ระวัง Doomscrolling! พฤติกรรมเสพข่าวร้ายที่ค่อย ๆ บั่นทอนใจโดยไม่รู้ตัว

user avatar
Chanyanut.T(Baifern)·2025-11-27T04:01Z
点赞
ระวัง Doomscrolling! พฤติกรรมเสพข่าวร้ายที่ค่อย ๆ บั่นทอนใจโดยไม่รู้ตัว

บางครั้งเราตั้งใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อเช็กข่าวแค่ “5 นาที” แต่สุดท้ายผ่านไปเป็นชั่วโมงโดยที่เรายังไถฟีดไม่หยุด โดยเฉพาะในช่วงที่สังคมเต็มไปด้วยข่าวร้าย เหตุการณ์เครียด ดราม่า หรือประเด็นที่ทำให้ใจหนัก นี่แหละคือสิ่งที่เรียกว่า “Doomscrolling” พฤติกรรมที่กลายเป็นโรคระบาดทางดิจิทัลในยุคข้อมูลท่วมท้น

คำนี้เริ่มถูกพูดถึงอย่างจริงจังเมื่อปี 2020 ในยุคที่โลกกำลังเจอวิกฤตโควิด-19 ผู้คนทั้งโลกเฝ้าติดตามข่าวอย่างไม่หยุด เพราะไม่รู้ว่าวันถัดไปจะเกิดอะไรขึ้น แต่ยิ่งเลื่อน ยิ่งอ่าน ยิ่งติดตาม กลับยิ่งทำให้จิตใจทรุดโทรมลงเรื่อย ๆ

แม้วันนี้โลกจะไม่ได้อยู่ในภาวะเดียวกับตอนนั้น แต่ Doomscrolling ก็ยังไม่หายไปจากชีวิตดิจิทัลของเราเลยแม้แต่น้อย เพราะอัลกอริทึมยังคงดันคอนเทนต์ที่ทำให้เรารู้สึกมากที่สุดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะโกรธ เครียด หรือสะเทือนใจ

Doomscrolling คืออะไร ? ทำไมเลื่อนไม่หยุดทั้งที่ใจเริ่มหนักแล้ว

Doomscrolling หมายถึง
🖤 การไถฟีดเพื่อเสพข่าวร้าย ข่าวลบ หรือเหตุการณ์สะเทือนใจอย่างต่อเนื่อง แม้จะรู้สึกแย่ แต่ก็หยุดไม่ได้

พฤติกรรมนี้พบมากในโซเชียลมีเดีย เช่น X, Facebook, TikTok หรือแพลตฟอร์มข่าวที่อัปเดตรวดเร็ว

ทำไมเราถึงทำแบบนี้ ทั้งที่ไม่สบายใจ?
คำตอบคือ มันเกิดจาก กลไกของมนุษย์ → รวมกับกลไกของแพลตฟอร์ม
ซึ่งพอรวมกันแล้วจึงเกิดเป็น “วงจรเสพติดข่าวร้าย” ที่ยากจะหลุดพ้น

615e3af2-f065-447e-9f0e-18fe92a63b08.jpeg

ทำไมถึงเกิด Doomscrolling ? ปัจจัยทางสมอง + ความรู้สึก + อัลกอริทึม

การ Doomscroll ไม่ได้เกิดเพราะเราไม่มีวินัย แต่เป็นเพราะ “สมองถูกตั้งโปรแกรมมาแต่ดั้งเดิม” ประกอบกับ “แพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อดึงเวลาเรา”

Negativity Bias สมองมนุษย์ถูกสร้างมาให้สนใจเรื่องร้ายมากกว่าเรื่องดี

มนุษย์วิวัฒนาการมาโดยต้องเอาตัวรอดจากอันตราย ทำให้สมองไวต่อข่าวร้ายเป็นพิเศษ เพราะในอดีต การรู้ข่าวอันตรายก่อนคือกุญแจของการมีชีวิตรอด

ผลคือ
📌 ข่าวดีจำได้ไม่นาน
📌 ข่าวร้ายจำแม่นกว่าและอยากรู้มากกว่า

นี่คือสาเหตุว่าทำไมเราชอบกดดูข่าวแผ่นดินไหว ไฟไหม้ อุบัติเหตุ แม้จะทำให้ใจหม่นก็ตาม

FOMO กลัวตกข่าว

“เดี๋ยวพลาดเรื่องสำคัญ” คือความคิดที่ผลักให้เราเลื่อนต่อแม้ตอนดึก
ฟีลลิ่งนี้แรงขึ้นเมื่อข่าวกำลังไวรัล หรือสังคมพูดถึงกันหนัก

อัลกอริทึม แพลตฟอร์มแสดงสิ่งที่เรา “อินมากที่สุด”

อัลกอริทึมไม่ได้รู้ว่าเราเศร้า แต่รู้ว่า “เราจดจ่อกับคอนเทนต์ประเภทนี้นาน”
เลยดันขึ้นมาให้เห็นอีก
แล้วเราก็อินต่ออีก
จนกลายเป็นวงจร Doomscrolling แบบไม่รู้ตัว

591abb4f-6285-4968-9f8d-fdfdcbd4bd87.jpeg

ผลกระทบของ Doomscrolling ใจพัง นอนไม่หลับ ความสัมพันธ์ถดถอย

การเสพข่าวร้ายต่อเนื่องมีผลกระทบทั้งทางร่างกายและจิตใจมากกว่าที่คิด

สุขภาพจิตแย่ลง

เครียด วิตกกังวล อารมณ์หม่น รู้สึกสิ้นหวัง
ในบางรายอาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้า

🌙 นอนหลับยาก

ไถฟีดก่อนนอนทำให้สมองตื่นตัว
ฝันร้าย
ตื่นกลางดึกเพราะใจยัง “ขบคิดเรื่องข่าว”

💼 สมาธิและงานเสีย

โฟกัสงานไม่ได้ คิดฟุ้งซ่านตลอด
ทำให้ประสิทธิภาพงานลดลง

💔 ความสัมพันธ์ถดถอย

บางครั้งเรานั่งไถฟีดจนลืมฟังคนตรงหน้า
คุยไป แต่ใจกังวลเรื่องในหน้าฟีดมากกว่า

Doomscrolling จึงไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ แต่มันค่อย ๆ ทำให้คุณ “เสื่อมพลังชีวิต” โดยไม่รู้ตัว

สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องเข้าใจคือ
คุณไม่ได้อ่อนแอที่หยุดไถฟีดไม่ได้
แต่เพราะ
🧠 สมองถูกตั้งโปรแกรมแบบนี้มาตั้งแต่กำเนิด
และ
📱 แพลตฟอร์มถูกออกแบบมาเพื่อดึงเวลาให้มากที่สุด

ดังนั้นการหลุดจาก Doomscrolling ต้องใช้ “สติ + การปรับสิ่งแวดล้อมดิจิทัล”

d0bb514d-c437-4e1e-964b-75f8e3d67dde.jpeg

ไม่ว่าคุณจะกดหยุดชั่วคราว หรือพักจากบางแพลตฟอร์ม
ล้วนเป็นการปกป้องหัวใจตัวเองอย่างเข้มแข็งที่สุด

ในยุคที่ข้อมูลหลั่งไหลเข้าหาเราแบบไม่หยุดหย่อน Doomscrolling กลายเป็นอีกหนึ่งภัยเงียบที่ซ่อนอยู่ในพฤติกรรมประจำวันของเรา

มันเกิดขึ้นเพราะ
✨ สมองสนใจเรื่องร้ายมากกว่าเรื่องดี
✨ เรากลัวตกข่าว
✨ แพลตฟอร์มดันเนื้อหาที่เรามีอารมณ์ร่วม

และมันส่งผลเสียอย่างหนักต่อ
😣 สุขภาพจิต
🥱 การนอน
💼 งาน
💔 ความสัมพันธ์

แต่ข่าวดีคือ…
เราสามารถ “ตัดวงจร” นี้ได้ด้วยวิธีง่าย ๆ ที่ใช้ได้จริง เช่น
– จำกัดเวลาอ่านข่าว
– ปิดแจ้งเตือน
– เลือกเสพแหล่งข่าวคุณภาพ
– พักมือถือเมื่อใจเริ่มอิ่มเกินไป

การหยุดเลื่อนฟีดไม่ได้แปลว่าเราเพิกเฉย
แต่คือ “การให้หัวใจมีพื้นที่หายใจ”
เพื่อจะกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีพลังในวันที่โลกยังคงเคลื่อนไปอย่างรวดเร็ว

เพราะในโลกที่เต็มไปด้วยเสียงดัง การดูแลตัวเองคือการกระทำที่อ่อนโยนที่สุดที่เรามอบให้ใจของเราเอง 🖤🌿📱

บทความที่เกี่ยวข้อง

Kim Kardashian ได้รับการวินิจฉัยเป็นโรคหลอดเลือดในสมองโป่งพองชื่อของ Kim Kardashian ไม่ใช่ชื่อที่ใครจะไม่รู้จัก — เธอคือหนึ่งในผู้หญิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการบันเทิงโลก 🌍 ทั้งในฐานะเซเลบริตี้ แม่ลูกสี่ นักธุรกิจ เจ้าของแบรนด์เครื่องสำอาง
เมื่อความเครียดสะสมกลายเป็น “ภัยเงียบ” ที่แม้แต่คนดังอย่าง Kim Kardashian ก็หนีไม่พ้น
ทุกวันนี้เราทุกคนต่างใช้ชีวิตแบบ “เร่งรีบ” — ต้องถือของหลายชิ้น เดินทางไกล บางคนต้องทำงานที่ต้องใช้แรงแขนตลอดวัน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานออฟฟิศที่ถือโน้ตบุ๊กเอกสารทุกวัน คนทำงานบริการที่ยกของหนัก หรือแม้แต่คนชอบช้อปที่มักถือของพะรุงพะรังเต็มสองม
แบกของหนักเกินไป แขนก็ต้องพักเหมือนใจนะ
ในยุคที่เราทุกคนต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์วันละหลายชั่วโมง เดินทางไกล นั่งรถ นั่งเครื่องบิน หรือแม้แต่การใช้โทรศัพท์มือถือในท่าทางที่ไม่เหมาะสม “อาการปวดหลัง” กลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนแทบทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นวัยเรียน วัยทำงาน หรือวัยผู้ส
หมอนพิงรองหลัง ดูแลหลังวันนี้ เพื่อสุขภาพดีในวันหน้า

บทความล่าสุดดูเพิ่มเติม

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายบ้านให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกอาหาร การออกกำลังกาย หรือการเฝ้าดูสัญญาณของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ หนึ่งในอุปกรณ์ที่เริ่มกลายเป็นของจำเป็นในทุกบ้านคือ เครื่องวัดความดันโลหิต เพราะโรคความดันโลหิตสู
OMRON HEM-7143T1 เครื่องวัดความดันอัตโนมัติ ดูแลสุขภาพง่ายขึ้นในทุกวัน
เคยยืนมองตู้แช่ในเซเว่นแล้ว “เอ๊ะ…” อยู่หน้าชั้น C-vitt ไหมสีส้มก็อยากลอง สีเหลืองก็ดูสดใส สีแดงก็เหมือนสายสวยผิวดี ไหนจะตัว 0% น้ำตาล หรือสูตรเข้มข้น 1000 มก. อีกสุดท้ายเลือกไม่ถูก ก็หยิบตามฟีลกันไปแบบงง ๆบทความนี้เลยขออาสามาเป็นเพื่อนฟิตเ
เครื่องดื่มวิตามิน C-vitt แต่ละสีแตกต่างกันยังไง เลือกให้ถูกสไตล์ ร่างกายยิ่งแฮปปี้
เช้าไหนรีบมาก ๆ หลายคนมักเลือก “อะไรก็ได้” เป็นอาหารเช้า ซึ่งดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่แท้จริงแล้วมื้อแรกของวันมีอิทธิพลต่อ สมอง มากกว่าที่หลายคนคิด สมองใช้พลังงานมากถึง 20% ของแคลอรี่ทั้งหมด ที่ร่างกายได้รับในแต่ละวัน และต้องการสารอาหา
ถึงเวลาช่วยสมอง! เลิก 5 อาหารเช้ายอดฮิต ทำสมองเสื่อม-แก่เร็ว เสี่ยงมะเร็งไม่รู้ตัว

แนะนำสำหรับคุณ