ปวดหัวบ่อยๆ อย่ามองข้าม! อาการนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกาย

user avatar
Chloe.Ma·2025-09-03T06:31Z
点赞
ปวดหัวบ่อยๆ อย่ามองข้าม! อาการนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกาย

อาการปวดหัวไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย รู้เท่าทันก่อนสายเกินไป

อาการปวดหัว...ปัญหาที่หลายคนคุ้นเคยและอาจเจอกันอยู่บ่อยครั้งในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นตอนทำงานหนัก พักผ่อนน้อย หรือเจอความเครียดสะสม หลายคนอาจมองว่า “ก็แค่ปวดหัว เดี๋ยวก็หาย” แล้วปล่อยผ่านไป แต่คุณรู้หรือไม่ว่า อาการเล็กๆ ที่ดูเหมือนไม่อันตรายนั้น บางครั้งอาจเป็นสัญญาณเตือนภัยสุขภาพที่ร้ายแรง หากละเลยก็อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่คาดไม่ถึงได้

ปวดหัวธรรมดา หรือสัญญาณอันตราย?

อาการปวดหัวไม่ได้มีแค่แบบเดียว แต่แบ่งออกได้หลายประเภท และบางครั้งก็อาจแฝงโรคที่อันตรายเอาไว้ เช่น

  • ปวดหัวร่วมกับมีไข้
    หลายคนเข้าใจว่าเป็นเพียงผลจากหวัดหรือไข้ธรรมดา แต่จริงๆ แล้วอาจเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อที่ร่างกายกำลังเผชิญอยู่ หากปวดหัวรุนแรงจนทนไม่ไหว ร่วมกับคอแข็ง อ่อนเพลีย และยังไม่ดีขึ้นแม้อุณหภูมิร่างกายกลับมาเป็นปกติแล้ว ต้องระวังโรคสมองอักเสบ ซึ่งอาจทำให้สมองเสียหายถาวร และอันตรายถึงชีวิต

  • ปวดหัวร่วมกับอาการทางระบบประสาท
    เช่น มองภาพเบลอ พูดไม่ชัด กลืนลำบาก แขนขาอ่อนแรง หรือมีอาการชัก อาจบ่งบอกถึงโรคในกะโหลกศีรษะ หากปวดหัวข้างเดียวและปวดตาร่วมด้วย ควรสงสัย “ต้อหิน” ซึ่งหากไม่ได้รักษาทันที ความเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็นจะสูงมาก

  • ปวดหัวแบบเฉียบพลัน รุนแรงที่สุดในชีวิต
    ถ้าอยู่ๆ มีอาการปวดตุบๆ แบบรุนแรงจนแทบจะทนไม่ไหว ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะนี่อาจเป็นสัญญาณของภาวะเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมอง ภาวะฉุกเฉินที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง ทุกวินาทีที่ช้าลงคือความเสี่ยงต่อชีวิต

  • ปวดหัวเรื้อรัง และรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
    โดยเฉพาะในคนที่ไม่เคยปวดหัวมาก่อน หรืออายุมากกว่า 50 ปีแล้วเพิ่งเริ่มมีอาการ หากปล่อยไว้อาจเป็นสัญญาณของเนื้องอกในสมอง ควรรีบไปตรวจวินิจฉัยให้แน่ชัด

d29a6a83-bdf0-49e7-a808-d190d0642bf3.jpeg

ระวังการใช้ยาแก้ปวดมากเกินไป

เมื่อปวดหัว หลายคนมักจะหยิบยาแก้ปวดมากินทันที ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด แต่ถ้าใช้บ่อยเกินไปก็อาจทำให้เกิดปัญหาตามมา เช่น อาการปวดหัวจากการใช้ยาเกินขนาด (Medication Overuse Headache) ซึ่งจะยิ่งทำให้ปวดหนักขึ้น

แพทย์แนะนำว่า:

  • ไม่ควรใช้ ยาพาราเซตามอล หรือยาแก้อักเสบกลุ่ม NSAIDs เกิน 15 วันต่อเดือน

  • ไม่ควรใช้ ยาแก้ปวดร่วมกับยากลุ่มทริปแทน เกิน 10 วันต่อเดือน

สำหรับคนที่มีอาการปวดหัวบ่อย ควรบันทึกความถี่และปริมาณยาที่ใช้แต่ละเดือน เพื่อให้แพทย์วิเคราะห์และวางแผนการรักษาที่เหมาะสม จะช่วยให้จัดการอาการได้อย่างปลอดภัยมากกว่า

ไมเกรน “ปัญหากวนใจ” ของผู้หญิง

หนึ่งในอาการปวดหัวที่พบบ่อยและสร้างความทรมานให้กับผู้คนจำนวนมากคือ ไมเกรน โดยเฉพาะในผู้หญิงที่มีอัตราการเกิดมากกว่าผู้ชายหลายเท่า สาเหตุหนึ่งคือฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งมักทำให้อาการกำเริบในช่วงก่อนหรือระหว่างมีประจำเดือน

อาการของไมเกรน ได้แก่

  • ปวดตุบๆ ที่ศีรษะข้างเดียวหรือสองข้าง

  • คลื่นไส้ อาเจียน

  • แพ้แสงและเสียง

  • ผู้ป่วยบางราย (20–30%) อาจมี “อาการเตือน” ก่อนเริ่มปวด เช่น เห็นแสงวาบ หรือภาพพร่า

ไมเกรนไม่ใช่เพียงอาการปวดหัวธรรมดา แต่ทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลงอย่างมาก หลายคนต้องนอนพักทั้งวัน ไม่สามารถทำงานหรือเรียนได้ตามปกติ และอาจมีอาการสมาธิลดลงหรือตอบสนองช้าล่วงหน้า ซึ่งส่งผลเสียต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

สิ่งที่กระตุ้นไมเกรน ได้แก่ การนอนหลับไม่เพียงพอ ความเครียดสะสม การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ รวมถึงการรับประทานอาหารบางชนิด เช่น คาเฟอีน ช็อกโกแลต อาหารหมักดอง และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

วิธีบรรเทาอาการปวดหัว

แม้สาเหตุของอาการปวดหัวจะซับซ้อน แต่ก็มีหลายวิธีที่ช่วยบรรเทาอาการได้ เช่น

  • การปรับพฤติกรรม: พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น เช่น แสงจ้า เสียงดัง หรืออาหารบางชนิด

  • การนวดกดจุด: เช่น กดจุดบริเวณกลางหน้าผาก (หยินถัง) ไล่ไปตามไรผมจนถึงขมับ และกดบีบไล่จากศีรษะลงมาถึงต้นคอ ทำซ้ำหลายครั้ง จะช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้นและลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ

  • การใช้สมุนไพรและอาหารบำรุง: บางตำรานิยมใช้สมุนไพรจีนอย่าง ชวนสง และ กาสโตรเดียเอลาตา ชงดื่มเป็นชา หรือใส่ในซุป เพื่อช่วยบรรเทาไมเกรน แต่ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ร่วมกับการรักษาหลัก

สรุป

อาการปวดหัวไม่ใช่สิ่งที่ควรมองข้าม เพราะบางครั้งอาจเป็นสัญญาณเตือนโรคร้ายแรง การพึ่งยาแก้ปวดอย่างเดียวอาจไม่ใช่วิธีแก้ที่ยั่งยืน สิ่งสำคัญคือการสังเกตตัวเอง หากอาการปวดหัวรุนแรงผิดปกติ เกิดบ่อยขึ้น หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

อย่าลืมว่า สุขภาพคือทรัพย์สมบัติที่มีค่าที่สุด หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีอาการปวดหัวบ่อย ควรใส่ใจและดูแลให้ถูกวิธี ก่อนที่เรื่องเล็กๆ จะลุกลามกลายเป็นปัญหาใหญ่

บทความล่าสุดดูเพิ่มเติม

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายบ้านให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกอาหาร การออกกำลังกาย หรือการเฝ้าดูสัญญาณของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ หนึ่งในอุปกรณ์ที่เริ่มกลายเป็นของจำเป็นในทุกบ้านคือ เครื่องวัดความดันโลหิต เพราะโรคความดันโลหิตสู
OMRON HEM-7143T1 เครื่องวัดความดันอัตโนมัติ ดูแลสุขภาพง่ายขึ้นในทุกวัน
เคยยืนมองตู้แช่ในเซเว่นแล้ว “เอ๊ะ…” อยู่หน้าชั้น C-vitt ไหมสีส้มก็อยากลอง สีเหลืองก็ดูสดใส สีแดงก็เหมือนสายสวยผิวดี ไหนจะตัว 0% น้ำตาล หรือสูตรเข้มข้น 1000 มก. อีกสุดท้ายเลือกไม่ถูก ก็หยิบตามฟีลกันไปแบบงง ๆบทความนี้เลยขออาสามาเป็นเพื่อนฟิตเ
เครื่องดื่มวิตามิน C-vitt แต่ละสีแตกต่างกันยังไง เลือกให้ถูกสไตล์ ร่างกายยิ่งแฮปปี้
เช้าไหนรีบมาก ๆ หลายคนมักเลือก “อะไรก็ได้” เป็นอาหารเช้า ซึ่งดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่แท้จริงแล้วมื้อแรกของวันมีอิทธิพลต่อ สมอง มากกว่าที่หลายคนคิด สมองใช้พลังงานมากถึง 20% ของแคลอรี่ทั้งหมด ที่ร่างกายได้รับในแต่ละวัน และต้องการสารอาหา
ถึงเวลาช่วยสมอง! เลิก 5 อาหารเช้ายอดฮิต ทำสมองเสื่อม-แก่เร็ว เสี่ยงมะเร็งไม่รู้ตัว

แนะนำสำหรับคุณ