เกลือหิมาลายันต่างจากเกลือธรรมดายังไง? เรื่องของเกลือที่ไม่ได้จบแค่เค็ม!

user avatar
Ornicha.M (Kiw)·2025-11-13T03:42Z
点赞
เกลือหิมาลายันต่างจากเกลือธรรมดายังไง? เรื่องของเกลือที่ไม่ได้จบแค่เค็ม!

พูดถึง “เกลือ” หลายคนคงนึกถึงของที่อยู่ในครัวแทบทุกบ้าน ใช้ใส่ในต้ม ผัด แกง หรือโรยบนไข่ดาวให้รสกลมกล่อมขึ้นนิด ๆ แต่รู้ไหมว่า...เกลือไม่ได้มีแบบเดียว!

ช่วงไม่กี่ปีมานี้ “เกลือหิมาลายัน (Himalayan Pink Salt)” กลายเป็นของฮอตฮิตในหมู่สายสุขภาพ สายทำอาหาร และสายแต่งครัว เพราะสีชมพูอ่อน ๆ ของมันดูสวยจนอยากเอาไปถ่ายลง IG มากกว่าเอาไปปรุงอาหารซะอีก 😄

แต่ถ้าพูดในเชิงสาระจริง ๆ มันต่างจากเกลือธรรมดาอย่าง “เกลือแกง” ที่เราคุ้นเคยยังไง? ดีต่อสุขภาพจริงไหม? ทำไมบางร้านอาหารหรูถึงเลือกใช้มันแทนเกลือทั่วไป? วันนี้เรามาเจาะกันแบบละเอียดแต่ไม่เครียดแน่นอน

รู้จักเกลือชมพู และวิธีบริโภคให้ปลอดภัยต่อสุขภาพ - พบแพทย์

🧂 เกลือหิมาลายันคืออะไร?

“เกลือหิมาลายัน” หรือ Himalayan Pink Salt คือเกลือที่ขุดมาจากภูเขาหิมาลัย โดยเฉพาะในเขตปากีสถาน ซึ่งเดิมเคยเป็นทะเลโบราณมาก่อนหลายล้านปี

เมื่อทะเลนั้นแห้งไป เหลือเพียงชั้นเกลือที่ถูกปกคลุมด้วยหินและดินมาอย่างยาวนาน เกิดเป็นผลึกเกลือบริสุทธิ์ที่อุดมด้วยแร่ธาตุธรรมชาติกว่า 80 ชนิด เช่น แมกนีเซียม โพแทสเซียม แคลเซียม และเหล็ก ซึ่งเป็นตัวที่ทำให้เกลือหิมาลายันมีสีชมพูอมส้มแบบที่เห็น

ฟังดูอลังการใช่ไหม...จากทะเลในอดีตกาลสู่ครัวในปัจจุบัน เรียกได้ว่าเป็น “ของกินที่มีประวัติศาสตร์เป็นล้านปี” เลยทีเดียว!

🍽️ แล้วมันต่างจากเกลือธรรมดายังไง?

เพื่อให้เห็นภาพชัด ลองเปรียบเทียบกันแบบจานต่อจานเลยดีกว่า

ประเภทเกลือ

แหล่งที่มา

ส่วนประกอบหลัก

ลักษณะ

จุดเด่น

เกลือหิมาลายัน

ภูเขาหิมาลัย (แถบปากีสถาน)

โซเดียมคลอไรด์ + แร่ธาตุกว่า 80 ชนิด

สีชมพูอ่อน / ชมพูเข้ม / ส้มอมแดง

มีแร่ธาตุธรรมชาติ รสกลมกล่อมไม่เค็มจัด

เกลือแกง (เกลือสินเธาว์)

น้ำทะเลระเหย / บ่อเกลือ

โซเดียมคลอไรด์บริสุทธิ์ 97–99%

สีขาวสะอาด

ราคาถูก ใช้งานง่าย เค็มตรงไปตรงมา

เกลือทะเล (Sea Salt)

น้ำทะเลระเหยตามธรรมชาติ

โซเดียมคลอไรด์ + แร่ธาตุเล็กน้อย

สีขาวเทา / ขาวขุ่น

เกลือธรรมชาติ รสเค็มละมุนกว่าเกลือแกง

สรุปแบบเข้าใจง่าย:
เกลือธรรมดาคือ “เกลือบริสุทธิ์” ที่ผ่านการขัดสีและกรองแร่ธาตุออก
ส่วนเกลือหิมาลายันคือ “เกลือดิบจากธรรมชาติ” ที่เก็บเอาแร่ธาตุไว้ครบ ทำให้สีและรสต่างกันอย่างชัดเจน

🧘 ทำไมหลายคนถึงชอบใช้เกลือหิมาลายัน

  1. มีแร่ธาตุหลากหลายกว่า
    ถึงจะมีปริมาณเล็กน้อย แต่เกลือหิมาลายันมีแร่ธาตุที่ช่วยสมดุลร่างกาย เช่น โพแทสเซียมที่ช่วยเรื่องกล้ามเนื้อ และแมกนีเซียมที่ช่วยคลายความเครียด

  2. รสเค็มละมุนกว่าเกลือทั่วไป
    เวลาปรุงอาหารจะรู้สึกว่าเกลือหิมาลายัน “เค็มกลม” ไม่บาดลิ้น เคล็ดลับของเชฟหลายคนคือใช้มันตอน finishing touch หรือโรยบนอาหารที่สุกแล้ว เช่น สเต๊ก ไข่ดาว หรือผักย่าง

  3. ภาพลักษณ์ดี ดูสวยเวลาตั้งบนโต๊ะ
    เอาจริง ๆ นะ แค่เห็นสีชมพูอมส้มของมันก็รู้สึกสุขภาพดีแล้ว 😂 หลายคนเลยใช้แทนเกลือธรรมดาในขวดโหลแก้วตั้งครัว

  4. ใช้ได้ทั้งกินและดูแลร่างกาย
    นอกจากใช้ปรุงอาหาร ยังนำไปทำสครับขัดผิว แช่น้ำ หรือทำเกลืออาบน้ำได้ เพราะแร่ธาตุช่วยให้ผิวรู้สึกผ่อนคลาย

⚖️ แล้วเรื่อง “สุขภาพ” ล่ะ ดีกว่าเกลือปกติจริงไหม?

อันนี้ต้องพูดกันตามตรงแบบไม่อวย
ในแง่ของ โซเดียม (Sodium) เกลือหิมาลายันกับเกลือปกติ “ใกล้เคียงกันมาก” คือประมาณ 97–99% ของน้ำหนักทั้งหมด

ดังนั้น ถ้ากินเยอะเกินไปก็ยังเสี่ยงต่อความดันโลหิตสูงเหมือนเดิม

แต่ข้อดีของเกลือหิมาลายันคือมีแร่ธาตุอื่น ๆ ที่ช่วย “บาลานซ์” ความเข้มข้นของโซเดียมในร่างกายได้เล็กน้อย และด้วยความที่มันเค็มน้อยกว่า ทำให้เรามักใช้ปริมาณน้อยลงโดยอัตโนมัติ ซึ่งถือว่าเป็นข้อดีทางอ้อมสำหรับคนที่ต้องการลดเค็ม

เกลือหิมาลายันสีชมพู ตราชีริ ชนิดเกล็ดพร้อมฝาบด

🧑‍🍳 เหมาะกับใคร / ใช้อย่างไรให้คุ้มค่า

🍳 1. สายทำอาหาร

ใช้โรยหน้าเมนูที่ต้องการโชว์รสชาติของวัตถุดิบ เช่น

  • สเต๊กเนื้อ / แซลมอนย่าง

  • ไข่ดาว / มันบด

  • พาสต้า หรือผักย่าง
    เพราะรสของเกลือหิมาลายันจะช่วย “ดึงรสธรรมชาติ” ของอาหารออกมา โดยไม่กลบกลิ่น

🥗 2. สายสุขภาพ

ใช้ปรุงอาหารแทนเกลือปกติได้ทุกอย่าง โดยเฉพาะเมนูคลีน เพราะรสไม่แรง และให้ความรู้สึกเค็มเบา ๆ เหมาะกับคนที่กำลังคุมโซเดียม

🛁 3. สายสปาและดูแลตัวเอง

สามารถนำไปผสมในน้ำอุ่นสำหรับแช่เท้า หรือใช้ทำสครับผิว เพราะแร่ธาตุช่วยให้ผิวรู้สึกเนียนขึ้นและลดความเมื่อยล้า

🧂 เกลือหิมาลายันมีหลายรูปแบบให้เลือกใช้

  1. แบบผงละเอียด: เหมาะกับการปรุงอาหารทั่วไป เช่น ซุป ผัด หรือเบเกอรี่

  2. แบบเกล็ดหยาบ: ใช้โรยหน้าอาหาร หรือใส่เครื่องบด (Salt Grinder)

  3. แบบก้อน: ใช้ทำสปา แช่น้ำ หรือวางดูดกลิ่นในห้อง

เคล็ดลับเล็ก ๆ:
เกลือหิมาลายันแบบก้อนสามารถวางในห้องนอนหรือห้องครัวเพื่อช่วยดูดความชื้นได้ด้วยนะ ดูดีและใช้ประโยชน์ได้จริง

⚠️ ข้อควรรู้ก่อนใช้

  • ถึงจะเป็นเกลือธรรมชาติ แต่ก็ไม่ควรบริโภคเกินวันละ 1 ช้อนชา

  • ถ้าใช้กับเด็กเล็กหรือผู้ป่วยโรคไต ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

  • ควรเก็บในภาชนะปิดสนิท เพราะเกลือสามารถดูดความชื้นได้ดีมาก

🧡 แล้วควรใช้เกลือหิมาลายันแทนเกลือปกติไหม?

คำตอบคือ “แล้วแต่จุดประสงค์”

ถ้าอยากได้รสเค็มชัด ๆ สำหรับหมักอาหารหรือดองผัก เกลือธรรมดายังตอบโจทย์ที่สุด
แต่ถ้าอยากได้รสละมุน ดูดี และใส่ใจสุขภาพมากขึ้น เกลือหิมาลายันคือคำตอบ

พูดง่าย ๆ คือมันไม่ได้แทนกันแบบ 100% แต่ “อยู่ด้วยกันได้อย่างลงตัว” เหมือนพริกไทยดำกับขาวนั่นแหละ คนละอารมณ์แต่เสริมกันดี

🌸 สรุป: ความต่างที่มากกว่าแค่สีชมพู

เกลือหิมาลายันอาจดูเป็นของธรรมดา แต่พอเข้าใจที่มาของมันแล้วจะรู้ว่ามันมีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง
ทั้งในแง่ของความเป็นธรรมชาติ แร่ธาตุที่ซ่อนอยู่ และความละมุนในรสชาติที่ไม่บาดลิ้น

ไม่ว่าคุณจะเป็นสายทำอาหาร สายสุขภาพ หรือแค่คนที่อยากแต่งครัวให้ดูดี
เกลือหิมาลายันคือของเล็ก ๆ ที่ช่วยเพิ่มทั้งความสวยและสุขภาพได้พร้อมกัน

สุดท้ายนี้…ถึงเกลือจะต่างกัน แต่สิ่งสำคัญคือ “ใส่ใจปริมาณ” มากกว่า
เพราะไม่ว่าจะเกลือชมพูหรือเกลือขาว ถ้าใส่เยอะเกินไป อาหารที่อร่อยก็กลายเป็นอาหารที่ต้องจิบน้ำตามทันที 😅

บทความล่าสุดดูเพิ่มเติม

ช่วงไม่กี่ปีมานี้ เทรนด์พกอาหารไปทำงานหรือไปเรียนกลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน หลายคนเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ตระหนักถึงการเลือกวัตถุดิบ และอยากควบคุมความสะอาดของมื้ออาหาร การมีกล่องอาหารที่ดีจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการใส่อาหาร แต่เป็น
Namiko กล่องอาหารสไตล์เกาหลี + ถ้วยซุปสเตนเลส Food Grade มินิมอลน่ารัก พกง่าย และตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกและความปลอดภัยในหนึ่งเดียว
หากพูดถึง “เค้ก” หลายคนอาจมีภาพในหัวว่าต้องมีอุปกรณ์ครบชุด ใช้ทักษะระดับเชฟขนมขั้นเทพ ลงมือทีเหมือนดูรายการแข่งขันทำของหวาน แต่ความจริงแล้ว… เค้กบางสูตรง่ายกว่าการทอดไข่เสียอีก!มีหลายเมนูที่ ไม่ต้องใช้เตาอบบางเมนู ใช้วัตถุดิบแค่ไม่กี่อย่างแ
เมนูเค้กทำง่าย ไม่ใช่เชฟก็ทำได้: ทำขนมแบบอร่อยไม่ง้อทักษะ พร้อมเทคนิคให้เนื้อเค้กฟูนุ่มแบบมือโปร!
ถ้าพูดถึงเมนูลดน้ำหนัก หลายคนอาจนึกภาพอาหารคลีนจืดสนิทจนหัวใจสั่น แต่จริง ๆ แล้วมีเมนูบ้าน ๆ ที่ทั้งอร่อย ง่าย ประหยัด และยังช่วย ลดน้ำหนักเร็ว แถมได้ประโยชน์ต้านอนุมูลอิสระแบบจัดเต็ม เมนูนั้นก็คือ…“ไข่เจียว + มะเขือเทศ”แค่ได้ยินก็นึกภาพจาน
เมนูจับคู่ไข่เจียว ช่วยลดน้ำหนักได้เร็ว: สูตรลับ “ไข่ + มะเขือเทศ” ปังจนต้องบอกต่อ!