เมื่อ Sam Altman ประกาศ “Code Red” โลก AI สั่นสะเทือนอีกครั้ง!

ช่วงนี้โลกเทคโนโลยีร้อนแรงยิ่งกว่าอากาศเดือนเมษา เพราะอยู่ดี ๆ ผู้ใช้ ChatGPT ทั่วโลกก็โดนดึงเข้าสู่มหากาพย์ “ศึกปัญญาประดิษฐ์” ภาคใหม่ เมื่อ Sam Altman ซีอีโอแห่ง OpenAI ประกาศ ‘Code Red’ แบบไม่ทันตั้งตัว เล่นเอาทั้งวงการสะดุ้งกันเป็นแถว แถมยังมีข่าวว่าแผนทำโฆษณาใน ChatGPT ที่หลุดออกมาก่อนหน้านี้… ถูกเบรกเอาไว้ก่อนอีกด้วย
บรรยากาศมันให้ฟีลเดียวกับซีรีส์ไซไฟหักมุมตอนกลางเรื่อง—กำลังลุ้นอยู่ดี ๆ ดันมีประกาศด่วนให้ทีมวิ่งคว้าอาวุธกลับมาสู้แบบนาทีต่อนาที เรียกว่าคนใช้ AI ก็หันมาลุ้นสถานการณ์กันแบบไม่แพ้คนตามเชียร์ฟุตบอลรอบน็อกเอาต์เลยทีเดียว
และนี่แหละคือจุดเริ่มต้นของคำถามใหญ่ที่คนทั้งเน็ตกำลังตั้งคำถาม:
เกิดอะไรขึ้นกับ OpenAI? ทำไม Sam Altman ถึงต้องประกาศ Code Red? และอะไรคือเกมใหม่ที่ Google กับ Anthropic ใช้โจมตี?
วันนี้มาแกะรอยแบบสไตล์นักรีวิวสายบันเทิง เน้นเข้าใจง่าย แต่ข้อมูลแน่น พร้อมอัปเดตเทรนด์ AI ที่กำลังเปลี่ยนทิศแบบเร็วแรงเหมือนรถ Formula 1
ฉากหลังของเหตุการณ์: AI เปลี่ยนเร็วจนใครช้าคือแพ้
ก่อนจะเข้าสู่ดราม่าดุเดือด ต้องเข้าใจฉากหลังของ “ศึกประชันปัญญาประดิษฐ์” ก่อน โลก AI ตอนนี้ไม่ได้แข่งกันแบบปีต่อปี แต่แข่งขันกันเป็น รายเดือน รายสัปดาห์ และบางทีรายวันด้วยซ้ำ
ช่วงปลายปี Google เปิดตัว Gemini 3 Pro พร้อมฟีเจอร์ปัง ๆ อย่าง Nano Banana ตัวสร้างภาพที่คนเล่นกันจน TikTok ระเบิด ทำเอาโลกโซเชียลเต็มไปด้วยภาพสไตล์ล้อเลียนสุดครีเอทีฟ
ด้าน Anthropic ก็ไม่ยอมแพ้ คลอด Claude รุ่นใหม่ที่กลุ่มลูกค้าองค์กรเทใจให้แบบสุดทาง เพราะขึ้นชื่อเรื่องความนิ่ง แม่นยำ และตอบโทนเป็นมืออาชีพสุด ๆ
ฝั่ง OpenAI แม้จะเป็นผู้เปิดเกมและสร้างกระแส AI ทั่วโลกด้วย ChatGPT แต่ช่วงหลังเริ่มมีเสียงบ่นเรื่องคุณภาพที่แกว่ง ความเร็วลดลง หรือผลลัพธ์แปลก ๆ ที่ทำเอาผู้ใช้บางส่วนแอบส่ายหน้า
นี่แหละคือเหตุผลที่ Sam Altman ต้องออกโรงประกาศ “Code Red”
หรือแปลตรงตัวว่า “สถานการณ์สีแดง—ต้องเร่งแก้แบบด่วนจี๋”
จุดเปลี่ยน! วิกฤตที่ทำให้ OpenAI ต้องยกเลิกแผนโฆษณา
ก่อนประกาศ Code Red มีข่าวหลุดออกมาว่า OpenAI วางแผนจะเริ่มทดสอบการแสดงโฆษณาบน ChatGPT รวมถึงโฆษณาที่แทรกในคำขอซื้อสินค้าออนไลน์—ยิ่งอ่านยิ่งเหมือนตอนพิเศษของ Black Mirror ที่การค้นหาอะไรก็จะมีป้าย Ad ผุดขึ้นมาไม่หยุด
แต่แล้วทันทีที่ Sam ประกาศ Code Red ทุกอย่างก็เปลี่ยนทิศ
แผนโฆษณาถูกพัก
โปรเจกต์ Pulse โหมดผู้ช่วยส่วนตัวขั้นโปรโดนแช่แข็ง
Shopping AI agent ถูกหยุดชั่วคราว
เหตุผลไม่ใช่อะไรไกลเลย
Sam บอกว่า OpenAI ต้องกลับมาโฟกัสเรื่อง “คุณภาพของ ChatGPT” ก่อนจะทำอย่างอื่น ไม่งั้นจะตามคู่แข่งไม่ทัน
พูดง่าย ๆ คือ “ต้องรีบแก้เกมก่อนเสียผู้ใช้ไปมากกว่านี้”
และเหตุผลนี้ฟังดูสมเหตุสมผลสุด ๆ เพราะ OpenAI เองก็ยังไม่มีกำไร การมีผู้ใช้จำนวนมากคือหัวใจหลักของการหาเงินและดึงนักลงทุนเข้ามา ถ้ายอดผู้ใช้ร่วงเหว การเงินก็จะสั่นคลอนทันที
งานใหญ่ของ OpenAI: อัปเกรด ChatGPT ให้เก่งขึ้นแบบ รู้ใจผู้ใช้ยิ่งกว่าเดิม
ในการประชุมภายใน Sam ระบุว่า OpenAI ต้องเร่งพัฒนา 3 เรื่องแบบเร่งด่วน:
1) Personalization – ChatGPT ต้อง ‘รู้จัก’ ผู้ใช้มากขึ้น
ไม่ใช่รู้จักแบบสตอล์ค แต่รู้ใจว่าผู้ใช้ชอบสไตล์การตอบแบบไหน ชอบข้อมูลแนวไหน หรือมักถามเรื่องอะไรซ้ำ ๆ เพื่อให้การสนทนาลื่นขึ้นและใช้งานง่ายกว่าเดิม
2) Image Generation – งานภาพต้องเทพกว่าเดิม
เพราะตอนนี้ทั้ง Google และ Midjourney แย่งซีนไปเยอะ OpenAI ต้องยกระดับให้ DALL·E และระบบภาพของ ChatGPT ตอบโจทย์ความเร็ว/คุณภาพในระดับหัวตารางอีกครั้ง
3) Model Behavior – เร็วกว่า เด่นกว่า เสถียรกว่า
แก้ไขปัญหาความช้า ข้อผิดพลาด การตอบวน และสิ่งที่ผู้ใช้บ่นมานานให้หมดไป
พูดง่าย ๆ คือ OpenAI ต้องยกระดับ ChatGPT จากผู้ช่วยเก่ง ๆ ให้กลายเป็น “สุดยอดคู่คิดที่ใช้แทนหลายแอปได้ในตัวเดียว”
Nick Turley ผู้นำทีม ChatGPT ยังออกมาบอกด้วยว่า เป้าหมายคือ
“ทำให้ ChatGPT ฉลาดขึ้น ใช้งานง่ายขึ้น และเข้าถึงผู้ใช้ทั่วโลกได้มากขึ้นกว่าเดิม”
แล้ว Google กับ Anthropic ทำอะไรจน Sam ต้องกด Code Red?
ลองนั่งดูแบบนักวิจารณ์หนัง แล้วจะเห็นว่าศึกนี้มันสนุกมากในเชิงเนื้อเรื่อง เพราะแต่ละค่ายงัดอาวุธแบบไม่พัก
Google – รุกด้วยความเร็วและความไฮเทค
-
Gemini 3 Pro คะแนน Benchmark พุ่ง
-
ความสามารถด้านภาพดีขึ้นมาก
-
Nano Banana กลายเป็นมีมประจำ TikTok
-
รวมเข้ากับบริการของ Google แบบเนียนกริบ
นี่ทำให้ Google ดู “เป็นมิตรกับผู้ใช้ทั่วไป” มากขึ้นเรื่อย ๆ
Anthropic – มาดนิ่งแต่โคตรน่าเชื่อถือ
-
Claude ได้รับความนิยมสูงในกลุ่มองค์กร
-
จุดเด่นคือความปลอดภัยและความแม่นยำ
-
ตอบโทนเป็นธรรมชาติ ไม่เลอะเทอะง่าย
ลูกค้าบริษัทใหญ่ยอมจ่ายเพราะความเสถียรนี่แหละ
เมื่อเทียบแบบสายคอนเทนต์
ถ้า AI เป็นไอดอล ก็เหมือน Google ขายคอนเทนต์สนุก Anthropic ขายความเนี๊ยบ และ OpenAI เคยเป็นตัวท็อปของวง แต่ช่วงหลังแอบสะดุดจังหวะเท้า ทำให้ทีมต้องกลับมาซ้อมหนักแบบ Code Red
การ์ดใบใหม่ของ OpenAI: โมเดลอัปเกรดที่ “แซง Gemini 3” ตามคำประกาศ
ข่าวใหญ่สุดท้ายคือ
OpenAI เตรียมปล่อยโมเดล Reasoning รุ่นใหม่ภายในสัปดาห์หน้า
และ Sam บอกว่า "ผลทดสอบภายในแซง Gemini 3 แล้ว"
ตรงนี้ล่ะที่ทำให้แฟน ๆ AI เริ่มกลับมาเกาหัวพร้อมคาดหวังว่าจะมีของแรงจริง ไม่ใช่แค่คำโปรโมต
ถ้าโมเดลใหม่นี้ตอบโจทย์ได้จริง ทั้ง reasoning, speed, stability มีสิทธิ์ทำให้ ChatGPT กลับมายืนแถวหน้าอีกครั้งแบบสมศักดิ์ศรี
บทสรุป: นี่ไม่ใช่จุดจบของ OpenAI แต่เป็นจุดเริ่มต้นซีซันใหม่ที่เข้มข้นกว่าเดิม
ศึกครั้งนี้คืออีกหนึ่งตอนสำคัญของวงการ AI ที่โตเร็วแบบนรกแตก และสิ่งที่ Sam Altman ทำอาจเป็นการ “ตั้งหลัก” เพื่อผลัก ChatGPT ให้กลายเป็นสุดยอดเครื่องมือที่ผู้ใช้กลับมารู้สึกว่า ขาดไม่ได้
สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือ:
-
โมเดล Reasoning รุ่นใหม่จะเทพจริงหรือแค่โปรโมต
-
ChatGPT จะกลับมาทวงอันดับในใจผู้ใช้ได้แค่ไหน
-
OpenAI จะเปิดแผน Pulse หรือโฆษณาอีกครั้งเมื่อไร
-
Google และ Anthropic จะโต้กลับอย่างไรใน Q1–Q2
อารมณ์เหมือนกำลังดูซีรีส์ที่กำลังเข้าจุดพีค—ไม่มีใครเดาได้ว่าใครจะครองบัลลังก์ AI ในปีนี้ แต่ที่แน่ ๆ ผู้ใช้คือคนที่ได้ประโยชน์มากที่สุด เพราะทุกค่ายกำลังทุ่มสุดแรงเพื่อคว้าหัวใจเราไปครอง
และใครอยากอัปเดตเทรนด์ไอที–แก็ดเจ็ต–ของเล่นดิจิทัลใหม่ ๆ อย่าลืมแวะที่ Zestbuy เพราะมีของสนุก ๆ ให้ตามเล่นแบบไม่ตกกระแสเสมอ
แนะนำสำหรับคุณ
🔥🔥🔥🔥🔥Apple iPhone 17 ซีรีส์ : เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ปลายปีนี้❗️
Digital Trends กำลังมาแรง | การแข่งขัน Valorant Champions Tournament ปี 2025 กำลังดำเนินอยู่! เหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านอีสปอร์ตใช้อุปกรณ์ 4K อะไรบ้าง? มาดูกัน!
หัวข้อพิเศษเดือนกันยายน|ก้าวสู่อนาคต: การประชุมของ Apple ในเครื่องนี้จะมีคุณสมบัติเด่นอะไรเป็นหลักงการรับรู้อัจฉริยะของเรา?
ลองใช้ Ray-Ban Meta 3 วัน: นี่คือเหตุผลที่แว่นตา AI อาจกลายเป็นสิ่งจำเป็นในอนาคต
เปิดตัว Apple Watch Ultra 3 ตัวใหม่ ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน
Apple News: Apple เปิดตัว iPad Air พร้อมชิป M3 อันทรงพลังและ Magic Keyboard ใหม่
