TSMC รวยเกินไปจนเหนื่อยเอง เมื่อ AI ดันออเดอร์ล้นโลก แรงงานขาด CapEx พุ่งไม่หยุด

ถ้าจะมีบริษัทไหนในโลกเซมิคอนดักเตอร์ที่ตอนนี้เรียกว่า “งานเข้าเพราะดังเกิน” ชื่อของ TSMC ต้องติดอันดับต้น ๆ แบบไม่ต้องโหวต เพราะในยุคที่ AI แข่งกันเดือดทุกค่าย ชิปแรง ๆ แทบทุกตัวต่างก็มีปลายทางเดียวกันคือโรงงานของยักษ์ใหญ่จากไต้หวันรายนี้
ฟังดูเหมือนเรื่องดีใช่ไหม รายได้พุ่ง โรงงานเต็ม ลูกค้ารอคิวเป็นหางว่าว
แต่ความจริงแล้ว TSMC กำลังเจอกับภาวะที่เรียกว่า “Suffering From Success” คือประสบความสำเร็จมากเกินไป จนเริ่มกลายเป็นภาระ
ทำไม TSMC ถึงกลายเป็นศูนย์กลางของโลก AI
เหตุผลง่ายมาก
เพราะถ้าพูดถึงการผลิตชิปขั้นสูงในเชิงพาณิชย์จริง ๆ
TSMC แทบไม่มีคู่แข่ง
ลูกค้าระดับโลกอย่าง
-
NVIDIA
-
AMD
-
บริษัท AI และ HPC อีกเพียบ
ต่างก็พึ่งพา TSMC เป็นหลัก โดยเฉพาะกระบวนการผลิตระดับ
-
5nm
-
4nm
-
3nm
ซึ่งตอนนี้มีรายงานว่า แทบจะขาดตลาด เพราะกำลังการผลิตถูกจองยาวไปล่วงหน้าแล้ว
ออเดอร์ล้น = ต้องลงทุนล้น
ตามรายงานจาก Liberty Times ของไต้หวัน
TSMC จำเป็นต้องเร่งขยายกำลังการผลิตแบบสุดตัว เพื่อไม่ให้เสียลูกค้า
ผลที่ตามมาคือ
-
งบลงทุน (CapEx) ปี 2026 อาจพุ่งถึง 50,000 ล้านดอลลาร์
-
เงินส่วนใหญ่ถูกใช้กับ
-
โหนดใหม่อย่าง 2nm
-
การค้ำจุนโหนดหลักอย่าง 4nm ที่ยังมีดีมานด์สูง
-
ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่ “ลงทุนเยอะ” แต่คือระดับที่ทำให้ทั้งซัพพลายเชนเริ่มตึงมือ
ปัญหาไม่ได้อยู่แค่เงิน แต่คือ “คน”
เงินมี แต่ คนไม่มีพอ
หนึ่งในปัญหาใหญ่ที่เริ่มชัดคือ
แรงงานขาดแคลน
ทั้งในฝั่งโรงงาน TSMC เอง และในฝั่งซัพพลายเออร์
ซัพพลายเออร์หลายรายเริ่มบ่นว่า
-
ลูกค้ามากเกินไป
-
ต้นทุนการขยายโรงงานสูง
-
แต่สภาพตลาดไม่เอื้อให้ขึ้นราคาตามต้นทุน
กลายเป็นสถานการณ์ที่
งานเยอะ แต่กำไรต่อหัวไม่สวย
และถ้าขยายไม่ทัน ก็เสี่ยงเสียโอกาสระยะยาว
คอขวดจริง ๆ คือ Advanced Packaging
ถ้าคิดว่าโหนดการผลิตคือปัญหาใหญ่
บอกเลยว่า Advanced Packaging ใหญ่กว่า
ในยุค AI
-
ชิปไม่ได้แรงแค่ตัวเดียว
-
ต้องมาพร้อม HBM
-
ต้องใช้แพ็กเกจจิ้งขั้นสูง
ลูกค้ากลุ่ม HPC และ AI แห่กันจองกำลังการผลิตด้านนี้จน
Advanced Packaging กลายเป็นคอขวดตัวจริง
และตรงนี้เองที่เริ่มเปิดช่องให้คู่แข่งขยับตัว
Intel เริ่มขยับ เพราะตลาดเริ่มอึดอัด
แม้ Intel Foundry และ Samsung ยังไม่สามารถแข่งกับ TSMC ได้ตรง ๆ
แต่สถานการณ์ที่ TSMC แบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว
ทำให้ลูกค้าบางส่วนเริ่มมองหา “แผนสำรอง”
เทคโนโลยีอย่าง
- EMIB ของ Intel
เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้น ไม่ใช่เพราะดีกว่า
แต่เพราะ ของหลักมันแน่นเกินไป
ตลาดผูกขาด ไม่ได้สบายอย่างที่คิด
ในอุตสาหกรรมอื่น การเป็นเจ้าตลาดอาจหมายถึงการกำหนดเกมได้
แต่ในโลกชิป
ผูกขาด = รับแรงกดดันทุกด้าน
-
ลูกค้าต้องการของเร็วขึ้น
-
โหนดต้องล้ำขึ้น
-
ราคาไม่อยากให้ขึ้น
-
คุณภาพต้องสมบูรณ์
และที่สำคัญ
ลูกค้าอย่าง NVIDIA แทบไม่มีทางเลือกอื่น
เพราะคู่แข่งยังไม่พร้อมสำหรับการผลิตระดับเดียวกันในวงกว้าง
ทั้งหมดนี้ทำให้
แรงกดดันเกือบทั้งระบบตกอยู่ที่ TSMC เพียงรายเดียว
แล้วเรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับผู้บริโภค
คำตอบคือ เกี่ยวมากกว่าที่คิด
เมื่อโรงงานต้นน้ำตึง
-
ชิปแพงขึ้น
-
การ์ดจอแพงขึ้น
-
เซิร์ฟเวอร์แพงขึ้น
-
สุดท้ายสินค้าเทคโนโลยีปลายน้ำก็ขยับราคา
ไม่ว่าจะเป็น
-
การ์ดจอ
-
โน้ตบุ๊ก
-
พีซี AI
นี่คือโดมิโนเอฟเฟกต์ที่ผู้ใช้ทั่วไปหนีไม่พ้น
สรุป TSMC ไม่ได้มีปัญหาเพราะอ่อนแอ แต่เพราะ “สำคัญเกินไป”
TSMC คือหัวใจของอุตสาหกรรมชิปยุค AI
แต่การเป็นศูนย์กลางเพียงรายเดียว
ทำให้ต้องแบกรับทั้ง
-
ความต้องการมหาศาล
-
ความเสี่ยง
-
และแรงกดดันจากทุกฝั่ง
ปี 2026 จะเป็นปีที่ท้าทายมาก
ทั้งในแง่การลงทุน แรงงาน และการจัดลำดับลูกค้า
ที่มา wccftech
แนะนำสำหรับคุณ
เปิดตัว Apple Watch Ultra 3 ตัวใหม่ ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน
Apple News: Apple เปิดตัว iPad Air พร้อมชิป M3 อันทรงพลังและ Magic Keyboard ใหม่
🔥🔥🔥🔥🔥Apple iPhone 17 ซีรีส์ : เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ปลายปีนี้❗️
Digital Trends กำลังมาแรง | การแข่งขัน Valorant Champions Tournament ปี 2025 กำลังดำเนินอยู่! เหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านอีสปอร์ตใช้อุปกรณ์ 4K อะไรบ้าง? มาดูกัน!
ลองใช้ Ray-Ban Meta 3 วัน: นี่คือเหตุผลที่แว่นตา AI อาจกลายเป็นสิ่งจำเป็นในอนาคต
หัวข้อพิเศษเดือนกันยายน|ก้าวสู่อนาคต: การประชุมของ Apple ในเครื่องนี้จะมีคุณสมบัติเด่นอะไรเป็นหลักงการรับรู้อัจฉริยะของเรา?
