เครื่องดื่มไร้น้ำตาลไม่ได้ดีอย่างที่คิด! งานวิจัยชี้ว่าดื่มทุกวันอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ

user avatar
Chloe.Ma·2025-09-17T04:07Z
点赞
เครื่องดื่มไร้น้ำตาลไม่ได้ดีอย่างที่คิด! งานวิจัยชี้ว่าดื่มทุกวันอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ

เครื่องดื่มหวานปราศจากน้ำตาล: ความหวานที่ต้องดื่มด้วยความระมัดระวัง

ในยุคที่ผู้คนใส่ใจสุขภาพและรสชาติ เครื่องดื่มหวานปราศจากน้ำตาลกลายเป็นดาวเด่นสำหรับผู้ที่โหยหาความหวานแต่กังวลเรื่องแคลอรี เครื่องดื่มเหล่านี้ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถดื่มด่ำกับรสหวานได้โดยไม่รู้สึกหนักใจ ชานมไร้แคลอรีที่นิยมดื่มวันละหลายแก้วจึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยจำนวนมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเตือนว่าเครื่องดื่มหวานปราศจากน้ำตาล ไม่ควรดื่มทุกวัน

be25678e45e04240abd7d09f67bad97d.png

เครื่องดื่มหวานปราศจากน้ำตาลคืออะไร?

เครื่องดื่มเหล่านี้วางตลาดในชื่อ “0 น้ำตาล” หรือ “ปราศจากน้ำตาล” แต่ยังคงให้รสหวาน หลายคนจึงเข้าใจว่าแทบไม่มีแคลอรีหรือไม่มีผลต่อร่างกาย อย่างไรก็ตาม การศึกษาล่าสุดพบความเสี่ยงต่อสุขภาพที่ซ่อนอยู่

ตัวอย่างเช่น การศึกษาในออสเตรเลีย 14 ปี โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 36,000 คน อายุ 40–69 ปี พบว่าผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มหวานปราศจากน้ำตาลวันละหนึ่งแก้วมีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานประเภท 2 เพิ่มขึ้น 38% แม้ผู้ที่ดื่มเพียง 1–6 ครั้งต่อสัปดาห์ก็ยังมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น แม้ว่าการออกกำลังกายจะช่วยลดความเสี่ยงได้บ้าง แต่ไม่สามารถชดเชยได้ทั้งหมด

นอกจากนี้ การดื่มเครื่องดื่มหวานปราศจากน้ำตาลบ่อยครั้งยังอาจเร่งอายุสมอง พบว่าผู้สูงอายุและวัยกลางคนจำนวน 12,000 คนที่ดื่มโซดาปราศจากน้ำตาลวันละกระป๋อง มีอายุสมองเร่งขึ้นถึง 1.6 ปี

4acf1f502ba74d30a1007719acc9036e.png

ทำไมเครื่องดื่มหวานปราศจากน้ำตาลจึงเสี่ยง?

ความหวานมาจากสารให้ความหวานทั้งจากธรรมชาติและเทียม สารเทียม เช่น แซคคาริน แอสปาร์แตม อะซีซัลเฟมโพแทสเซียม และซูคราโลส แม้เพียงเล็กน้อยก็ให้ความหวานได้ ในขณะที่สารให้ความหวานจากธรรมชาติ เช่น แอลกอฮอล์น้ำตาล (ซอร์บิทอล อีริทริทอล ไซลิทอล) ก็มีผลต่อร่างกายต่างกัน

การดื่มเครื่องดื่มหวานเทียมทุกวันอาจกระตุ้นความอยากหวาน และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและโรคอ้วน งานวิจัยชี้ว่าการดื่มเครื่องดื่มที่เติมสารให้ความหวานเพิ่ม 250 มิลลิลิตรต่อวัน เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วน 21% และโรคเบาหวานประเภท 2 15% ผู้ที่ดื่มมากกว่า 500 มิลลิลิตรต่อวันมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 28%

กลไกทางสรีรวิทยาชี้ว่า การบริโภคสารหวานเทียมเป็นเวลานานอาจ “หลอก” สมองและระบบเผาผลาญ ทำให้เกิดความอยากหวานมากขึ้น และอาจรบกวนสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ ส่งผลต่อความไวต่ออินซูลินและระดับน้ำตาลในเลือด

เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์น้ำตาล เช่น ไซลิทอลและอิริทริทอล แม้ดูปลอดภัย แต่การศึกษาพบว่าผู้ที่มีระดับไซลิทอลในเลือดสูง มีความเสี่ยงต่อกล้ามเนื้อหัวใจตาย โรคหลอดเลือดสมอง หรือเสียชีวิตภายในสามปีเพิ่มขึ้น 57%

011f21279b184307a97263bd26af5fe8.png

จะดื่มอย่างไรให้ปลอดภัย?

ผู้ใหญ่ไม่ควรบริโภคน้ำตาลเกิน 25–50 กรัมต่อวัน หากต้องเลือกเครื่องดื่มรสหวานปราศจากน้ำตาล ควรเลือกในลำดับ:

  1. หวานน้อย

  2. สารให้ความหวานเทียม (ในปริมาณที่พอเหมาะ)

  3. น้ำตาลจริง (ในปริมาณจำกัด)

สารหวานเทียมในปริมาณพอเหมาะยังยอมรับได้สำหรับลดน้ำหนักหรือควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด แต่ควรดื่ม เป็นครั้งคราว ไม่ใช่ทุกวัน

สำหรับผู้ที่ใส่ใจสุขภาพจริง ๆ น้ำเปล่า ชา หรือกาแฟไม่เติมน้ำตาล ยังคงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด สุขภาพที่แท้จริงอยู่ที่ นิสัยการกินที่ดีและลดความหวานเกินจำเป็น ไม่ใช่การพึ่งสารทดแทน

สรุปแล้ว เครื่องดื่มหวานปราศจากน้ำตาลเป็นตัวช่วยที่ดี แต่ต้องดื่มด้วยความระมัดระวัง และอย่าลืมให้ความสำคัญกับเครื่องดื่มที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกายโดยตรง

บทความล่าสุดดูเพิ่มเติม

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายบ้านให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกอาหาร การออกกำลังกาย หรือการเฝ้าดูสัญญาณของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ หนึ่งในอุปกรณ์ที่เริ่มกลายเป็นของจำเป็นในทุกบ้านคือ เครื่องวัดความดันโลหิต เพราะโรคความดันโลหิตสู
OMRON HEM-7143T1 เครื่องวัดความดันอัตโนมัติ ดูแลสุขภาพง่ายขึ้นในทุกวัน
เคยยืนมองตู้แช่ในเซเว่นแล้ว “เอ๊ะ…” อยู่หน้าชั้น C-vitt ไหมสีส้มก็อยากลอง สีเหลืองก็ดูสดใส สีแดงก็เหมือนสายสวยผิวดี ไหนจะตัว 0% น้ำตาล หรือสูตรเข้มข้น 1000 มก. อีกสุดท้ายเลือกไม่ถูก ก็หยิบตามฟีลกันไปแบบงง ๆบทความนี้เลยขออาสามาเป็นเพื่อนฟิตเ
เครื่องดื่มวิตามิน C-vitt แต่ละสีแตกต่างกันยังไง เลือกให้ถูกสไตล์ ร่างกายยิ่งแฮปปี้
เช้าไหนรีบมาก ๆ หลายคนมักเลือก “อะไรก็ได้” เป็นอาหารเช้า ซึ่งดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่แท้จริงแล้วมื้อแรกของวันมีอิทธิพลต่อ สมอง มากกว่าที่หลายคนคิด สมองใช้พลังงานมากถึง 20% ของแคลอรี่ทั้งหมด ที่ร่างกายได้รับในแต่ละวัน และต้องการสารอาหา
ถึงเวลาช่วยสมอง! เลิก 5 อาหารเช้ายอดฮิต ทำสมองเสื่อม-แก่เร็ว เสี่ยงมะเร็งไม่รู้ตัว

แนะนำสำหรับคุณ