OneTwoFit บาร์โหนติดผนัง หรือกําแพง รีวิวยุคใหม่ของอุปกรณ์ออกกำลังกายที่ต้องมีในโฮมยิม

user avatar
Ta(Phanuphong.Taptimthong)·2025-11-19T03:35Z
点赞
OneTwoFit บาร์โหนติดผนัง หรือกําแพง รีวิวยุคใหม่ของอุปกรณ์ออกกำลังกายที่ต้องมีในโฮมยิม

ภาพบรรยากาศการแข่งขันกีฬายุคนี้มันเร้าใจจนคนดูอย่างเราแทบอยากลุกขึ้นมาเพิ่มแรงระเบิดของตัวเองตามนักกีฬาในสนามแทบทุกที ไม่ว่าจะเป็นเกม CrossFit ที่มีการโหนบาร์กันเป็นระยะสั้น ๆ แต่เต็มไปด้วยพลัง หรือแม้แต่บาสที่ต้องออกแรงระเบิดช่วงบนตลอดเวลา เทรนด์การสร้างกล้ามเนื้อหลัง–ไหล่–อก–แกนกลางคือหัวใจสำคัญของมนุษย์สายกีฬาในยุคใหม่จริง ๆ และสิ่งที่กลายเป็นไอเท็มคู่บ้านแบบกำลังมาแรงคือ “บาร์โหนติดผนัง” โดยเฉพาะรุ่นที่ถูกพูดถึงบ่อยอย่าง OneTwoFit บาร์โหนติดผนัง หรือบาร์โหนติดกำแพง

สำหรับคนที่เสพกีฬาแบบลึก ๆ หรือชอบวิเคราะห์ลีลาการเล่นของนักกีฬาเหมือนดูแผนการรบ จะรู้เลยว่าการโหนบาร์ไม่ได้มีดีแค่สร้างกล้ามหลัง แต่มันยกระดับพลังร่างกายโดยรวม เป็นอุปกรณ์ที่นักกีฬาหลายประเภทใช้ฝึกเป็นพื้นฐานมานานแล้ว เพราะการดึงขึ้นแต่ละครั้งคือการใช้กล้ามเนื้อหลายมัดประสานกันแบบ “โคตรครบเครื่อง”

วันนี้เลยชวนมาเปิดมุมมองแบบแฟนกีฬา มาวิเคราะห์แบบจัดเต็มว่า OneTwoFit บาร์โหนติดผนัง ทำไมถึงถูกยกให้เป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่สายออกกำลังกายจริงจังมองหา และเหตุผลที่หลายคนเลือกติดตั้งในบ้านกันมากขึ้นทุกปี


บาร์โหนติดผนังคืออะไร ทำไมถึงเป็นของต้องมีในยุคโฮมยิมรุ่งเรือง

ถ้ามองจากภายนอก บาร์โหนก็คือแท่งเหล็กที่ยื่นออกมาจากกำแพงให้เราจับแล้วดึงตัวขึ้น แต่ในมุมของสายกีฬา บาร์โหนคืออุปกรณ์ฝึกพลังเหนือหัว (Overhead strength) และพลังดึง (Pulling strength) ที่จำเป็นแบบสุด ๆ สำหรับหลายชนิดกีฬา เช่น

  • เบสบอล ที่ต้องใช้ไหล่–หลังกำลังสูง

  • บาสเกตบอล ที่ต้องมีแกนกลางแน่นเพื่อควบคุมทิศทางร่างกาย

  • ปีนผา ที่ต้องการแรงจับและแรงดึงแบบสุดลิ่ม

  • นักวิ่ง ที่ต้องการแกนกลางที่มั่นคงเพื่อรักษาฟอร์มการวิ่ง

ในโลกของโฮมยิม บาร์โหนติดผนังคือเวอร์ชันที่ “ประหยัดพื้นที่” ที่สุด แต่ให้ประสิทธิภาพการฝึกที่ “จริงจังระดับยิมใหญ่” ต่างจากประตูแขวนที่เจอปัญหาอาการโยกหรือหลุด ซึ่งอาจกระทบทั้งฟอร์มและความปลอดภัย การติดผนังคือการยึดที่มั่นคงกว่า เหมาะทั้งมือใหม่และสายลุยที่อยากใส่แรงหนัก ๆ

และเมื่อพูดถึงบาร์โหนติดกำแพงในท้องตลาด ชื่อที่โผล่ขึ้นมาเสมอคือ OneTwoFit เพราะแบรนด์นี้ออกแบบโดยโฟกัสเรื่องเสถียรภาพและความปลอดภัยเป็นหลัก พร้อมใส่รายละเอียดให้เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการคุณภาพจริง ๆ


f5adf7ab62e548968d50c414f14c000a.png

วิเคราะห์ฟีเจอร์ OneTwoFit บาร์โหนติดผนัง จุดแข็งที่ทำให้ต่างจากรุ่นทั่วไป

การเลือกบาร์โหนติดผนังไม่ใช่เรื่องรูปทรงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องเทคนิคของการออกแบบและการคำนวณแรงที่ต้องรองรับ ซึ่ง OneTwoFit ทำมาแบบ “สายกีฬาเข้าใจสายกีฬา” เลยขอหยิบทีละจุดมาวิเคราะห์แบบชัด ๆ


1. ความเสถียรจากการออกแบบยึด 6 รู – จุดที่เห็นความแตกต่างแบบนักกีฬา

บาร์โหนทั่วไปในตลาดนิยมใช้แผ่นเพลทยึด 4 รู แต่ OneTwoFit ออกแบบด้วย การยึด 6 รู ซึ่งในมุมของแรงกายภาพคือ

  • แรงกระจายตัวดีขึ้น

  • ลดโอกาสโยกหรือบิดเมื่อออกแรงดึงแรง ๆ

  • รับน้ำหนักจากการเคลื่อนไหวแบบไดนามิกได้มั่นคงกว่า

การออกกำลังกายอย่าง Pull-up, Chin-up หรือแม้แต่การโหนเข่า (Leg raise) ล้วนมีแรงเหวี่ยง ซึ่งถ้าตัวยึดไม่มั่นคง โอกาสเกิดการคลายตัวของน็อตหรือบาร์เอียงเกิดขึ้นง่ายมาก

OneTwoFit แก้ปัญหานี้ได้ด้วยระบบยึด 6 รูที่มั่นคงกว่าแบบรู้สึกได้ชัดเจนในเชิงวิศวกรรมการรับแรง


2. รับน้ำหนักสูงสุด 150–200 กิโลกรัม – มาตรฐานที่นักกีฬาจริงจังต้องการ

แต่ละรุ่นของ OneTwoFit รองรับน้ำหนักได้สูงถึง 150 กก. และบางรุ่นสูงสุดถึง 200 กก. (ประมาณ 440 lbs)

ซึ่งไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่บอกถึงคุณภาพดังนี้:

  • รองรับน้ำหนักตัวผู้ใช้แทบทุกประเภท

  • เหมาะกับผู้ที่ต้องเพิ่มน้ำหนักถ่วง (Weighted Pull-up)

  • รองรับแรงสวิงได้ดีกว่า

  • มีความปลอดภัยในการใช้งานต่อเนื่อง

สำหรับนักกีฬาที่ต้องการพัฒนาแรงแบบ progressive overload ตัวเลขนี้ทำให้มีพื้นที่อัปเกรดตัวเองโดยไม่ต้องกลัวเรื่องโครงสร้างบาร์รองรับไม่ไหว


3. เหล็กงานหนัก + เคลือบผงกันสนิม – ทนต่อสภาพแวดล้อมจริง

โครงสร้างของ OneTwoFit ใช้เหล็กสำหรับงานหนัก (Heavy-duty steel) พร้อม เคลือบผงสีดำกันสนิม (Powder coated)

ข้อดีคือ:

  • ไม่เป็นสนิมง่ายแม้เจอสภาพอากาศชื้น

  • ป้องกันการกัดกร่อนเมื่อใช้ในพื้นที่เอาท์ดอร์

  • ผิวสัมผัสแน่นและดูดซับแรงกระแทกเบา ๆ ทำให้โครงสร้างยาวนานกว่าเหล็กเปลือย

นี่คือเหตุผลที่หลายคนติดแบบ “นอกบ้าน” แล้วใช้งานได้หลายปี เพราะการเคลือบด้วย Powder coat ไม่หลุดง่ายและทนต่อเหงื่อได้ดีกว่าการพ่นสีทั่วไป


4. ด้ามจับบุโฟม – องศาการจับที่ออกแบบมาเพื่อรู้สึก “มั่นใจ”

ในกีฬา การจับคือทุกอย่าง การลื่นเพียงนิดเดียวทำให้ฟอร์มพังทันที OneTwoFit ใส่ฟองน้ำความหนาแน่นสูงหุ้มตามจุดจับ ช่วยให้

  • ลดแรงกดที่ฝ่ามือ

  • เพิ่มเวลาการฝึกโดยไม่เจ็บ

  • เกาะมือแน่นขึ้นโดยไม่ต้องบีบแรงเกินไป

  • ลดการลื่นจากเหงื่อ

สำหรับผู้ที่ต้องโหนแบบใช้น้ำหนักถ่วง การมีฟองน้ำที่ดีช่วยให้โฟกัสกับการใช้กล้ามเนื้อแทนการกังวลเรื่องการจับบาร์


df547f091a7d46f397963a019f251765.png

5. ออกกำลังกายได้หลายแบบ – บาร์เดียวเปลี่ยนเป็นเครื่องฝึกช่วงบนทั้งระบบ

OneTwoFit บาร์โหนติดผนังรองรับการฝึกหลายสไตล์ เช่น

  • Pull-up

  • Chin-up

  • Neutral grip

  • Leg Raise

  • Hanging Knee Raise

  • L-sit

  • Toes-to-bar (ในรุ่นที่มีเว้าเว้นระยะดีพอ)

บางรุ่นยังสามารถ พลิกกลับใช้เป็นบาร์ Dip ได้ และบางรุ่นมี ห่วงสำหรับแขวนอุปกรณ์เสริม เช่น

  • สายแรงต้าน (Resistance band)

  • กระสอบทราย

  • TRX หรือสายฝึกตัวต้าน

ยิ่งไปกว่านั้น เหมาะกับผู้ที่มีพื้นที่จำกัด เพราะบาร์ติดผนังใช้ “พื้นที่แนวตั้ง” แทนที่จะกินพื้นที่พื้นบ้าน


6. ข้อควรรู้เรื่องการติดตั้ง – จุดที่หลายคนมองข้ามแต่สำคัญที่สุด

OneTwoFit แนะนำให้ติดตั้งกับ

  • ผนังคอนกรีต

  • ผนังอิฐที่แข็งแรง

และ ไม่ควรติดบนผนังเบา เช่น drywall เพราะไม่สามารถรับแรงเหวี่ยงได้

นักกีฬาที่ฝึก pull-up จริงจังจะรู้ว่าแรงกระชากตอนทำ Kipping หรือ Butterfly Pull-up มีมากกว่าน้ำหนักตัวหลายเท่า ดังนั้นผนังต้องแข็งแรงจริง


fa39516cccc444638f83cc88b2398ac9.png

ประสบการณ์การใช้งานในเชิงเทคนิค – เมื่อบาร์ที่ดีช่วยยกระดับการฝึก

แม้จะไม่ได้เขียนจาก “ประสบการณ์ส่วนตัว” แต่ในเชิงวิเคราะห์ของนักกีฬาที่คลุกคลีในวงการ การออกกำลังกายด้วยบาร์โหนติดผนังคุณภาพสูงแบบ OneTwoFit ให้ข้อดีดังนี้:


1. ฟอร์มดีขึ้น เพราะโครงสร้างนิ่ง ไม่โยก

บาร์นิ่งช่วยให้

  • ใช้กล้ามเนื้อหลังและไหล่ได้เต็มมุม

  • ลดแรงเสียเปล่าที่เกิดจากการแก้การโยก

  • ควบคุมการเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น

ในการฝึกท่าดึงที่ต้องการความแม่นยำ เช่น Strict Pull-up หรือ L-sit Raise หากบาร์ไม่มั่นคง เท่ากับฝึกไม่เต็มประสิทธิภาพ


2. เหมาะกับคนที่ต้องการแรงดึงจริงจัง

แรงดึง (Pulling strength) คือพื้นฐานของกีฬาแทบทุกประเภท การมีบาร์ที่รองรับน้ำหนักสูงทำให้ฝึกแบบเพิ่มเลเวลได้ เช่น

  • Weighted Pull-up

  • Weighted Chin-up

  • แบบใช้สายแรงต้านเพิ่มแรงต้าน

จุดนี้คือความแตกต่างระหว่างบาร์บ้าน ๆ กับบาร์ระดับใช้งานกีฬา


3. เหมาะกับสายแฟนกีฬา CrossFit, Calisthenics และฟิตเนส

ด้วยความแข็งแรง OneTwoFit ใช้ได้กับการฝึกหลายแนว

  • CrossFit Movement

  • Freestyle Calisthenics

  • Static Strength Training

ซึ่งเป็นเหตุผลที่คนเล่นกีฬาแบบจริงจังเลือกให้เป็นบาร์หลักในโฮมยิม


4. ช่วยให้ฝึกได้ต่อเนื่องยาวนาน เพราะด้ามจับไม่กัดมือ

ด้ามโฟมช่วยให้ไม่ลื่นและลดอาการเจ็บจุดเดียวซ้ำ ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่นักกีฬาต้องคำนึงถึงเพราะการเจ็บจุดเล็ก ๆ ทำให้เสียทั้งแผนฝึกและฟอร์มโดยรวม


5. ใช้กับพื้นที่จำกัดได้ – เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมือง

ในมุมของนักกีฬา บาร์ติดผนังคือคำตอบที่ “พื้นที่เล็กแต่ฟังก์ชันใหญ่” ทำให้วอร์มอัพหรือฝึกเสริมได้แทบทุกวัน


a7a7250b52964684b5a4fe32d63ded89.png

สรุป: OneTwoFit บาร์โหนติดผนัง อุปกรณ์ที่ตอบโจทย์ทั้งนักกีฬาและคนอยากจริงจังเรื่องพลังช่วงบน

หากต้องการบาร์โหนที่ มั่นคง ใช้งานจริงได้ ปลอดภัย และรองรับการฝึกแบบหนัก OneTwoFit ถือเป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผลมากในตลาด ด้วย

  • การออกแบบยึด 6 รู

  • รองรับน้ำหนักสูงสุดถึง 200 กก.

  • โครงสร้างเหล็กเคลือบกันสนิม

  • ด้ามจับโฟมคุณภาพ

  • ฟังก์ชันฝึกหลากหลายแบบมืออาชีพ

เทรนด์โฮมยิมกำลังโตขึ้น และอุปกรณ์ที่คุ้มจริงคืออุปกรณ์ที่ “อยู่กับเราไปนาน” ในมุมของสายกีฬา OneTwoFit เป็นบาร์โหนติดกำแพงที่ให้ความรู้สึกมั่นคงในแง่เทคนิคและเหมาะกับการฝึกพัฒนาพลังดึงแบบตั้งใจจริง

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความล่าสุดดูเพิ่มเติม

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายบ้านให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกอาหาร การออกกำลังกาย หรือการเฝ้าดูสัญญาณของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ หนึ่งในอุปกรณ์ที่เริ่มกลายเป็นของจำเป็นในทุกบ้านคือ เครื่องวัดความดันโลหิต เพราะโรคความดันโลหิตสู
OMRON HEM-7143T1 เครื่องวัดความดันอัตโนมัติ ดูแลสุขภาพง่ายขึ้นในทุกวัน
เคยยืนมองตู้แช่ในเซเว่นแล้ว “เอ๊ะ…” อยู่หน้าชั้น C-vitt ไหมสีส้มก็อยากลอง สีเหลืองก็ดูสดใส สีแดงก็เหมือนสายสวยผิวดี ไหนจะตัว 0% น้ำตาล หรือสูตรเข้มข้น 1000 มก. อีกสุดท้ายเลือกไม่ถูก ก็หยิบตามฟีลกันไปแบบงง ๆบทความนี้เลยขออาสามาเป็นเพื่อนฟิตเ
เครื่องดื่มวิตามิน C-vitt แต่ละสีแตกต่างกันยังไง เลือกให้ถูกสไตล์ ร่างกายยิ่งแฮปปี้
เช้าไหนรีบมาก ๆ หลายคนมักเลือก “อะไรก็ได้” เป็นอาหารเช้า ซึ่งดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่แท้จริงแล้วมื้อแรกของวันมีอิทธิพลต่อ สมอง มากกว่าที่หลายคนคิด สมองใช้พลังงานมากถึง 20% ของแคลอรี่ทั้งหมด ที่ร่างกายได้รับในแต่ละวัน และต้องการสารอาหา
ถึงเวลาช่วยสมอง! เลิก 5 อาหารเช้ายอดฮิต ทำสมองเสื่อม-แก่เร็ว เสี่ยงมะเร็งไม่รู้ตัว

แนะนำสำหรับคุณ