Dreame L10 Ultra vs Dreame L10S Ultra Gen 2

cr.prnewswire
หุ่นยนต์ดูดฝุ่นถูพื้นระดับพรีเมียม เปรียบเทียบแบบตรงจุด เลือกตัวไหนดีสำหรับบ้านของคุณ?
ในยุคที่เทคโนโลยีหุ่นยนต์ทำความสะอาดพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว แต่ละรุ่นล้วนมีความสามารถที่น่าตื่นตา ไม่ว่าจะเป็นระบบดูดฝุ่น แปรงปัดอัจฉริยะ หรือระบบถูพื้นหลายระดับ ซึ่งหนึ่งในแบรนด์ที่เป็นที่พูดถึงมากที่สุดในตลาดบ้านเราและทั่วโลกก็คือ Dreame
สองรุ่นที่ได้รับความสนใจอย่างมากคือ
🧹 Dreame L10 Ultra Robot Vacuum and Mop Cleaner
และ
🧹 Dreame L10S Ultra Gen 2
ทั้งคู่เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่ “ครบเครื่อง” และมีความสามารถทั้งดูดฝุ่น–ถูพื้น–จัดการคราบหนัก แต่รุ่นไหนเหมาะกับใคร? แต่ละตัวมีอะไรเหนือกว่าอย่างไร? บทความนี้จะช่วยคุณตัดสินใจอย่างตรงประเด็นที่สุด
🔍 ภาพรวมของทั้งสองรุ่น
ก่อนลงรายละเอียดเปรียบเทียบ มาทำความรู้จักสั้น ๆ กับทั้งสองรุ่นกันก่อน
✅ Dreame L10 Ultra Robot Vacuum and Mop Cleaner
เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นและถูพื้นที่ขึ้นชื่อว่า “ครบทุกฟีเจอร์หลัก” ของ Dreame ในปีที่ผ่านมา มีความอัจฉริยะในการสแกนแผนที่บ้าน รวมถึงระบบทำความสะอาดแบบ All-in-One
✅ Dreame L10S Ultra Gen 2
รุ่นที่ต่อยอดจาก L10 Ultra ด้วยการพัฒนาฟีเจอร์ระบบถูพื้นและความแม่นยำในการสแกนแผนที่ พร้อมการวางแผนทำความสะอาดที่ล้ำขึ้น
ทั้งสองรุ่นออกแบบมาสำหรับบ้านขนาดกลางถึงใหญ่ และตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่อยากปล่อยให้หุ่นยนต์จัดการพื้นที่แทนเราอย่างแท้จริง
แรงดูดและระบบทำความสะอาด
Dreame L10 Ultra
-
ระบบดูดฝุ่นแรงสูง สามารถจัดการฝุ่นละเอียด ขนสัตว์ เศษผง และฝุ่นหนักได้ดี
-
มีระบบแปรงคู่ + แปรงข้าง ทำให้การเก็บฝุ่นรอบผนังและบริเวณมุมยิ่งมีประสิทธิภาพ
-
ระบบถูพื้นแบบหมุนหลายทิศทาง ช่วยขจัดคราบสกปรกได้ลึกกว่า
👉 สรุปจุดเด่น:
แรงดูดและซิสเต็มถูพื้นคุณภาพสูง เหมาะกับบ้านที่ต้องใช้ทำความสะอาดทุกวันอย่างเข้มข้น
Dreame L10S Ultra Gen 2
-
ยกระดับจาก L10 Ultra ด้วย การพัฒนาโมเตอร์และอัลกอริธึมดูดฝุ่น
-
ระบบถูพื้น “อัจฉริยะมากขึ้น” สามารถปรับแรงกด การถู และบริหารน้ำให้เหมาะกับจุดต่าง ๆ ของพื้นที่จริง
-
ให้แรงดูดที่มั่นคง แม้เจอสภาพฝุ่นหนัก หรือพื้นหลายประเภท
👉 สรุปจุดเด่น:
แรงดูดใกล้เคียงรุ่นก่อน แต่ความแม่นยำและการถูพื้นพัฒนาขึ้น ดีกว่าสำหรับคราบหนักหรือพื้นหลายพื้นผิว
🧠 ระบบนำทางและสแกนพื้นที่
หุ่นยนต์ทำความสะอาดยุคใหม่จะเด่นหรือไม่เด่น ไม่ใช่แค่แรงดูด แต่ต้อง “รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่”
Dreame L10 Ultra
-
ใช้เซ็นเซอร์และ LiDAR ในการสร้างแผนที่บ้านแบบ 360°
-
สามารถแบ่งโซนทำความสะอาด แยกห้องได้
-
วางแผนเส้นทางเพื่อหลีกเลี่ยงซ้ำซ้อน
👉 เหมาะกับบ้านที่มีหลายห้อง และต้องการความสม่ำเสมอในการทำความสะอาด
Dreame L10S Ultra Gen 2
-
ยกระดับเซ็นเซอร์ + ระบบสแกนแผนที่ให้ฉลาดขึ้น
-
ปรับเส้นทางแบบ Real-Time แม้บ้านจะมีสิ่งกีดขวางที่เคลื่อนที่
-
จดจำพื้นที่ซ้ำได้แม่นกว่า ทำให้รอบทำความสะอาดต่อเนื่องแม่นยำขึ้น
👉 เหมาะกับบ้านที่มีเฟอร์นิเจอร์เยอะ หรือมีพื้นที่หลายระดับ
ระบบถูพื้น (Mopping)
หลายคนเข้าใจว่าหุ่นยนต์ดูดฝุ่นทุกตัวถูพื้นได้เหมือนกัน…แต่จริง ๆ แล้ว ประสิทธิภาพการถูพื้นต่างกันมาก
Dreame L10 Ultra
-
ระบบถูพื้นแบบหมุน + การควบคุมน้ำที่ดี
-
ทำความสะอาดคราบพื้นทั่วไปได้ดี เหมาะกับใช้งานทุกวัน
-
ระบบป้องกันน้ำหยดเมื่อหุ่นยนต์เคลื่อนที่
👉 ถูพื้นทั่ว ๆ ไป และจัดการคราบเล็กได้สบาย
Dreame L10S Ultra Gen 2
-
ระบบถูพื้นอัจฉริยะกว่า สามารถวิเคราะห์พื้นและปรับแรงถูตามสถานการณ์
-
เหมาะกับคราบหนัก หรือพื้นกระเบื้อง/พื้นไม้ที่ต้องการการดูแลแตกต่างกัน
-
ฟีเจอร์นี้ช่วยให้พื้นสะอาดล้ำขึ้น โดยไม่ต้องทำความสะอาดซ้ำ
👉 ใครมีพื้นหลายแบบ หรือคราบเก่าที่ฝังแน่น รุ่นนี้ตอบโจทย์กว่า
🔋 แบตเตอรี่และขนาดพื้นที่รองรับ
ทั้งสองรุ่นถูกออกแบบให้รองรับบ้านขนาดกลางถึงใหญ่ โดยมีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวต่อเนื่อง
-
Dreame L10 Ultra
ใช้งานได้ยาวประมาณ 90–120 นาที ต่อรอบ ขึ้นกับสภาพพื้นที่ -
Dreame L10S Ultra Gen 2
กำลังแบตใกล้เคียง แต่มีระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ เพื่อให้ใช้แบตอย่างคุ้มกว่า และยังสามารถกลับแท่นชาร์จแล้วกลับมาทำไฟล์เดิมได้แม่นยำ
📌 สรุป: ทั้งสองรุ่นรองรับบ้านตั้งแต่ ~50–150 ตารางเมตรได้ดี
หากบ้านใหญ่กว่านี้ แนะนำให้เลือกแบบ มีแท่นชาร์จอัตโนมัติ/ระบบถังน้ำเต็มตัว เพื่อไม่ต้องดูแลบ่อย
📱 การใช้งานร่วมกับ App & Smart Home
ทั้งสองรุ่นรองรับการใช้งานผ่านแอป Dreame / Xiaomi Home
📍 ตั้งเวลาทำความสะอาด
📍 เลือกโซน / กันโซนไม่ให้เข้า
📍 ดูประวัติทำงาน
📍 อัปเดตเฟิร์มแวร์อัตโนมัติ
แต่ L10S Ultra Gen 2 มีระบบเซนเซอร์ที่ทำให้การวางแผนทำความสะอาด “แม่นยำกว่า” เมื่อใช้ควบคู่กับแอป
🧹 การดูแลและการบำรุงรักษา
ไม่ว่าคุณจะเลือกไหน สิ่งสำคัญคือการดูแลรักษา
✔️ ทำความสะอาดแปรงหลักและแปรงข้างสม่ำเสมอ
✔️ เทถังฝุ่นหลังใช้งานทุกครั้ง
✔️ เปลี่ยนผ้า/ฟองน้ำถูตามรอบที่แนะนำ
✔️ อัปเดตซอฟต์แวร์ทุกครั้งที่แจ้งเตือน
การดูแลง่าย ๆ เหล่านี้ จะทำให้หุ่นยนต์ทำงานได้ยาวนานและคงประสิทธิภาพสูงสุด
เปรียบเทียบตรงจุด: เลือกแบบไหนดี?
ประเด็น | Dreame L10 Ultra | Dreame L10S Ultra Gen 2 |
|---|---|---|
ดูดฝุ่น / ถูพื้น | ดีมาก | พัฒนาขึ้นกว่าเดิม |
ระบบสแกนแผนที่ | แม่น | ฉลาดและเร็วกว่า |
การจัดการคราบหนัก | ดี | ยอดเยี่ยม |
เหมาะกับบ้านหลายพื้น | ✔️ | ✔️✔️ |
Smart Navigation | ดี | ดีเยี่ยม |
ระบบจัดการพลังงาน | ดี | ดีกว่า |
คุ้มค่าเมื่อเทียบราคา | สูง | สูงมาก |
🧠 สรุปแบบเข้าใจง่าย
✨ Dreame L10 Ultra
เหมาะกับคนที่ต้องการหุ่นยนต์ดูดฝุ่น–ถูพื้นระดับพรีเมียม ที่ใช้งานได้ดีทุกวัน ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน
✨ Dreame L10S Ultra Gen 2
เหมาะกับคนที่ต้องการความแม่นยำสูงขึ้น ระบบถูพื้นฉลาดขึ้น และตอบโจทย์บ้านที่มีหลายพื้นผิวหรือคราบหนัก
ทั้งสองรุ่นล้วนเป็นหุ่นยนต์อัจฉริยะที่ช่วย ลดภาระงานบ้านอย่างแท้จริง แต่ถ้าคุณอยากได้ “ความล้ำและความแม่นยำที่เหนือกว่า” คำตอบที่คุ้มค่ากว่า คือ L10S Ultra Gen 2
✨ เคล็ดลับก่อนตัดสินใจซื้อ
📌 ประเมินพื้นที่บ้าน
📌 ดูว่ามีพื้นหลากแบบหรือไม่
📌 ต้องการระบบถูหนักหรือพื้นทั่วไป
📌 ความสำคัญของการสแกนแผนที่และ Smart Navigation
📌 งบประมาณที่เหมาะสม
เมื่อคุณตั้งโจทย์ชัดแล้ว หุ่นยนต์ดูดฝุ่นก็จะเป็น “ตัวช่วยจริง” ที่เปลี่ยนงานบ้านให้เป็นเรื่องง่าย
แนะนำสำหรับคุณ
MacBook Air: เพื่อนคู่คิดในการทำงานที่เราขาดไม่ได้
Smart Phone : Poco สมาร์ทโฟนสำหรับสยเกมเมอร์
แนะนำแอพสำหรับสายครีเอทีฟ ปลดล็อกความคิดสร้างสรรค์บน iPad
iPhone 17 กำลังจะมา: อัปเกรดครั้งใหญ่ที่แฟน Apple รอคอย
พัดลมพกพาดียังไง? น่าใช้มั้ย? วันนี้จะมารีวิวให้ฟัง
สำหรับผู้ใช้ Android ในปี 2025 นี่คือโทรศัพท์ Google Pixel ที่ดีที่สุดที่จะซื้อ
“MagSafe อุปกรณ์เสริมที่คนใช้ iPhone ไม่ควรมองข้าม”
Apple News: Apple เปิดตัว iPad Air พร้อมชิป M3 อันทรงพลังและ Magic Keyboard ใหม่
“ชีวิตง่ายขึ้นด้วยแท็บเล็ต – วิธีจัดระเบียบแบบไม่ต้องใช้กระดาษ”
🔥🔥🔥🔥🔥Apple iPhone 17 ซีรีส์ : เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ปลายปีนี้❗️
ลองใช้ Ray-Ban Meta 3 วัน: นี่คือเหตุผลที่แว่นตา AI อาจกลายเป็นสิ่งจำเป็นในอนาคต


