ไทยยุคใหม่: จากผู้ใช้เทคโนโลยี สู่ประเทศศูนย์กลาง Tech Talent
ในโลกที่ AI และ Data ไม่ได้เป็นแค่ “เครื่องมือช่วยงาน” อีกต่อไป แต่กลายเป็น หัวใจหลักของทุกกระบวนการทำงาน คนทำงานทุกสายอาชีพจึงหนีไม่พ้นที่จะต้องเข้าใจเทคโนโลยี และรู้วิธีทำงานร่วมกับ AI อย่างมีประสิทธิภาพ
คนที่ เข้าใจและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีได้จริง กำลังกลายเป็นทรัพยากรที่โลกต้องการมากที่สุด และยิ่งประเทศไหนมีแรงงานที่มี ทักษะขั้นสูง (High Skills) มากเท่าไร ประเทศนั้นก็ยิ่งได้เปรียบในสมรภูมิเศรษฐกิจโลก โดยวันนี้โลกกำลังถูกขับเคลื่อนด้วย 5 เทรนด์สำคัญที่ไทยต้องจับตา
5 เทรนด์ใหญ่ที่กำลังเปลี่ยนเกมแรงงานโลก
1. AI–Human Collaboration: จากคู่แข่ง สู่คู่หู
ในยุค Generative AI บทบาทของคนในองค์กรไม่ได้ถูกแทนที่ด้วย AI แต่ถูก ยกระดับให้ทำงานร่วมกับ AI แทน
AI–Human Collaboration คือการที่มนุษย์ใช้ AI เป็นเหมือน Partner คอยช่วยคิด ช่วยวิเคราะห์ และช่วยตัดงานที่ใช้เวลาเยอะออกไป เพื่อให้คนโฟกัสกับงานที่ใช้ความคิดและการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์มากขึ้น
ตัวอย่างงานที่ AI เข้ามาช่วยเสริม ได้แก่
การค้นคว้าข้อมูลจำนวนมหาศาลในเวลาไม่กี่วินาที
การสร้างรูปภาพหรือคอนเทนต์ด้วย Generative AI
การวิเคราะห์รายงานเชิงลึกเพื่อประกอบการตัดสินใจ
การช่วยประเมินทางเลือกทางธุรกิจในหลาย ๆ สถานการณ์
ใครเข้าใจวิธีทำงานร่วมกับ AI ก่อน มีโอกาสนำหน้าในตลาดแรงงานก่อน
2. Global Talent Migration: คนเก่งเลือกประเทศ ไม่ใช่ประเทศเลือกคนเก่ง
แรงงานที่มี ทักษะขั้นสูง ในวันนี้มีอิสระมากพอจะเลือกประเทศที่ตนเองอยากใช้ชีวิตและทำงานได้ โดยจะมองหาประเทศที่มีทั้งคุณภาพชีวิตดี และ ecosystem ที่พร้อมต่อการเติบโตด้านอาชีพ
จากผลสำรวจ Global Talent Survey 2024 โดย Jobsdb by seek พบภาพที่น่าสนใจของแรงงานไทยว่า
คนทำงานไทยมากถึง 66% สนใจย้ายไปทำงานต่างประเทศ
ในกลุ่ม GEN Z ตัวเลขยิ่งสูงขึ้นไปถึง 79%
นี่สะท้อนให้เห็นว่า ถ้าไทยอยากเป็นศูนย์กลาง Tech Talent จริง ๆ ต้องไม่เพียงดึงคนเก่งจากต่างประเทศ แต่ต้องสร้างเงื่อนไขให้ คนเก่งไทยอยากอยู่ และอยากกลับมา ด้วย
3. Remote Work & Digital Nomads: ไทยคือฐานปฏิบัติการของคนทำงานจากทั่วโลก
ไทยกำลังกลายเป็นจุดหมายสำคัญของแรงงานสายเทคอิสระจากหลายประเทศ โดยในปี 2566 มี Digital Nomad ทั่วโลกประมาณ 40 ล้านคน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 60 ล้านคนในปี 2573
สำหรับประเทศไทย เพียงปี 2567 เพียงปีเดียว มีการประเมินว่าอาจมี Digital Nomad เดินทางเข้ามาราว 1.75 ล้านคน
คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ทำงานในสาย
IT และซอฟต์แวร์
การตลาดดิจิทัล
E-Commerce และงานออนไลน์รูปแบบใหม่
ด้วยความที่ Digital Nomad เป็นคนทำงานที่รักการเดินทาง พวกเขาจึงมีส่วนสำคัญในการช่วยขับเคลื่อน ภาคท่องเที่ยวและเศรษฐกิจท้องถิ่นของไทย ไปพร้อมกัน
4. Skill-Based Hiring: ยุคที่ “ทักษะจริง” ชนะ “ใบปริญญา”
องค์กรระดับโลกจำนวนมากเริ่มขยับจากการดูแค่ วุฒิการศึกษา ไปสู่การมองหา “ทักษะที่ทำงานได้จริง” เป็นหลัก
การจ้างงานแบบ Skill-Based Hiring เน้นว่า
ทำงานได้ตรงกับโจทย์ปัจจุบันขององค์กรหรือไม่
มีทักษะพร้อมใช้งานทันที หรือปรับตัวได้เร็วแค่ไหน
ปัจจัยอย่างคณะที่เรียนหรือชื่อสถาบัน จึงไม่ใช่ตัวการันตีศักยภาพอีกต่อไป แนวโน้มนี้ช่วยให้
องค์กรลดโอกาส “จ้างผิดคน”
เปิดพื้นที่ให้คนที่มีทักษะแต่ไม่ได้จบสายตรง หรือไม่ได้จบจากมหาวิทยาลัยดัง มีโอกาสมากขึ้น
5. Green Tech + ESG: ทักษะสีเขียวกำลังมาแรง
ความรู้ด้านเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืนกำลังกลายเป็น จุดตัดสำคัญ ระหว่างธุรกิจ รัฐ และสังคม โดย Green Skills หมายถึงชุดทักษะที่ผสมผสานระหว่าง
ความรู้ด้านเทคนิค
ค่านิยมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
ทัศนคติที่มุ่งสู่ความยั่งยืน
ทักษะเหล่านี้เป็นหัวใจของการเปลี่ยนผ่านไปสู่ เศรษฐกิจสีเขียว ที่มุ่งทั้งผลลัพธ์ด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน
ไทยพร้อมแค่ไหนต่อการเป็น Tech Talent Hub?
เมื่อพิจารณาจากเทรนด์เทคโนโลยีและโมเมนตัมของการลงทุน จะเห็นได้ชัดว่า ประเทศไทยกำลังยืนอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญ หลายคนจึงเริ่มตั้งคำถามว่า
ไทยพร้อมหรือยังจะก้าวขึ้นเป็น ศูนย์กลางแรงงานทักษะสูง ของภูมิภาค?
ต้องวางแผนและสร้าง ecosystem แบบไหน ให้คนเก่งจากทั่วโลกอยากมาทำงานที่นี่?
ตัวเลขที่สะท้อน Momentum การเดินหน้าสู่ Tech Talent Hub
ปัจจัยหลายด้านกำลังส่งสัญญาณชัดเจนว่า ไทยกำลังเร่งเครื่องในทิศทาง Tech & Digital อย่างจริงจัง โดยมีจุดเด่นสำคัญดังนี้
ช่วงปี 2023–2024 ยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนด้านดิจิทัลจากบีโอไอ ที่เกี่ยวข้องกับ Data Center และ Cloud แตะระดับ 14 ล้านล้านบาท สูงสุดในรอบ 10 ปี
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) คาดว่าในปี 2025 เศรษฐกิจดิจิทัลของไทยจะเติบโต 3% มีมูลค่าสูงถึง 4.85 ล้านล้านบาท
บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Microsoft เข้ามาลงทุนสร้าง Data Center แห่งแรกในไทย พร้อมตั้งเป้าพัฒนาทักษะ AI ให้คนไทยมากกว่า 1 ล้านคน ภายในปี 2025
5 ทักษะ Hybrid Skills ที่โลกกำลังแย่งตัว
แรงงานที่มี ทักษะขั้นสูงในยุคใหม่ มักจะอยู่ในรูปแบบ Hybrid Skills คือผสมผสานทั้งความเข้าใจเทคโนโลยีและความเข้าใจมนุษย์ ซึ่ง 5 ทักษะมาแรงที่กำลังเป็นที่ต้องการทั่วโลก ได้แก่
AI & Data Literacy
ความสามารถในการใช้เครื่องมือ AI อย่างมั่นใจ เข้าใจหลักการของ Machine Learning ระดับเบื้องต้น และตีความข้อมูลเพื่อใช้ในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์UX/UI & Human-Centered Design
ทักษะที่เปลี่ยนเทคโนโลยีให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์และบริการที่ ใช้งานง่าย ตอบโจทย์ผู้ใช้จริง ไม่ใช่แค่ทำงานได้ในเชิงเทคนิค แต่ต้องดีในมุมมองประสบการณ์ผู้ใช้ด้วยCybersecurity
เมื่อธุรกิจเกือบทุกอย่างย้ายขึ้นออนไลน์ ความสามารถในการ ปกป้องข้อมูล ระบบ และความเป็นส่วนตัว กลายเป็นสิ่งที่ทุกองค์กรต้องมีอยู่ในทีม ไม่ว่าจะเป็นองค์กรเล็กหรือใหญ่Agile Leadership & Communication
ยุคนี้การทำงานแบบ Agile และทีมลักษณะ Cross-functional กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ ผู้นำจึงต้องมีทั้งทักษะการสื่อสาร การนำทีมข้ามสายงาน และพร้อมปรับตัวอย่างรวดเร็วGreen Tech Know-how
โลกต้องการนวัตกรรมที่ยั่งยืนมากขึ้นเรื่อย ๆ ทักษะเกี่ยวกับ พลังงานสะอาด เทคโนโลยีสีเขียว และโซลูชันที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จึงถูกยกให้เป็นหนึ่งใน Skill of the Future ที่มีมูลค่าสูงมาก
ทำไมไทยถูกจับตามองในฐานะ Tech Talent Hub ของภูมิภาค
การพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่ “โอกาสทำธุรกิจใหม่ ๆ” แต่คือการ สร้างระบบนิเวศใหม่ที่ดึงดูดคนเก่งจากทั่วโลก ให้เข้ามาทำงานและใช้ชีวิตในประเทศ
4 ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไทยน่าจับตา ได้แก่
เศรษฐกิจดิจิทัลเติบโตต่อเนื่อง
DE ระบุว่าในปี 2024 เศรษฐกิจดิจิทัลของไทยมีสัดส่วนประมาณ 25% ของ GDP และตั้งเป้าจะขยับขึ้นเป็น 30% ภายในปี 2027โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล + การสนับสนุนจากรัฐ
การลงทุนใน Tech Park, Data Center และโครงการพัฒนาทักษะแรงงานด้าน Digital & AI รวมถึงมาตรการอำนวยความสะดวกให้ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติทักษะสูง เข้ามาทำให้บริษัทเทคระดับโลกตัดสินใจเข้ามาลงทุนและร่วมพัฒนาคนไทยมากขึ้นโลเคชันที่เชื่อมต่อทั้งอาเซียนและเอเชีย
ไทยตั้งอยู่ใจกลางภูมิภาค เชื่อมโยงโครงข่ายการค้า การเดินทาง และโลจิสติกส์สู่ประเทศต่าง ๆ ในเอเชียได้อย่างมีประสิทธิภาพคุณภาพชีวิตที่สมดุลและดึงดูดคนรุ่นใหม่
ไทยมีค่าครองชีพที่คุ้มค่า วัฒนธรรมที่เปิดรับ และไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์คนทำงานยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ สมดุลชีวิตและงาน (Work–Life Balance)
บทบาทของนโยบาย และ Visa ในการดึงดูด Tech Talent
เมื่อมองในมุมยุทธศาสตร์ ประเทศไทยไม่ได้โฟกัสแค่การดึงบริษัทเทคโนโลยีเข้ามาลงทุนเท่านั้น แต่ยังวางโครงสร้างเพื่อให้ คนเก่งสามารถเข้ามาใช้ชีวิตและทำงานได้ง่ายขึ้น ด้วย
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) มีบทบาทสำคัญในการ
ขับเคลื่อนนโยบายดิจิทัลของไทยผ่าน สิทธิประโยชน์ด้านภาษี
สนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ เช่น Data Centers, Semiconductors, Digital Services
หนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยดึงดูดแรงงานทักษะสูง คือ LTR Visa (Long-Term Resident) ที่เปิดโอกาสให้
ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี
ผู้ประกอบการสายดิจิทัล
สามารถเข้ามาทำงานและตั้งถิ่นฐานในประเทศไทยได้สะดวกขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
สรุป: การเป็น Tech Talent Hub ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่คือเรื่องของ “คน”
ทั้งหมดนี้ไม่ได้มีเป้าหมายแค่ ดึงดูดคนเก่งจากต่างประเทศ แต่ยังเป็นการ ออกแบบอนาคตของแรงงานไทยรุ่นใหม่ ให้เติบโตท่ามกลางระบบนิเวศที่เชื่อมโยงกับมาตรฐานระดับโลก
เพราะการเป็น Tech Talent Hub ที่แท้จริง ไม่ได้วัดแค่จากจำนวน Data Center หรือมูลค่าการลงทุน แต่ต้องวัดจาก
ว่าเรามีคนที่ พร้อมใช้เทคโนโลยี แค่ไหน
ใคร สร้างเทคโนโลยี ได้จริง
และใครสามารถ ต่อยอดเทคโนโลยี ให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ท้ายที่สุดแล้ว ศักยภาพของคนวันนี้ คือภาพสะท้อนเศรษฐกิจของวันข้างหน้า
ใครที่กำลังมองอนาคตการทำงานของตัวเองในยุค AI นี่อาจเป็นจังหวะสำคัญที่จะเริ่มอัปสกิลด้าน Data, AI, UX, Cybersecurity หรือ Green Tech ตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อให้ตัวเองอยู่ในกลุ่ม Tech Talent ที่โลกต้องการจริง ๆ

