การดูแลเด็ก | สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ลูกของคุณติดโทรศัพท์มือถือคืออะไร?

user avatar
ZestActiveLife·2025-08-28T08:46Z
点赞
การดูแลเด็ก | สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ลูกของคุณติดโทรศัพท์มือถือคืออะไร?

บางครั้งฉันก็สงสัยว่าต้นตอที่แท้จริงของการติดโทรศัพท์มือถือของลูกๆ ของเราคืออะไร

สัปดาห์ที่แล้ว ฉันได้รับอีเมลจากผู้อำนวยการโรงเรียน บอกว่าพวกเขาไม่สามารถห้ามเด็ก ๆ ใช้โทรศัพท์มือถือได้โดยสิ้นเชิง ทางโรงเรียนจึงเตรียมนำระบบใหม่มาใช้ เด็กทุกคนต้องล็อกโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าตั้งแต่เช้าถึงเลิกเรียน ก่อนจะปลดล็อกออกมาได้

ในแง่หนึ่ง ฉันชื่นชมโรงเรียนที่พยายามแก้ไขปัญหานี้ แต่ในอีกแง่หนึ่งก็อดสงสัยไม่ได้ว่า การแก้ปัญหาด้วยการ “ล็อกโทรศัพท์” อาจเป็นเพียงการแก้ที่ปลายเหตุ ไม่ได้แตะถึงต้นตอที่แท้จริงเลย

d63f49ec-29dc-4f59-8142-e00f97cce283.jpeg

ต้นตอของปัญหาอยู่ที่ไหน?

แน่นอน โทรศัพท์มือถือเองก็เป็นส่วนสำคัญ มันคือเทคโนโลยีมหัศจรรย์ที่ยัดทั้งโลกไว้ในฝ่ามือ และถูกออกแบบมาเพื่อดึงดูดความสนใจเราให้ใช้ได้นานที่สุด เหมือนสูตรสำเร็จสำหรับการเสพติด

แต่หากจะพูดให้ตรงไปตรงมา ฉันไม่คิดว่านั่นคือต้นตอที่แท้จริง

ต้นเหตุจริง ๆ อาจสะท้อนอยู่ในตัวเราเอง — พ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล — ที่บางครั้งอยากให้ลูก ๆ จดจ่ออยู่กับหน้าจอมากกว่ามารบกวนเรา

ไม่ใช่ว่าเราเป็นพ่อแม่ที่ไม่ดี หรือไม่รักลูก แต่เพราะชีวิตประจำวันเต็มไปด้วยภาระสารพัด: งานบ้าน บิลที่ต้องจ่าย การทำอาหาร ขับรถไปกิจกรรมต่าง ๆ หรือแค่ต้องการพักหายใจสักครู่ โทรศัพท์จึงกลายเป็น “ผู้ช่วยเลี้ยงเด็ก” ที่ทั้งสะดวกและได้ผลทันใจ เรารู้ว่ามันอาจส่งผลเสีย แต่ก็มักยอมรับและปล่อยให้มันเป็นอย่างนั้น

16426818-d91d-4337-a79c-37d4bf5b2d91.jpeg

ทางแก้ที่แท้จริงอยู่ที่ตัวเรา

หากอยากเปลี่ยนแปลง เราต้องเริ่มจากการมองตัวเองในกระจกก่อน ยอมรับว่าเราเองก็มีส่วนในการสร้างสภาพที่ลูก ๆ ติดโทรศัพท์

การแก้ที่ต้นเหตุหมายความว่า:

  • ตอนเช้าแทนที่จะเปิด iPad เพื่อให้ลูกเงียบ เราต้องมีส่วนร่วมในการเตรียมตัวของพวกเขา

  • เวลารับประทานอาหารนอกบ้าน เราควรชวนลูกเข้าสนทนา แทนที่จะกด YouTube ให้พวกเขาหายวุ่นวาย

  • บนรถทางไกล แทนที่จะใช้จอเป็นตัวกล่อม เราต้องหากิจกรรมอื่นหรือสอนให้พวกเขาเรียนรู้การจัดการความเบื่อหน่าย

  • ตอนเย็น แทนที่จะจมอยู่กับ Instagram หรืออัปเดตทีมแฟนตาซี เราต้องยอมสละเวลามาพูดคุยและเล่นกับลูก

คำถามคือ เราเต็มใจจะทำสิ่งเหล่านี้จริง ๆ ไหม?

5072620f-3304-4c5d-831a-32c27b8907e7.jpeg

ภาระหน้าที่ที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้

ความจริงก็คือ การวิจัยยืนยันชัดเจนถึงผลเสียของการใช้โทรศัพท์และหน้าจอมากเกินไป ทั้งต่อสุขภาพกาย จิตใจ และพัฒนาการทางสังคมของเด็ก ๆ ในฐานะพ่อแม่ หน้าที่ของเราคือชี้นำ สอน และสร้างพฤติกรรมที่ดี เราไม่สามารถเพิกเฉยเพียงเพราะความสะดวกสบายส่วนตัว

แน่นอนว่า เด็ก ๆ ยังสามารถใช้หน้าจอได้บ้าง และเราก็สามารถพักระหว่างที่พวกเขาดูได้บ้าง แต่สิ่งสำคัญคือ เราต้องไม่ปล่อยให้เทคโนโลยีเลี้ยงลูกแทนเรา

ถึงเวลาซื่อสัตย์กับตัวเอง

การแก้ปัญหานี้อาจหมายถึงการปรับชีวิตของเรา:

  • ลดภาระบางอย่างเพื่อมีเวลาให้ลูกมากขึ้น

  • ลดชั่วโมงการทำงานหรือแบ่งเวลาให้สมดุล

  • ยอมรับว่าเวลาส่วนตัวอาจต้องลดลงเพื่อแลกกับการมีส่วนร่วมในชีวิตลูก

วิธีแก้ของแต่ละครอบครัวอาจต่างกัน แต่เป้าหมายคือสิ่งเดียวกัน — ทำให้เด็ก ๆ ใช้เวลาน้อยลงกับโทรศัพท์ และมากขึ้นกับครอบครัว ชีวิตจริง และโลกภายนอก

สุดท้ายแล้ว…

หากวันหนึ่งเราบ่นว่าลูกไม่ออกไปเล่น ไม่กล้าสื่อสารกับคนอื่น หรือดูเฉยชาไร้แรงบันดาลใจ บางทีคำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่เด็กเท่านั้น แต่อยู่ที่เราเอง ผู้ใหญ่ที่ปล่อยให้โทรศัพท์กลายเป็นทางออกที่ง่ายที่สุด

นี่ไม่ใช่เรื่องของการชี้นิ้วโทษกัน แต่คือการซื่อสัตย์และยอมรับความจริง เพื่อที่เราจะได้ “ทำได้ดีกว่า” เพราะไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่าความสุขและอนาคตของลูก ๆ ของเรา

บทความล่าสุดดูเพิ่มเติม

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายบ้านให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกอาหาร การออกกำลังกาย หรือการเฝ้าดูสัญญาณของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ หนึ่งในอุปกรณ์ที่เริ่มกลายเป็นของจำเป็นในทุกบ้านคือ เครื่องวัดความดันโลหิต เพราะโรคความดันโลหิตสู
OMRON HEM-7143T1 เครื่องวัดความดันอัตโนมัติ ดูแลสุขภาพง่ายขึ้นในทุกวัน
เคยยืนมองตู้แช่ในเซเว่นแล้ว “เอ๊ะ…” อยู่หน้าชั้น C-vitt ไหมสีส้มก็อยากลอง สีเหลืองก็ดูสดใส สีแดงก็เหมือนสายสวยผิวดี ไหนจะตัว 0% น้ำตาล หรือสูตรเข้มข้น 1000 มก. อีกสุดท้ายเลือกไม่ถูก ก็หยิบตามฟีลกันไปแบบงง ๆบทความนี้เลยขออาสามาเป็นเพื่อนฟิตเ
เครื่องดื่มวิตามิน C-vitt แต่ละสีแตกต่างกันยังไง เลือกให้ถูกสไตล์ ร่างกายยิ่งแฮปปี้
เช้าไหนรีบมาก ๆ หลายคนมักเลือก “อะไรก็ได้” เป็นอาหารเช้า ซึ่งดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่แท้จริงแล้วมื้อแรกของวันมีอิทธิพลต่อ สมอง มากกว่าที่หลายคนคิด สมองใช้พลังงานมากถึง 20% ของแคลอรี่ทั้งหมด ที่ร่างกายได้รับในแต่ละวัน และต้องการสารอาหา
ถึงเวลาช่วยสมอง! เลิก 5 อาหารเช้ายอดฮิต ทำสมองเสื่อม-แก่เร็ว เสี่ยงมะเร็งไม่รู้ตัว

แนะนำสำหรับคุณ