Gemini คือ AI แบบไหนกันแน่?
หลายคนอาจยังคิดว่า Gemini คือแค่แชตบอตตอบคำถาม แต่ความจริงแล้วไปไกลกว่านั้นมาก
Gemini เป็น Multimodal AI ที่เข้าใจและวิเคราะห์ข้อมูลได้หลายรูปแบบในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น
ข้อความ
รูปภาพ
เสียง
วิดีโอ
โค้ดโปรแกรม
ผลลัพธ์คือคุณสามารถใช้ Gemini ช่วยทำงานได้ครบแทบทุกมิติ ตั้งแต่การสรุปเอกสาร วางกลยุทธ์ ไปจนถึงช่วยเขียนโค้ดหรือทำกราฟิกแบบรวดเดียวจบ
แกะสเปก Gemini: LLM ทรงพลังจาก Google DeepMind
Gemini คือโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model - LLM) ที่พัฒนาโดยทีม Google DeepMind ออกแบบมาให้ทั้งยืดหยุ่นและทรงพลัง รองรับการประมวลผลข้อมูลหลายประเภทและผสมข้อมูลเหล่านั้นเข้าด้วยกันได้อย่างชาญฉลาด
ตัวอย่างการใช้งาน เช่น
ให้ Gemini ดูกราฟ / แผนภูมิ พร้อมอ่านเอกสาร แล้วสรุปเป็น Insight ให้เลย
ให้คำอธิบายเป็นข้อความ แล้วให้ Gemini สร้างรูปภาพประกอบจาก Prompt นั้น
เมื่อเชื่อมพลังของ Gemini เข้ากับบริการอื่นของ Google ยิ่งทรงพลังเข้าไปอีก โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับเครื่องมือในองค์กร เช่น
สรุปอีเมลใน Gmail
ร่างเอกสารใน Google Docs
วิเคราะห์ตัวเลขใน Google Sheets
ทั้งหมดนี้ช่วย ลดงานซ้ำ ๆ ที่กินเวลา และเปิดพื้นที่ให้ทีมได้เอาเวลาไปใช้กับงานที่ต้องใช้ความคิดเชิงกลยุทธ์และความสร้างสรรค์มากขึ้น
ราคาและแพ็กเกจ Gemini (มองภาพรวมให้เข้าใจง่าย)
Google วางราคาของ Gemini ไว้หลายระดับ ตั้งแต่แบบ ใช้ฟรีสำหรับการใช้งานส่วนตัว ไปจนถึง แพ็กเกจระดับองค์กร ที่รองรับการใช้งานจำนวนมากและความต้องการด้านความปลอดภัยที่สูงขึ้น
แต่ละแพ็กเกจจะแตกต่างกันทั้งเรื่อง
ฟีเจอร์ที่รองรับ
ความสามารถของโมเดลที่ใช้ได้ (เช่น Flash หรือ Pro)
เงื่อนไขการใช้งานในองค์กร
หมายเหตุ: ราคาและโปรโมชันมีโอกาสปรับเปลี่ยนเสมอ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากช่องทางทางการของ Google ก่อนตัดสินใจใช้งาน
5 วิธีใช้ Gemini AI ให้ช่วยงานได้จริงในองค์กร
หลายคนอาจสงสัยว่า “ตกลงแล้ว Gemini AI ใช้ยังไงให้คุ้ม?” ความจริงคือมันทำได้มากกว่าที่คิด และสามารถประยุกต์เข้ากับงานหลากหลายแบบ ทั้งสายการตลาด สายบัญชี สายโค้ด ไปจนถึงคนทำคอนเทนต์
ด้านล่างนี้คือ 5 ตัวอย่างการใช้งานจริง พร้อมแนวทาง Prompt ที่เอาไปดัดแปลงใช้ได้ทันที
1. ใช้ Gemini สร้างรูป ช่วยทำ Artwork แบบรวดเร็ว
งานกราฟิกไม่จำเป็นต้องรอคิวดีไซเนอร์เสมอไป คุณสามารถใช้ Gemini ช่วย สร้าง Artwork จากไอเดียที่อยู่ในหัว ได้เลย แค่พิมพ์ Prompt ให้ชัดเจน
ด้วยโมเดลสร้างภาพ (เช่น Nano Banana ที่เลือกได้จากไอคอนรูปกล้วย) คุณแค่ใส่คำอธิบายภาพที่ต้องการ Gemini ก็จะแปลงเป็นรูปสวย ๆ สำหรับใช้ใน
งานนำเสนอ (Presentation)
โพสต์บน Social Media
ภาพประกอบบทความ
ใช้เวลาเพียงไม่ถึง 20 วินาที ก็ได้ภาพพร้อมใช้งานแล้ว
ตัวอย่าง Prompt สำหรับสร้างภาพ
“สร้างภาพผู้หญิงวัยทำงานกำลังประชุมทีมในออฟฟิศสไตล์โมเดิร์น แสงธรรมชาติสวยงาม โทนสีอบอุ่น”
“สร้างภาพประกอบบทความแนวคอนเซปต์อาร์ต แสดงถึง ‘การเติบโตของธุรกิจขนาดเล็กไปสู่ระดับสากล’ โดยมีรูปต้นกล้าค่อยๆ โตเป็นต้นไม้ใหญ่”
ทิปเล็ก ๆ: ยิ่งคำอธิบายละเอียด เช่น สไตล์, โทนสี, มู้ดแอนด์โทน ผลลัพธ์ก็ยิ่งใกล้เคียงสิ่งที่คุณคิด
2. ใช้ Gemini ช่วยคิดคอนเทนต์และ Copywriting
สายการตลาด นักเขียน หรือเจ้าของเพจ ถ้าใช้ Gemini เป็น คุณจะ ลดเวลาคิดคอนเทนต์ไปได้เยอะมาก
Gemini สามารถช่วยได้ทั้งการ
ระดมไอเดียคอนเทนต์
ร่างบทความ
เขียนอีเมลการตลาด
คิดแคปชันสำหรับโซเชียลมีเดีย
ตัวอย่าง Prompt ที่ใช้ได้จริง
“ช่วยคิด Headline สำหรับบทความ SEO เรื่อง ‘5 วิธีลดหย่อนภาษีสำหรับฟรีแลนซ์’ จำนวน 5 แบบ โดยเน้นให้ดึงดูดและน่าสนใจ”
“เขียนอีเมลการตลาด 1 ฉบับ สำหรับส่งให้ลูกค้าเก่าที่ไม่ได้ซื้อสินค้าเกิน 6 เดือน เพื่อแนะนำคอลเลกชันใหม่ พร้อมมอบส่วนลด 15% สำหรับการกลับมาซื้อครั้งแรก”
“คิดแคปชันสำหรับโพสต์ลง Facebook และ Instagram จำนวน 3 แบบ เพื่อโปรโมตสินค้าใหม่ เป็นแก้วกาแฟเก็บความเย็น โดยเน้นจุดขายเรื่องดีไซน์และฟังก์ชันการใช้งาน”
ตัวอย่างด้านบนเป็นการใช้โมเดล Gemini 2.5 Flash (เวอร์ชันที่ผู้ใช้ทั่วไปเข้าถึงได้ฟรี) แค่ป้อน Prompt ให้ชัดเจนแล้วรอให้ระบบสร้างคอนเทนต์ให้ คุณก็จะได้ร่างข้อความพร้อมนำไปปรับใช้ต่อทันที
3. วางแผนกลยุทธ์การตลาดด้วย Gemini
นอกจากช่วยเขียนคอนเทนต์แล้ว Gemini ยังสามารถช่วย คิดกลยุทธ์การตลาดระดับโครงสร้าง ได้ด้วย
สิ่งที่มันช่วยได้ เช่น
วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย
วิเคราะห์คู่แข่ง
ออกแบบโครงแคมเปญการตลาดในช่องทางต่าง ๆ
ตัวอย่าง Prompt สำหรับงานมาร์เก็ตติ้ง
“วิเคราะห์จุดแข็ง-จุดอ่อนของคู่แข่ง 3 รายในตลาดร้านกาแฟ Specialty และเสนอแนะกลยุทธ์ที่แบรนด์ของเราจะสร้างความแตกต่างได้”
“สร้าง Persona หรือกลุ่มลูกค้าในอุดมคติ 2 แบบ สำหรับธุรกิจขายคอร์สเรียนออนไลน์ด้านการลงทุนสำหรับมือใหม่ โดยให้มีรายละเอียดเรื่องข้อมูลประชากร, ความสนใจ, และ Pain Point”
“ช่วยวางแผนคอนเทนต์รายเดือนสำหรับเพจ Facebook ของคลินิกทันตกรรม โดยให้มีเนื้อหาหลากหลายทั้งให้ความรู้, โปรโมชัน, และรีวิวจากผู้ใช้บริการ”
เมื่อใช้โมเดลอย่าง Gemini 2.5 Flash แล้วใส่รายละเอียดใน Prompt ให้ครบ เช่น ชื่อแบรนด์ เว็บไซต์ ข้อมูลสินค้า หรือกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ คำตอบที่ได้จะยิ่ง เจาะลึกและใช้งานได้จริงมากขึ้น
4. ใช้ Gemini ช่วยงานบัญชีเบื้องต้น
งานบัญชีเป็นงานที่ต้องการความแม่นยำสูงและใช้เวลาไม่น้อย แต่คุณสามารถใช้ Gemini ช่วยลดเวลาและลดโอกาสผิดพลาดได้ โดยเฉพาะงานที่ทำซ้ำบ่อย เช่น
การกระทบยอดบัญชีธนาคาร (Bank Reconcile)
การเขียนอีเมลติดตามหนี้
การดึงข้อมูลจากเอกสาร เช่น ใบเสร็จ หรือบิล
ตัวอย่าง Prompt สำหรับงานบัญชี
“ในฐานะนักบัญชีผู้เชี่ยวชาญด้าน Excel ช่วยสร้างสูตร Excel สำหรับการกระทบยอดบัญชีธนาคารระหว่างชีต ‘Book’ และ ‘Bank’ โดยใช้ฟังก์ชัน VLOOKUP ร่วมกับ IFERROR เพื่อวิเคราะห์หาความแตกต่าง”
“ช่วยร่างอีเมลภาษาไทยที่เป็นทางการเพื่อติดตามทวงหนี้จาก ‘บริษัท ตัวอย่าง จำกัด’ สำหรับใบแจ้งหนี้เลขที่ INV-0089 ยอดเงิน 15,000 บาท ซึ่งครบกำหนดชำระไปแล้ว 15 วัน”
“จากรูปภาพใบเสร็จที่แนบมานี้ ช่วยดึงข้อมูลชื่อร้านค้า, วันที่, และยอดรวมทั้งหมด ออกมาเป็นข้อความในรูปแบบ JSON”
ไอเดียเสริม: คุณสามารถให้ Gemini ช่วยเขียนเทมเพลตเอกสารบัญชี หรือข้อความแจ้งเตือนทางการเงินที่ต้องใช้ซ้ำ ๆ ได้เช่นกัน
5. ใช้ Gemini ช่วยเขียนโค้ดหลายภาษา
สาย Programmer / Developer ก็ใช้ Gemini เป็นผู้ช่วยคู่ใจได้ เพราะมันสามารถ
ช่วยเขียนโค้ดพื้นฐานหลายภาษา
ตรวจสอบและอธิบายบั๊ก (Debug)
อธิบายโค้ดที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่ายขึ้น
ทั้งหมดนี้ช่วย ประหยัดเวลา และลดข้อผิดพลาด ในการพัฒนา
ตัวอย่าง Prompt สำหรับงานโค้ด
“เขียนโค้ด Python สำหรับดึงข้อมูลสภาพอากาศจาก API ของ OpenWeatherMap โดยรับชื่อเมืองเป็น Input”
“เขียน Google Apps Script เพื่อส่งอีเมลแจ้งเตือนอัตโนมัติ เมื่อเซลล์ในคอลัมน์ ‘สถานะ’ ของ Google Sheets เปลี่ยนเป็น ‘อนุมัติ’ โดยให้หัวข้ออีเมลระบุเลขที่เอกสารจากคอลัมน์ A”
“ช่วยตรวจสอบโค้ด Javascript ต่อไปนี้และอธิบายว่าทำไมมันถึงไม่ทำงานตามที่คาดหวัง พร้อมทั้งเสนอแนะวิธีแก้ไข [วางโค้ดที่มีปัญหาที่นี่]”
ทริก: ถ้าอยากให้คำตอบมีโครงสร้างดี อ่านง่าย ให้ขอให้ Gemini ใส่คอมเมนต์ในโค้ด และสรุปขั้นตอนการทำงานเป็นข้อ ๆ ทุกครั้ง
ใช้ Gemini ให้ทั้งองค์กร แค่ต่อยอดผ่าน Google Workspace
ถ้าต้องการให้พนักงานทั้งองค์กรใช้ Gemini ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ การพึ่งพาเวอร์ชันฟรีอย่างเดียวอาจยังไม่ตอบโจทย์
การใช้งานผ่าน Google Workspace จะช่วย
ปลดล็อกฟีเจอร์ระดับโปรของ Gemini (เช่น Gemini Pro)
ให้ AI เข้าไปช่วยทำงานโดยตรงในแอปต่าง ๆ ของ Google
เพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยสำหรับการใช้งานในองค์กร
ข้อดีคือ
ชำระเงินเป็นสกุลเงินบาทได้
นำค่าใช้จ่ายไปลงบัญชีบริษัทได้อย่างถูกต้อง
บริหารสิทธิการใช้งานของพนักงานในองค์กรได้จากศูนย์กลาง
สรุป: ถ้าคิดจะใช้ AI เป็นโครงสร้างพื้นฐานในการทำงานของทั้งบริษัท การเลือกใช้ Google Workspace ร่วมกับ Gemini คือทางเลือกที่น่าสนใจมาก
รวมคำถามยอดฮิตเรื่องการใช้งาน Gemini
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น มาดูคำถามที่หลายคนสงสัยเกี่ยวกับการใช้งาน Gemini กัน
1) Gemini Flash กับ Gemini Pro ต่างกันยังไง?
Gemini Flash
เน้นความเร็วในการตอบ
เหมาะกับงานที่เรียกใช้บ่อย ๆ และไม่ซับซ้อนมาก เช่น สรุปข้อความสั้น ๆ
มีให้ใช้งานในแพ็กเกจฟรี
Gemini Pro
โมเดลที่ฉลาดและทรงพลังมากกว่า
เหมาะกับงานที่ซับซ้อน หรืองานที่เน้นความคิดสร้างสรรค์สูง
ใช้ได้ในบัญชีที่เป็นแบบเสียเงินเท่านั้น
2) ถ้าอยากให้ Gemini ใช้กับ Gmail หรือ Google Docs ต้องทำยังไง?
คุณสามารถใช้ฟีเจอร์ช่วยเขียน ช่วยสรุป และช่วยวิเคราะห์ข้อมูลในแอปของ Google ได้โดยการสมัครใช้ Google Workspace
เมื่อเปิดใช้งานแล้ว AI จะเข้าไปช่วยทำงานใน
Gmail
Google Docs
Google Sheets
แอปอื่น ๆ ใน Ecosystem ของ Google
ทำให้การทำงานในองค์กรลื่นไหลและต่อเนื่องมากขึ้น
3) ChatGPT กับ Gemini ต่างกันตรงไหน?
จุดที่หลายคนมองเห็นชัดคือ
Gemini เชื่อมต่อกับข้อมูลผ่าน Google Search ทำให้คำตอบมีแนวโน้ม สดใหม่และอัปเดตเร็ว
ChatGPT ใช้ข้อมูลผ่านฝั่ง Bing ของ Microsoft
อีกจุดสำคัญคือ Gemini ถูกออกแบบมาให้ ทำงานร่วมกับ Google Ecosystem ได้ดีมาก ถ้าคุณใช้เครื่องมืออย่าง Google Docs, Gmail, Google Drive อยู่แล้ว การใช้ Gemini ร่วมกับเครื่องมือเหล่านี้จะค่อนข้างเข้ากันได้ดี
4) Gemini มีแอปให้ใช้บนมือถือไหม?
ปัจจุบัน Gemini มีแอปให้ดาวน์โหลดได้ทั้งบน
Google Play Store
App Store
คุณจึงสามารถใช้งาน แอป Gemini บนสมาร์ทโฟน ได้สะดวก ไม่ว่าจะใช้ในชีวิตประจำวันหรือใช้ทำงานนอกออฟฟิศ
5) ข้อมูลส่วนตัวที่ใช้กับ Gemini ปลอดภัยแค่ไหน?
Google ให้ความสำคัญกับ
ความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้
ความปลอดภัยของข้อมูล
ผู้ใช้สามารถควบคุมได้เองว่าจะให้ระบบเก็บประวัติการสนทนาไว้หรือไม่ และข้อมูลจะ ไม่ถูกนำไปใช้เพื่อการโฆษณา
ส่วนข้อมูลที่เป็นความลับในระดับองค์กร แนะนำให้ใช้งานผ่าน แพ็กเกจ Google Workspace เพราะมีระบบควบคุมความปลอดภัยและการจัดการสิทธิ์ที่รัดกุมกว่า
ปิดท้าย: ถ้าใช้เป็น Gemini จะกลายเป็นผู้ช่วยประจำทีมได้จริง
สรุปแล้ว Gemini ไม่ได้เป็นแค่แชตบอต แต่เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะที่
สร้างรูปได้
เขียนคอนเทนต์ได้
คิดแผนการตลาดได้
ช่วยงานบัญชีได้
เขียนและอธิบายโค้ดได้
หัวใจคือการ ออกแบบ Prompt ให้ชัดเจนและใส่บริบทให้ครบ ยิ่งคุณบอกข้อมูลมากเท่าไร ผลลัพธ์ที่ได้ก็ยิ่งใกล้เคียงสิ่งที่คุณต้องการมากเท่านั้น
ลองเริ่มจากงานเล็ก ๆ รอบตัว แล้วค่อย ๆ ขยายให้ Gemini เข้าไปอยู่ในทุกขั้นตอนการทำงานของคุณ คุณจะเห็นเลยว่าเวลาในแต่ละวันถูกใช้ได้คุ้มค่าขึ้นแค่ไหน

