AI ไม่ได้มาแย่งงาน แต่มาเป็นทีมใหม่ขององค์กร
ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ไม่ได้อยู่แค่ในข่าวหรือห้องวิจัยอีกต่อไป แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และเป็นตัวช่วยสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันขององค์กร
สำหรับองค์กรยุคใหม่ คำว่า AI Adoption หรือการนำ AI เข้ามาอยู่ในกระบวนการทำงาน เป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการก้าวทันโลกธุรกิจที่เปลี่ยนเร็วขึ้นทุกวัน
บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) คือหนึ่งในองค์กรที่เดินหน้าเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่มาตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ด้วยการนำ AI เข้ามาช่วยขับเคลื่อน ปรับปรุงการตัดสินใจ และเปิดโอกาสทางธุรกิจรูปแบบใหม่ที่จับต้องได้จริง
มุมมองของทีมทรัพยากรมนุษย์ของบ้านปูชัดเจนว่า การมาของคลื่นเทคโนโลยี AI กำลังเปลี่ยนรูปแบบการทำงานอย่างต่อเนื่อง องค์กรจึงต้อง คิดใหม่ วางแผนใหม่ และสร้างระบบรองรับ เพื่อให้คนกับ AI ทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นทีมเวิร์ค
บ้านปูไม่ได้มอง AI แยกขาดจากคน แต่มองเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศองค์กร เชื่อมโยงตั้งแต่วิสัยทัศน์ ภาพใหญ่ ไปจนถึงผลกระทบระยะยาว เพื่อให้ทุกฝ่ายเติบโตไปด้วยกันอย่างมั่นคง
3R Framework: สูตรคิดของบ้านปูในการผสาน AI กับคน
บ้านปูออกแบบแนวคิด 3R เป็นกรอบคิดเพื่อขับเคลื่อนองค์กรเข้าสู่ยุคพลังงานแห่งอนาคต โดยใช้ AI เป็นแรงเสริมสำคัญ
แนวคิดนี้ไม่ได้โฟกัสที่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มจาก “คน” ในองค์กร เป็นศูนย์กลาง แล้วค่อยต่อยอดสู่การใช้ AI ในการปฏิบัติการจริง
สามเสาหลักของ 3R ได้แก่:
Reframe – ปรับมุมมองเกี่ยวกับ AI
Reskill – เสริมทักษะการใช้งาน AI
Reimagine – มองภาพการทำงานร่วมกันของคนกับ AI ในอนาคต
แต่ละ R ทำหน้าที่คนละแบบ ทว่าเสริมพลังกันอย่างเป็นระบบ
Reframe: เปลี่ยนความกลัวให้เป็นโอกาส
หนึ่งในความท้าทายใหญ่สุดของการนำ AI เข้ามาในองค์กร คือ ความกังวลของพนักงานว่า AI จะมาแทนที่คน
บ้านปูจึงให้ความสำคัญกับการ “ปรับมุมมอง” มากเป็นพิเศษ โดยใช้การสื่อสารที่เต็มไปด้วยความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจ ไม่ใช่แค่ประกาศใช้งานเครื่องมือใหม่แล้วจบ
องค์กรเลือกวางภาพของ AI ว่า “เพื่อนร่วมงาน” ไม่ใช่ “คู่แข่ง” ทำให้พนักงานรู้สึกว่าตนเองยังเป็นศูนย์กลางของงาน แต่อาศัย AI เข้ามาช่วยให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ใช่มาเปลี่ยนทุกอย่างจนหมดตัวตน
เมื่อพนักงานสัมผัสได้ว่าองค์กรเข้าใจและพร้อมสนับสนุน ก็ยิ่งเปิดใจ ยอมรับ และพร้อมเรียนรู้วิธีทำงานร่วมกับ AI มากขึ้น
เพื่อให้การเปลี่ยนมุมมองเกิดขึ้นจริง บ้านปูจึงจัด กิจกรรมอบรมและสื่อสารเรื่อง AI อย่างต่อเนื่องทุกไตรมาส ครอบคลุมพนักงานในทุกประเทศ เพื่อให้ทุกคนเข้าใจตรงกันในเรื่อง:
บทบาทของ AI ในงานจริง
ประโยชน์ที่แต่ละคนจะได้รับจากการใช้ AI
วิธีมอง AI ในฐานะผู้ช่วย ไม่ใช่ตัวแทน
นอกจากนี้ ยังเปิดพื้นที่ให้ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และธุรกิจมาแบ่งปัน แนวคิด วิธีคิด และตัวอย่างการใช้ AI อย่างสร้างสรรค์และมีประสิทธิภาพ เพื่อให้พนักงานเห็นภาพการประยุกต์ใช้ในชีวิตการทำงานจริง ไม่ใช่แค่ทฤษฎีในสไลด์
Reskill: ยกระดับทักษะ เพื่อทำงานกับ AI ได้จริง
เมื่อบ้านปูนิยาม AI ว่าเป็น “สมาชิกใหม่ของทีม” สิ่งที่ตามมาคือการทำให้ทีมทั้งหมดทำงานร่วมกันได้อย่างกลมกลืน
AI ในมุมมองของบ้านปู คือสมาชิกที่มาพร้อมความสามารถใหม่ ๆ เช่น การเข้าถึงข้อมูลจำนวนมหาศาลแบบเรียลไทม์ การวิเคราะห์เชิงลึก และการช่วยตัดสินใจบนข้อมูลที่ครบถ้วนขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้จะเสริมให้ทีมแข็งแรงกว่าเดิม
ดังนั้น ผู้นำองค์กรจึงต้องเน้นการ เสริมทักษะ (Reskill) ให้พนักงาน เพื่อให้:
ทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างราบรื่น
รู้วิธีใช้ AI เป็นเครื่องมือ ไม่ใช่พึ่งแบบไร้ทิศทาง
เข้าใจทั้งศักยภาพ ข้อจำกัด และผลกระทบของ AI
บ้านปูออกแบบหลักสูตรการเรียนรู้ด้าน AI ให้ตอบโจทย์พนักงานทุกระดับ โดยเฉพาะปีนี้ที่มีการจัดอบรมอย่างเป็นระบบ ได้แก่:
AI for Everyone
หลักสูตรพื้นฐานที่เน้นเคล็ดลับและตัวอย่างการใช้งานจริง ทำให้ทุกคนในองค์กรเริ่มใช้ AI ได้อย่างไม่รู้สึกไกลตัวGenerative AI for Business Productivity
โฟกัสที่การใช้ Generative AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เช่น การสร้างเนื้อหา การสรุปข้อมูล การช่วยคิดไอเดีย และการลดเวลางานรูทีนGenerative AI Mastery for Leader
ออกแบบสำหรับผู้นำ ที่ต้องใช้ AI ในระดับวางกลยุทธ์ มองภาพการเปลี่ยนแปลง และออกแบบแนวทางการทำงานใหม่ทั้งทีม
ในหลักสูตรเหล่านี้ พนักงานจะได้เรียนรู้ทั้งเรื่อง:
วิธีป้อนคำสั่ง (Prompt) ให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจ
การรู้เท่าทันข้อจำกัดของ AI
การมองผลกระทบของการใช้ AI ในภาพรวมของธุรกิจ
การใช้ AI เพื่อออกแบบงานใหม่ ๆ ไม่ใช่แค่ทำงานเดิมให้เร็วขึ้น
หัวใจของ Reskill คือการทำให้พนักงานเป็นผู้ขับเคลื่อน AI ไม่ใช่ผู้ถูกเทคโนโลยีลากไปโดยไม่เข้าใจ
Reimagine: วาดภาพการทำงานร่วมกันของคน + AI ให้ชัด
ขั้นต่อมาคือการ จินตนาการและลงมือสร้างภาพใหม่ของการทำงานในโลกที่มี AI อยู่ร่วมกัน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมพลังงานที่เต็มไปด้วยข้อมูลซับซ้อนและการตัดสินใจที่มีผลกระทบสูง
ในมุมของบ้านปู AI ช่วยให้บริษัทสามารถยกระดับการทำงานและต่อยอดสู่การสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ได้มากขึ้น ผ่านความสามารถของ AI ในด้านต่าง ๆ เช่น:
การคาดการณ์และวางแผนการบำรุงรักษา
การจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
การตัดสินใจบนข้อมูลที่แม่นยำยิ่งขึ้น
การส่งมอบผลลัพธ์ที่วัดผลได้จริงในเชิงธุรกิจ
สิ่งเหล่านี้ทำให้องค์กรเดินหน้าเข้าใกล้เป้าหมายความสำเร็จได้เร็วและมั่นคงขึ้น
เคสจริง: AI ในการเทรดไฟฟ้าและการบริหารคนของบ้านปู
ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดของการผสาน AI เข้ากับธุรกิจของบ้านปู คือการทำธุรกิจ ระบบซื้อขายพลังงานไฟฟ้าในประเทศออสเตรเลีย
ทีมเทรดเดอร์ของบ้านปูใช้ AI มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาลแบบเรียลไทม์ ทั้งด้านราคา ความต้องการใช้ไฟฟ้า และตัวแปรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อ:
ประเมินช่วงเวลาที่เหมาะสมในการ ซื้อไฟฟ้าเมื่อราคาต่ำ
เลือกช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการ ขายไฟฟ้าเมื่อความต้องการและราคาพุ่งสูง
ผลลัพธ์คือการสร้าง มูลค่าทางธุรกิจที่จับต้องได้ จากการใช้ AI ช่วยตัดสินใจ ไม่ใช่แค่ใช้เพราะเป็นเทรนด์
นอกจากด้านธุรกิจแล้ว บ้านปูยังใช้ AI มาช่วยด้าน การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (HR) เช่น:
การประมวลผลข้อมูลพนักงานอย่างแม่นยำและรวดเร็วขึ้น
การคัดกรองบุคลากรที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับองค์กร
การออกแบบแนวทางพัฒนาพนักงานในแต่ละระดับศักยภาพ
การรักษาคนเก่งและคนดีให้อยู่กับองค์กรในระยะยาว
ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า AI ไม่ได้เข้ามาทำหน้าที่แทนคน แต่ช่วยให้ คนตัดสินใจบนข้อมูลที่ดีขึ้นและออกแบบการเติบโตขององค์กรได้อย่างมีเป้าหมาย
ทำไม 3R ของบ้านปูถึงใช้ได้จริง
เมื่อมองโดยรวม แนวคิด 3R ของบ้านปู คือการวางรากฐานการใช้ AI แบบ “คิดครบ – ทำจริง – วัดผลได้”
สิ่งที่โดดเด่นคือการไม่เริ่มจากเทคโนโลยี แต่เริ่มจาก กรอบความเข้าใจของคนในองค์กร จากนั้นจึงต่อยอดด้วยทักษะ และลงเอยด้วยการใช้งานจริงในธุรกิจพลังงาน
จุดแข็งของแนวคิดนี้ ได้แก่:
ให้ความสำคัญกับพนักงานในฐานะผู้ใช้ระยะยาว ไม่ใช่แค่ผู้ทดลองใช้ชั่วคราว
ลงทุนกับการเติมทักษะ (Reskill) อย่างเป็นระบบ
ใช้ AI ในงานปฏิบัติการจริง สร้างมูลค่าเพิ่มได้ทั้งในมุมธุรกิจและมุมคน
สุดท้ายแล้ว AI ในบ้านปูไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือไฮเทค แต่ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมระหว่าง คน เทคโนโลยี และธุรกิจ ให้เติบโตไปด้วยกันอย่างมีทิศทาง
เมื่อองค์กรสร้างระบบที่ทำให้คนกับ AI ทำงานร่วมกันได้อย่างแข็งแรง การขับเคลื่อนสู่อนาคตจึงไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของวัฒนธรรม วิธีคิด และการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง

