รับแอปรับแอป

สรุปให้จบในบทเดียว: รู้จัก Gemini จาก Google + 5 ไอเดีย Prompt ที่เอาไปใช้ทำงานได้จริง

วรัญญา แสงทอง01-31

Gemini คือ AI แบบไหนกันแน่?

หลายคนอาจยังคิดว่า Gemini คือแค่แชตบอตตอบคำถาม แต่ความจริงแล้วไปไกลกว่านั้นมาก

Gemini เป็น Multimodal AI ที่เข้าใจและวิเคราะห์ข้อมูลได้หลายรูปแบบในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น

  • ข้อความ

  • รูปภาพ

  • เสียง

  • วิดีโอ

  • โค้ดโปรแกรม

ผลลัพธ์คือคุณสามารถใช้ Gemini ช่วยทำงานได้ครบแทบทุกมิติ ตั้งแต่การสรุปเอกสาร วางกลยุทธ์ ไปจนถึงช่วยเขียนโค้ดหรือทำกราฟิกแบบรวดเดียวจบ

แกะสเปก Gemini: LLM ทรงพลังจาก Google DeepMind

Gemini คือโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model - LLM) ที่พัฒนาโดยทีม Google DeepMind ออกแบบมาให้ทั้งยืดหยุ่นและทรงพลัง รองรับการประมวลผลข้อมูลหลายประเภทและผสมข้อมูลเหล่านั้นเข้าด้วยกันได้อย่างชาญฉลาด

ตัวอย่างการใช้งาน เช่น

  • ให้ Gemini ดูกราฟ / แผนภูมิ พร้อมอ่านเอกสาร แล้วสรุปเป็น Insight ให้เลย

  • ให้คำอธิบายเป็นข้อความ แล้วให้ Gemini สร้างรูปภาพประกอบจาก Prompt นั้น

เมื่อเชื่อมพลังของ Gemini เข้ากับบริการอื่นของ Google ยิ่งทรงพลังเข้าไปอีก โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับเครื่องมือในองค์กร เช่น

  • สรุปอีเมลใน Gmail

  • ร่างเอกสารใน Google Docs

  • วิเคราะห์ตัวเลขใน Google Sheets

ทั้งหมดนี้ช่วย ลดงานซ้ำ ๆ ที่กินเวลา และเปิดพื้นที่ให้ทีมได้เอาเวลาไปใช้กับงานที่ต้องใช้ความคิดเชิงกลยุทธ์และความสร้างสรรค์มากขึ้น

ราคาและแพ็กเกจ Gemini (มองภาพรวมให้เข้าใจง่าย)

Google วางราคาของ Gemini ไว้หลายระดับ ตั้งแต่แบบ ใช้ฟรีสำหรับการใช้งานส่วนตัว ไปจนถึง แพ็กเกจระดับองค์กร ที่รองรับการใช้งานจำนวนมากและความต้องการด้านความปลอดภัยที่สูงขึ้น

แต่ละแพ็กเกจจะแตกต่างกันทั้งเรื่อง

  • ฟีเจอร์ที่รองรับ

  • ความสามารถของโมเดลที่ใช้ได้ (เช่น Flash หรือ Pro)

  • เงื่อนไขการใช้งานในองค์กร

หมายเหตุ: ราคาและโปรโมชันมีโอกาสปรับเปลี่ยนเสมอ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากช่องทางทางการของ Google ก่อนตัดสินใจใช้งาน

5 วิธีใช้ Gemini AI ให้ช่วยงานได้จริงในองค์กร

หลายคนอาจสงสัยว่า “ตกลงแล้ว Gemini AI ใช้ยังไงให้คุ้ม?” ความจริงคือมันทำได้มากกว่าที่คิด และสามารถประยุกต์เข้ากับงานหลากหลายแบบ ทั้งสายการตลาด สายบัญชี สายโค้ด ไปจนถึงคนทำคอนเทนต์

ด้านล่างนี้คือ 5 ตัวอย่างการใช้งานจริง พร้อมแนวทาง Prompt ที่เอาไปดัดแปลงใช้ได้ทันที

1. ใช้ Gemini สร้างรูป ช่วยทำ Artwork แบบรวดเร็ว

งานกราฟิกไม่จำเป็นต้องรอคิวดีไซเนอร์เสมอไป คุณสามารถใช้ Gemini ช่วย สร้าง Artwork จากไอเดียที่อยู่ในหัว ได้เลย แค่พิมพ์ Prompt ให้ชัดเจน

ด้วยโมเดลสร้างภาพ (เช่น Nano Banana ที่เลือกได้จากไอคอนรูปกล้วย) คุณแค่ใส่คำอธิบายภาพที่ต้องการ Gemini ก็จะแปลงเป็นรูปสวย ๆ สำหรับใช้ใน

  • งานนำเสนอ (Presentation)

  • โพสต์บน Social Media

  • ภาพประกอบบทความ

ใช้เวลาเพียงไม่ถึง 20 วินาที ก็ได้ภาพพร้อมใช้งานแล้ว

ตัวอย่าง Prompt สำหรับสร้างภาพ

  • “สร้างภาพผู้หญิงวัยทำงานกำลังประชุมทีมในออฟฟิศสไตล์โมเดิร์น แสงธรรมชาติสวยงาม โทนสีอบอุ่น”

  • “สร้างภาพประกอบบทความแนวคอนเซปต์อาร์ต แสดงถึง ‘การเติบโตของธุรกิจขนาดเล็กไปสู่ระดับสากล’ โดยมีรูปต้นกล้าค่อยๆ โตเป็นต้นไม้ใหญ่”

ทิปเล็ก ๆ: ยิ่งคำอธิบายละเอียด เช่น สไตล์, โทนสี, มู้ดแอนด์โทน ผลลัพธ์ก็ยิ่งใกล้เคียงสิ่งที่คุณคิด

2. ใช้ Gemini ช่วยคิดคอนเทนต์และ Copywriting

สายการตลาด นักเขียน หรือเจ้าของเพจ ถ้าใช้ Gemini เป็น คุณจะ ลดเวลาคิดคอนเทนต์ไปได้เยอะมาก

Gemini สามารถช่วยได้ทั้งการ

  • ระดมไอเดียคอนเทนต์

  • ร่างบทความ

  • เขียนอีเมลการตลาด

  • คิดแคปชันสำหรับโซเชียลมีเดีย

ตัวอย่าง Prompt ที่ใช้ได้จริง

  • “ช่วยคิด Headline สำหรับบทความ SEO เรื่อง ‘5 วิธีลดหย่อนภาษีสำหรับฟรีแลนซ์’ จำนวน 5 แบบ โดยเน้นให้ดึงดูดและน่าสนใจ”

  • “เขียนอีเมลการตลาด 1 ฉบับ สำหรับส่งให้ลูกค้าเก่าที่ไม่ได้ซื้อสินค้าเกิน 6 เดือน เพื่อแนะนำคอลเลกชันใหม่ พร้อมมอบส่วนลด 15% สำหรับการกลับมาซื้อครั้งแรก”

  • “คิดแคปชันสำหรับโพสต์ลง Facebook และ Instagram จำนวน 3 แบบ เพื่อโปรโมตสินค้าใหม่ เป็นแก้วกาแฟเก็บความเย็น โดยเน้นจุดขายเรื่องดีไซน์และฟังก์ชันการใช้งาน”

ตัวอย่างด้านบนเป็นการใช้โมเดล Gemini 2.5 Flash (เวอร์ชันที่ผู้ใช้ทั่วไปเข้าถึงได้ฟรี) แค่ป้อน Prompt ให้ชัดเจนแล้วรอให้ระบบสร้างคอนเทนต์ให้ คุณก็จะได้ร่างข้อความพร้อมนำไปปรับใช้ต่อทันที

3. วางแผนกลยุทธ์การตลาดด้วย Gemini

นอกจากช่วยเขียนคอนเทนต์แล้ว Gemini ยังสามารถช่วย คิดกลยุทธ์การตลาดระดับโครงสร้าง ได้ด้วย

สิ่งที่มันช่วยได้ เช่น

  • วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย

  • วิเคราะห์คู่แข่ง

  • ออกแบบโครงแคมเปญการตลาดในช่องทางต่าง ๆ

ตัวอย่าง Prompt สำหรับงานมาร์เก็ตติ้ง

  • “วิเคราะห์จุดแข็ง-จุดอ่อนของคู่แข่ง 3 รายในตลาดร้านกาแฟ Specialty และเสนอแนะกลยุทธ์ที่แบรนด์ของเราจะสร้างความแตกต่างได้”

  • “สร้าง Persona หรือกลุ่มลูกค้าในอุดมคติ 2 แบบ สำหรับธุรกิจขายคอร์สเรียนออนไลน์ด้านการลงทุนสำหรับมือใหม่ โดยให้มีรายละเอียดเรื่องข้อมูลประชากร, ความสนใจ, และ Pain Point”

  • “ช่วยวางแผนคอนเทนต์รายเดือนสำหรับเพจ Facebook ของคลินิกทันตกรรม โดยให้มีเนื้อหาหลากหลายทั้งให้ความรู้, โปรโมชัน, และรีวิวจากผู้ใช้บริการ”

เมื่อใช้โมเดลอย่าง Gemini 2.5 Flash แล้วใส่รายละเอียดใน Prompt ให้ครบ เช่น ชื่อแบรนด์ เว็บไซต์ ข้อมูลสินค้า หรือกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ คำตอบที่ได้จะยิ่ง เจาะลึกและใช้งานได้จริงมากขึ้น

4. ใช้ Gemini ช่วยงานบัญชีเบื้องต้น

งานบัญชีเป็นงานที่ต้องการความแม่นยำสูงและใช้เวลาไม่น้อย แต่คุณสามารถใช้ Gemini ช่วยลดเวลาและลดโอกาสผิดพลาดได้ โดยเฉพาะงานที่ทำซ้ำบ่อย เช่น

  • การกระทบยอดบัญชีธนาคาร (Bank Reconcile)

  • การเขียนอีเมลติดตามหนี้

  • การดึงข้อมูลจากเอกสาร เช่น ใบเสร็จ หรือบิล

ตัวอย่าง Prompt สำหรับงานบัญชี

  • “ในฐานะนักบัญชีผู้เชี่ยวชาญด้าน Excel ช่วยสร้างสูตร Excel สำหรับการกระทบยอดบัญชีธนาคารระหว่างชีต ‘Book’ และ ‘Bank’ โดยใช้ฟังก์ชัน VLOOKUP ร่วมกับ IFERROR เพื่อวิเคราะห์หาความแตกต่าง”

  • “ช่วยร่างอีเมลภาษาไทยที่เป็นทางการเพื่อติดตามทวงหนี้จาก ‘บริษัท ตัวอย่าง จำกัด’ สำหรับใบแจ้งหนี้เลขที่ INV-0089 ยอดเงิน 15,000 บาท ซึ่งครบกำหนดชำระไปแล้ว 15 วัน”

  • “จากรูปภาพใบเสร็จที่แนบมานี้ ช่วยดึงข้อมูลชื่อร้านค้า, วันที่, และยอดรวมทั้งหมด ออกมาเป็นข้อความในรูปแบบ JSON”

ไอเดียเสริม: คุณสามารถให้ Gemini ช่วยเขียนเทมเพลตเอกสารบัญชี หรือข้อความแจ้งเตือนทางการเงินที่ต้องใช้ซ้ำ ๆ ได้เช่นกัน

5. ใช้ Gemini ช่วยเขียนโค้ดหลายภาษา

สาย Programmer / Developer ก็ใช้ Gemini เป็นผู้ช่วยคู่ใจได้ เพราะมันสามารถ

  • ช่วยเขียนโค้ดพื้นฐานหลายภาษา

  • ตรวจสอบและอธิบายบั๊ก (Debug)

  • อธิบายโค้ดที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่ายขึ้น

ทั้งหมดนี้ช่วย ประหยัดเวลา และลดข้อผิดพลาด ในการพัฒนา

ตัวอย่าง Prompt สำหรับงานโค้ด

  • “เขียนโค้ด Python สำหรับดึงข้อมูลสภาพอากาศจาก API ของ OpenWeatherMap โดยรับชื่อเมืองเป็น Input”

  • “เขียน Google Apps Script เพื่อส่งอีเมลแจ้งเตือนอัตโนมัติ เมื่อเซลล์ในคอลัมน์ ‘สถานะ’ ของ Google Sheets เปลี่ยนเป็น ‘อนุมัติ’ โดยให้หัวข้ออีเมลระบุเลขที่เอกสารจากคอลัมน์ A”

  • “ช่วยตรวจสอบโค้ด Javascript ต่อไปนี้และอธิบายว่าทำไมมันถึงไม่ทำงานตามที่คาดหวัง พร้อมทั้งเสนอแนะวิธีแก้ไข [วางโค้ดที่มีปัญหาที่นี่]”

ทริก: ถ้าอยากให้คำตอบมีโครงสร้างดี อ่านง่าย ให้ขอให้ Gemini ใส่คอมเมนต์ในโค้ด และสรุปขั้นตอนการทำงานเป็นข้อ ๆ ทุกครั้ง

ใช้ Gemini ให้ทั้งองค์กร แค่ต่อยอดผ่าน Google Workspace

ถ้าต้องการให้พนักงานทั้งองค์กรใช้ Gemini ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ การพึ่งพาเวอร์ชันฟรีอย่างเดียวอาจยังไม่ตอบโจทย์

การใช้งานผ่าน Google Workspace จะช่วย

  • ปลดล็อกฟีเจอร์ระดับโปรของ Gemini (เช่น Gemini Pro)

  • ให้ AI เข้าไปช่วยทำงานโดยตรงในแอปต่าง ๆ ของ Google

  • เพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยสำหรับการใช้งานในองค์กร

ข้อดีคือ

  • ชำระเงินเป็นสกุลเงินบาทได้

  • นำค่าใช้จ่ายไปลงบัญชีบริษัทได้อย่างถูกต้อง

  • บริหารสิทธิการใช้งานของพนักงานในองค์กรได้จากศูนย์กลาง

สรุป: ถ้าคิดจะใช้ AI เป็นโครงสร้างพื้นฐานในการทำงานของทั้งบริษัท การเลือกใช้ Google Workspace ร่วมกับ Gemini คือทางเลือกที่น่าสนใจมาก

รวมคำถามยอดฮิตเรื่องการใช้งาน Gemini

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น มาดูคำถามที่หลายคนสงสัยเกี่ยวกับการใช้งาน Gemini กัน

1) Gemini Flash กับ Gemini Pro ต่างกันยังไง?

Gemini Flash

  • เน้นความเร็วในการตอบ

  • เหมาะกับงานที่เรียกใช้บ่อย ๆ และไม่ซับซ้อนมาก เช่น สรุปข้อความสั้น ๆ

  • มีให้ใช้งานในแพ็กเกจฟรี

Gemini Pro

  • โมเดลที่ฉลาดและทรงพลังมากกว่า

  • เหมาะกับงานที่ซับซ้อน หรืองานที่เน้นความคิดสร้างสรรค์สูง

  • ใช้ได้ในบัญชีที่เป็นแบบเสียเงินเท่านั้น

2) ถ้าอยากให้ Gemini ใช้กับ Gmail หรือ Google Docs ต้องทำยังไง?

คุณสามารถใช้ฟีเจอร์ช่วยเขียน ช่วยสรุป และช่วยวิเคราะห์ข้อมูลในแอปของ Google ได้โดยการสมัครใช้ Google Workspace

เมื่อเปิดใช้งานแล้ว AI จะเข้าไปช่วยทำงานใน

  • Gmail

  • Google Docs

  • Google Sheets

  • แอปอื่น ๆ ใน Ecosystem ของ Google

ทำให้การทำงานในองค์กรลื่นไหลและต่อเนื่องมากขึ้น

3) ChatGPT กับ Gemini ต่างกันตรงไหน?

จุดที่หลายคนมองเห็นชัดคือ

  • Gemini เชื่อมต่อกับข้อมูลผ่าน Google Search ทำให้คำตอบมีแนวโน้ม สดใหม่และอัปเดตเร็ว

  • ChatGPT ใช้ข้อมูลผ่านฝั่ง Bing ของ Microsoft

อีกจุดสำคัญคือ Gemini ถูกออกแบบมาให้ ทำงานร่วมกับ Google Ecosystem ได้ดีมาก ถ้าคุณใช้เครื่องมืออย่าง Google Docs, Gmail, Google Drive อยู่แล้ว การใช้ Gemini ร่วมกับเครื่องมือเหล่านี้จะค่อนข้างเข้ากันได้ดี

4) Gemini มีแอปให้ใช้บนมือถือไหม?

ปัจจุบัน Gemini มีแอปให้ดาวน์โหลดได้ทั้งบน

  • Google Play Store

  • App Store

คุณจึงสามารถใช้งาน แอป Gemini บนสมาร์ทโฟน ได้สะดวก ไม่ว่าจะใช้ในชีวิตประจำวันหรือใช้ทำงานนอกออฟฟิศ

5) ข้อมูลส่วนตัวที่ใช้กับ Gemini ปลอดภัยแค่ไหน?

Google ให้ความสำคัญกับ

  • ความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้

  • ความปลอดภัยของข้อมูล

ผู้ใช้สามารถควบคุมได้เองว่าจะให้ระบบเก็บประวัติการสนทนาไว้หรือไม่ และข้อมูลจะ ไม่ถูกนำไปใช้เพื่อการโฆษณา

ส่วนข้อมูลที่เป็นความลับในระดับองค์กร แนะนำให้ใช้งานผ่าน แพ็กเกจ Google Workspace เพราะมีระบบควบคุมความปลอดภัยและการจัดการสิทธิ์ที่รัดกุมกว่า

ปิดท้าย: ถ้าใช้เป็น Gemini จะกลายเป็นผู้ช่วยประจำทีมได้จริง

สรุปแล้ว Gemini ไม่ได้เป็นแค่แชตบอต แต่เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะที่

  • สร้างรูปได้

  • เขียนคอนเทนต์ได้

  • คิดแผนการตลาดได้

  • ช่วยงานบัญชีได้

  • เขียนและอธิบายโค้ดได้

หัวใจคือการ ออกแบบ Prompt ให้ชัดเจนและใส่บริบทให้ครบ ยิ่งคุณบอกข้อมูลมากเท่าไร ผลลัพธ์ที่ได้ก็ยิ่งใกล้เคียงสิ่งที่คุณต้องการมากเท่านั้น

ลองเริ่มจากงานเล็ก ๆ รอบตัว แล้วค่อย ๆ ขยายให้ Gemini เข้าไปอยู่ในทุกขั้นตอนการทำงานของคุณ คุณจะเห็นเลยว่าเวลาในแต่ละวันถูกใช้ได้คุ้มค่าขึ้นแค่ไหน