Huawei บุกตลาดชิป AI นอกจีน ส่ง Ascend 950 ลุยเกาหลี

ถ้าช่วงนี้ใครติดตามข่าววงการชิปและ AI จะเริ่มรู้สึกว่าเกมมันไม่ได้เล่นกันแค่ “ใครแรงกว่า” อีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของ ใครเข้าถึงตลาดได้ก่อน และใครมีทางเลือกให้ลูกค้ามากกว่า
และข่าวล่าสุดจากฝั่งจีนก็กำลังทำให้บรรยากาศตึงขึ้นไปอีกขั้น เมื่อ Huawei ส่งสัญญาณชัดเจนว่า
ถึงเวลาขยายตลาด ชิป AI Ascend ออกไปนอกจีนอย่างจริงจัง
ประเทศแรกที่ถูกเล็งไว้ไม่ใช่ที่ไหนไกล แต่คือ เกาหลีใต้ หนึ่งในศูนย์กลางเทคโนโลยีของเอเชีย และเป็นตลาดที่ NVIDIA ครองพื้นที่มานาน
Huawei กำลังทำอะไร และทำไม NVIDIA ถึงเริ่มกังวล
ตามรายงานจากสื่อเกาหลี YNA ระบุว่า
Huawei มีแผนเสนอ โซลูชัน AI Infrastructure ให้กับลูกค้าในเกาหลีใต้ ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป
ไม่ใช่แค่ขายชิปเดี่ยว ๆ
แต่เป็นการขายแบบ ครบเซตทั้งคลัสเตอร์
คำพูดจาก Balian Wang ซีอีโอ Huawei Korea ชัดเจนมาก
“เราต้องการมอบทางเลือกที่สอง นอกเหนือจาก NVIDIA ให้กับบริษัทเกาหลี”
ประโยคนี้คือหัวใจของเรื่องทั้งหมด
Ascend 950 ไพ่ใบใหญ่ของ Huawei
Huawei ไม่ได้ส่งของกลาง ๆ มาลองตลาด
แต่เลือกหยิบ Ascend 950 ซึ่งเป็นชิป AI ระดับท็อปที่สุดของตัวเองออกมาเป็นหน้าเป็นตา
Ascend 950 แบ่งออกเป็น 2 รุ่นหลัก
-
950PR
-
950DT
ทั้งสองรุ่น
-
ใช้ HBM ที่ Huawei พัฒนาเอง
-
ออกแบบมาเพื่อใช้งานในระดับ Data Center
-
เน้นงาน AI Training และ Inference ขนาดใหญ่
และที่สำคัญ
Huawei ไม่ได้ขายแบบการ์ดเดี่ยว
แต่ขายเป็น Atlas SuperPod หรือคลัสเตอร์ AI แบบ End-to-End
End-to-End Solution จุดขายที่ NVIDIA ก็ยังต้องระวัง
สิ่งที่ Huawei กำลังทำ แตกต่างจากวิธีขายแบบดั้งเดิมของ NVIDIA พอสมควร
Huawei เลือกเสนอ
-
ชิป AI
-
ระบบเครือข่าย
-
Storage
-
Software stack
มาเป็นแพ็กเกจเดียวจบ
เหมาะมากสำหรับ
-
องค์กรที่ไม่สามารถเข้าถึงฮาร์ดแวร์ NVIDIA
-
ลูกค้าที่อยากได้ระบบพร้อมใช้ ไม่ต้องประกอบเอง
-
ตลาดที่ต้องการทางเลือกใหม่จากฝั่งตะวันตก
นี่คือเหตุผลที่ Jensen Huang ซีอีโอ NVIDIA เคยเตือนซ้ำ ๆ ว่า
Huawei กำลังเดินเกมแบบเดียวกับที่เคยทำในตลาด 5G
“Belt & Road แต่เป็นเวอร์ชัน AI”
คำที่ Jensen ใช้เรียกกลยุทธ์นี้คือ
AI Belt & Road
แนวคิดคือ
-
ขยายเทคโนโลยี
-
สร้างโครงสร้างพื้นฐาน
-
ผูกลูกค้าด้วยโซลูชันครบวงจร
เหมือนที่ Huawei เคยทำกับเครือข่าย 5G ในหลายประเทศ
และตอนนี้ โมเดลเดียวกันกำลังถูกนำมาใช้กับ AI Infrastructure
การที่ Huawei เริ่มจากเกาหลีใต้
ถือเป็นก้าวที่ “กล้าพอสมควร”
เพราะนี่คือประเทศที่มีทั้ง
-
ผู้ผลิตชิประดับโลก
-
บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ
-
และมาตรฐานสูงมากในการเลือกใช้ฮาร์ดแวร์
จุดที่ยังเป็นเครื่องหมายคำถามใหญ่
แม้ Huawei จะมีเทคโนโลยี
แต่คำถามสำคัญที่สุดตอนนี้คือ
กำลังการผลิตพอไหม
ตลาดจีนเพียงอย่างเดียว
Ascend ก็แทบจะถูกใช้เต็มกำลังอยู่แล้ว
ถ้าจะขยายไปตลาดโลก
-
ต้องเพิ่ม wafer
-
ต้องเพิ่ม HBM
-
ต้องรักษาคุณภาพซอฟต์แวร์และ ecosystem
ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย และเป็นจุดที่หลายฝ่ายกำลังจับตา
ผลกระทบต่อวงการ AI โลก
ถ้า Huawei ทำสำเร็จ
ผลที่ตามมาจะไม่ใช่แค่การแข่งขันด้านประสิทธิภาพ แต่คือ
-
ตลาด AI มี “ตัวเลือกจริง” มากขึ้น
-
องค์กรไม่ต้องพึ่ง NVIDIA เพียงรายเดียว
-
ราคาและเงื่อนไขอาจเปลี่ยน
และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ข่าวนี้ ใหญ่กว่าการเปิดตัวชิปธรรมดา
สรุป Huawei ไม่ได้แค่ “ลองตลาด” แต่กำลังวางหมากยาว
การที่ Huawei เลือก
-
Ascend 950
-
ขายแบบคลัสเตอร์
-
เริ่มจากเกาหลีใต้
สะท้อนชัดว่า นี่ไม่ใช่การทดลองเล็ก ๆ
แต่เป็นการ ประกาศตัวบนเวทีโลก
จากนี้ไป สิ่งที่ต้องจับตาคือ
-
ลูกค้าเกาหลีจะตอบรับแค่ไหน
-
Huawei จะขยายไปประเทศใดต่อ
-
และ NVIDIA จะปรับเกมอย่างไรเพื่อรับมือคู่แข่งรายนี้
วงการ AI กำลังเข้าสู่เฟสใหม่
ไม่ใช่แค่เรื่องแรง แต่คือเรื่องอิทธิพล
ที่มา wccftech
แนะนำสำหรับคุณ
เปิดตัว Apple Watch Ultra 3 ตัวใหม่ ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน
หัวข้อพิเศษเดือนกันยายน|ก้าวสู่อนาคต: การประชุมของ Apple ในเครื่องนี้จะมีคุณสมบัติเด่นอะไรเป็นหลักงการรับรู้อัจฉริยะของเรา?
Digital Trends กำลังมาแรง | การแข่งขัน Valorant Champions Tournament ปี 2025 กำลังดำเนินอยู่! เหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านอีสปอร์ตใช้อุปกรณ์ 4K อะไรบ้าง? มาดูกัน!
🔥🔥🔥🔥🔥Apple iPhone 17 ซีรีส์ : เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ปลายปีนี้❗️
ลองใช้ Ray-Ban Meta 3 วัน: นี่คือเหตุผลที่แว่นตา AI อาจกลายเป็นสิ่งจำเป็นในอนาคต
Apple News: Apple เปิดตัว iPad Air พร้อมชิป M3 อันทรงพลังและ Magic Keyboard ใหม่
