ได้แค่ “สร้างความยุ่งยาก” แต่กระทบถึงรากฐานธุรกิจ เช่น
-
Apple ต้องเปิดระบบให้โหลดแอปนอก App Store
-
Google ถูกจำกัดการผูกบริการ
-
Meta ต้องปรับการใช้ข้อมูลโฆษณา
-
แพลตฟอร์มใหญ่เสียความได้เปรียบที่สร้างมานาน
องค์กรอย่าง NetChoice และ Computer and Communications Industry Association (CCIA) ระบุว่า DMA กลายเป็น “พิมพ์เขียว” ให้ประเทศอื่นทั่วโลกออกกฎหมายแบบเดียวกัน ซึ่งอาจทำให้บริษัทอเมริกันเสียเปรียบในระยะยาว
สงครามนี้กระทบใครนอกจากบริษัท
ถ้ามองเผิน ๆ นี่คือการตีกันของยักษ์ใหญ่ แต่ผลกระทบจริงอาจมาถึงผู้ใช้ทั่วไป
-
บริการบางอย่างอาจถูกจำกัดในบางประเทศ
-
ฟีเจอร์ใหม่อาจมาช้าหรือไม่มาเลย
-
ราคาบริการอาจเปลี่ยน
-
นวัตกรรมอาจชะลอตัวเพราะข้อจำกัดทางกฎหมาย
เมื่อการเมืองเข้ามาอยู่เหนือเทคโนโลยี ผู้ใช้ปลายทางอย่างเราก็หนีไม่พ้นผลกระทบ
สรุป: DMA–DSA คือจุดเริ่มต้นของสงครามเทคยุคใหม่
สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างสหรัฐและ EU ไม่ใช่แค่ข่าวการเมือง แต่คือ การแย่งชิงอำนาจในการกำหนดกติกาโลกดิจิทัล
EU ต้องการควบคุม Big Tech
สหรัฐต้องการปกป้องบริษัทของตัวเอง
และบริษัทเทคโนโลยีต้องพยายามอยู่รอดท่ามกลางกฎหมายที่เปลี่ยนเร็วพอ ๆ กับเทรนด์โลก
คำถามคือ ใครจะเป็นฝ่ายถอยก่อน หรือสุดท้ายผู้ใช้ทั่วโลกจะต้องปรับตัวกับโลกเทคโนโลยีที่ถูกแบ่งเป็น “โซนกฎหมาย” มากขึ้น
ข่าวนี้ยังไม่จบง่าย ๆ และมีโอกาสกลายเป็นซีรีส์ยาวหลายซีซัน ใครที่ติดตามเทคโนโลยี บันเทิง และกระแสโลก บอกเลยว่าห้ามกระพริบตา
แนะนำสำหรับคุณ
Digital Trends กำลังมาแรง | การแข่งขัน Valorant Champions Tournament ปี 2025 กำลังดำเนินอยู่! เหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านอีสปอร์ตใช้อุปกรณ์ 4K อะไรบ้าง? มาดูกัน!
หัวข้อพิเศษเดือนกันยายน|ก้าวสู่อนาคต: การประชุมของ Apple ในเครื่องนี้จะมีคุณสมบัติเด่นอะไรเป็นหลักงการรับรู้อัจฉริยะของเรา?
Apple News: Apple เปิดตัว iPad Air พร้อมชิป M3 อันทรงพลังและ Magic Keyboard ใหม่
ลองใช้ Ray-Ban Meta 3 วัน: นี่คือเหตุผลที่แว่นตา AI อาจกลายเป็นสิ่งจำเป็นในอนาคต
🔥🔥🔥🔥🔥Apple iPhone 17 ซีรีส์ : เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ปลายปีนี้❗️
เปิดตัว Apple Watch Ultra 3 ตัวใหม่ ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน
