สุขภาพดีหรือแค่ทำตามเทรนด์ เมื่อ Wellness กลายเป็นการตลาดบนโซเชียล

user avatar
Chanyanut.T(Baifern)·2025-12-26T03:45Z
点赞
สุขภาพดีหรือแค่ทำตามเทรนด์ เมื่อ Wellness กลายเป็นการตลาดบนโซเชียล

นอนให้ครบ 8 ชั่วโมง กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ เคยเป็นสูตรสำเร็จพื้นฐานของการดูแลสุขภาพที่หลายคนยึดถือกันมาอย่างยาวนาน แต่ในโลกปัจจุบัน ดูเหมือนว่าสิ่งเหล่านี้อาจ “ยังไม่พอ” อีกต่อไป

เพียงแค่เปิดแอปโซเชียลมีเดีย เราก็จะพบคำแนะนำด้านสุขภาพเต็มหน้าฟีด ตั้งแต่ “ห้ามกินแป้ง” “ห้ามดื่มกาแฟ” “ห้ามกินน้ำตาล” “ต้องตื่นตีห้า” “ต้องอาบน้ำเย็น” ไปจนถึงการกินอาหารเสริม วิตามิน หรือการทำกิจกรรมเพื่อสุขภาพรูปแบบใหม่ๆ ที่ใครหลายคนบอกว่าดีและควรทำตาม

ในขณะที่โลกภายนอกบอกให้เราดูแลตัวเองมากขึ้น หลายคนกลับเริ่มรู้สึกเหนื่อย กดดัน และสับสนกับคำว่า “สุขภาพที่ดี” มากกว่าเดิม แทนที่จะรู้สึกแข็งแรงขึ้น เรากลับรู้สึกผิดทุกครั้งที่กินของหวาน รู้สึกเครียดเมื่อพลาดการออกกำลังกาย หรือรู้สึกว่าตัวเองยัง “ไม่ดีพอ” ในการดูแลสุขภาพ

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่าเราควรดูแลสุขภาพอย่างไร แต่คือ เราควรดูแลสุขภาพแบบไหน โดยไม่ทำร้ายใจตัวเองไปพร้อมกัน 💭

80b3ffda-f801-4935-97c1-814215dc86ad.jpeg

เมื่อคำว่า Wellness เปลี่ยนจากการดูแลตัวเอง สู่เครื่องมือทางการตลาด

เดิมทีคำว่า wellness มีความหมายเรียบง่าย คือภาวะความเป็นอยู่ที่ดีของร่างกายและจิตใจ การไม่มีโรคภัย และการใช้ชีวิตอย่างสมดุล แต่เมื่อโลกเข้าสู่ยุคโซเชียลมีเดีย คำนี้ได้ถูกขยายความหมายออกไปอย่างรวดเร็ว

ข้อมูลจาก BBC อธิบายว่า wellness ในปัจจุบันไม่ได้หมายถึงการรักษาโรคตามอาการอีกต่อไป แต่เป็นแนวคิดที่เชื่อว่าเราสามารถ “พัฒนาสุขภาพให้ดีขึ้นได้ตลอดเวลา” ผ่านการกิน การออกกำลังกาย การผ่อนคลาย และกิจกรรมเฉพาะทางต่างๆ แนวคิดนี้ฟังดูเป็นบวก และช่วยจุดประกายให้ผู้คนหันมาสนใจตัวเองมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อ wellness ถูกผูกเข้ากับการตลาดและการสร้างรายได้ มันก็เริ่มกลายเป็นสิ่งที่มี “เงื่อนไข” และ “มาตรฐาน” มากขึ้นเรื่อยๆ สินค้าและบริการเพื่อสุขภาพถูกนำเสนอในรูปแบบที่ชวนให้รู้สึกว่า หากไม่ทำตาม ก็อาจกำลังพลาดโอกาสในการมีชีวิตที่ดี

ข้อมูลจาก Global Wellness Institute ระบุว่า อุตสาหกรรมด้านสุขภาพมีการเติบโตเฉลี่ยกว่า 12% ต่อปี ตั้งแต่ปี 2020 และคาดว่าจะเติบโตขึ้นอีกกว่า 52% ภายในปี 2027 โดยในปี 2024 มูลค่ารวมของอุตสาหกรรมนี้แตะระดับ 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 220 ล้านล้านบาทไทย ตัวเลขนี้สะท้อนชัดเจนว่า wellness ไม่ใช่แค่เทรนด์ไลฟ์สไตล์ แต่เป็นธุรกิจขนาดมหาศาล 💰

คนรุ่นใหม่กับการดูแลสุขภาพที่เริ่มต้นเร็วขึ้น

ภาพจำเดิมของการดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง มักถูกเชื่อมโยงกับผู้ใหญ่วัยกลางคนหรือผู้สูงอายุ แต่ในปัจจุบัน กลุ่มคนรุ่นใหม่กลับกลายเป็นกำลังหลักของอุตสาหกรรม wellness

ผลสำรวจของ McKinsey จากผู้บริโภคกว่า 9,000 คนในจีน เยอรมนี สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา พบว่าคนเจน Z และเจน Y ใช้จ่ายด้านสุขภาพสูงถึง 41% เมื่อเทียบกับคนรุ่นอื่น ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ติดตามสุขภาพ ฟิตเนส การพักผ่อนเชิงสุขภาพ หรือเครื่องดื่มบำรุงร่างกาย

ข้อมูลจาก Business Insider ยังชี้ให้เห็นว่า คนรุ่นใหม่ดื่มแอลกอฮอล์น้อยลง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และมองว่าการสูบบุหรี่หรือใช้สารเสพติดไม่ใช่เรื่องเท่อีกต่อไป แต่กลับมองว่าการดูแลสุขภาพคือคุณค่าที่ควรภูมิใจ

สาเหตุสำคัญมาจากความกังวลด้านอนาคต ทั้งเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และความไม่แน่นอนของชีวิต รวมถึงแรงกดดันจากโซเชียลมีเดีย ที่ทำให้ภาพลักษณ์และไลฟ์สไตล์ถูกจับตามองตลอดเวลา 🌍

4e53f51d-dc13-4c86-8d5e-0945413bcbdf.jpeg

เมื่ออินฟลูเอนเซอร์ทำให้สุขภาพกลายเป็นเรื่องที่ต้อง “ทำให้ถูก”

แม้การมีตัวอย่างหรือแรงบันดาลใจจากผู้อื่นจะไม่ใช่เรื่องผิด แต่ปัญหาเริ่มเกิดขึ้นเมื่อข้อมูลด้านสุขภาพบนโซเชียลมีเดียไม่ได้ถูกกลั่นกรองอย่างรอบคอบ

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยซิดนีย์พบว่า อินฟลูเอนเซอร์จำนวนมากมีส่วนในการเผยแพร่ข้อมูลด้านสุขภาพที่คลาดเคลื่อน โดยเฉพาะเรื่องการตรวจสุขภาพและการทดสอบทางการแพทย์ นักวิจัยวิเคราะห์โพสต์เกือบ 1,000 โพสต์ที่ชักชวนให้ผู้คนไปตรวจ MRI พบว่าส่วนใหญ่ไม่มีการอ้างอิงทางวิทยาศาสตร์ และเน้นการขายเป็นหลัก

ยิ่งไปกว่านั้น อินฟลูเอนเซอร์กว่า 68% ได้รับผลประโยชน์จากการขาย และกว่า 85% ไม่พูดถึงความเสี่ยงหรือข้อเสียของสิ่งที่แนะนำ ทำให้ผู้รับสารอาจเข้าใจว่าการดูแลสุขภาพต้องทำ “ให้ครบ” “ให้สุด” และ “ให้เหมือนคนอื่น” จึงจะถือว่าดี

ผลลัพธ์คือ หลายคนเริ่มรู้สึกผิดกับร่างกายของตัวเอง รู้สึกกลัวอาหารบางชนิด และใช้ชีวิตอย่างระแวดระวังเกินความจำเป็น ทั้งที่สุขภาพควรเป็นเรื่องของความสบายใจและความยั่งยืนมากกว่า 😔

เมื่อการดูแลสุขภาพมากเกินไป กลายเป็นภาระทางใจ

การหมกมุ่นกับสุขภาพมากเกินไป ไม่เพียงส่งผลต่อร่างกาย แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพจิตอย่างมีนัยสำคัญ หลายคนเริ่มเปรียบเทียบตัวเองกับไลฟ์สไตล์ที่เห็นบนโซเชียล มีเดีย ซึ่งมักแสดงเฉพาะด้านที่ดูดี สมบูรณ์แบบ และมีวินัยสูง

แต่ความจริงแล้ว กิจวัตรเหล่านี้ต้องอาศัยทั้งเวลา เงิน และทรัพยากร ซึ่งไม่ใช่ทุกคนจะมีเท่ากัน การพยายามไล่ตามมาตรฐานเดียวกัน อาจทำให้เราลืมฟังเสียงร่างกายและใจของตัวเองไปโดยไม่รู้ตัว

1060201d-16bd-4b1e-9483-00d1c1294433.jpeg

ดูแลตัวเองอย่างไร ในโลกที่เต็มไปด้วยข้อมูลสุขภาพ

ลอรี ซานโตส ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยเยล แนะนำว่าการดูแลตัวเองอย่างมีความสุข ไม่ได้หมายถึงการทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ แต่คือการมีสติอยู่กับปัจจุบัน และยอมรับความไม่สมบูรณ์ของตัวเอง

การทำสมาธิ การทำกิจกรรมเล็กๆ กับคนรอบข้าง หรือการให้เวลาตัวเองพักจากการเปรียบเทียบบนโซเชียล ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพเช่นกัน ที่สำคัญคือการให้อภัยตัวเอง เมื่อไม่สามารถทำตามทุกคำแนะนำได้

เราอาจเลือกทำอาหารเองบางมื้อ และกินข้าวนอกบ้านบ้าง เลือกเดินให้มากขึ้นแทนการวิ่งทุกเช้า หรือเลือกพักผ่อนให้เพียงพอมากกว่าการบังคับตัวเองทำทุกอย่างพร้อมกัน สุขภาพที่ดีไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร และไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบเสมอไป 💚

ในโลกที่ wellness กลายเป็นทั้งเทรนด์และธุรกิจ การดูแลสุขภาพจึงไม่ใช่แค่เรื่องของร่างกาย แต่เกี่ยวข้องกับจิตใจและวิธีคิดอย่างลึกซึ้ง การใส่ใจสุขภาพเป็นเรื่องดี แต่การหมกมุ่นจนรู้สึกผิด เหนื่อย หรือกดดัน อาจทำให้เราห่างไกลจากความหมายที่แท้จริงของคำว่า “สุขภาพดี”

แทนที่จะถามตัวเองว่า “ทำครบหรือยัง” ลองถามว่า “สิ่งที่ทำอยู่ ทำให้เรามีความสุขขึ้นไหม” เพราะสุขภาพที่ยั่งยืน ไม่ได้เกิดจากการทำตามทุกกฎ แต่เกิดจากการดูแลตัวเองด้วยความเข้าใจ เห็นใจ และอ่อนโยนกับตัวเองมากพอ

บางวันเราอาจกินของหวาน บางวันอาจไม่ได้ออกกำลังกาย และบางวันอาจแค่อยากนอนเฉยๆ ทั้งหมดนี้ไม่ทำให้เราเป็นคนที่ดูแลสุขภาพไม่ดี หากเรายังฟังร่างกายของตัวเอง และเลือกสิ่งที่เหมาะกับชีวิตของเราในระยะยาว

สุดท้ายแล้ว wellness ที่แท้จริง อาจไม่ใช่การมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบ แต่คือการมีชีวิตที่ “พอดี” สำหรับตัวเราเอง 🤍✨

บทความที่เกี่ยวข้อง

Kim Kardashian ได้รับการวินิจฉัยเป็นโรคหลอดเลือดในสมองโป่งพองชื่อของ Kim Kardashian ไม่ใช่ชื่อที่ใครจะไม่รู้จัก — เธอคือหนึ่งในผู้หญิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการบันเทิงโลก 🌍 ทั้งในฐานะเซเลบริตี้ แม่ลูกสี่ นักธุรกิจ เจ้าของแบรนด์เครื่องสำอาง
เมื่อความเครียดสะสมกลายเป็น “ภัยเงียบ” ที่แม้แต่คนดังอย่าง Kim Kardashian ก็หนีไม่พ้น
ทุกวันนี้เราทุกคนต่างใช้ชีวิตแบบ “เร่งรีบ” — ต้องถือของหลายชิ้น เดินทางไกล บางคนต้องทำงานที่ต้องใช้แรงแขนตลอดวัน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานออฟฟิศที่ถือโน้ตบุ๊กเอกสารทุกวัน คนทำงานบริการที่ยกของหนัก หรือแม้แต่คนชอบช้อปที่มักถือของพะรุงพะรังเต็มสองม
แบกของหนักเกินไป แขนก็ต้องพักเหมือนใจนะ
ในยุคที่เราทุกคนต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์วันละหลายชั่วโมง เดินทางไกล นั่งรถ นั่งเครื่องบิน หรือแม้แต่การใช้โทรศัพท์มือถือในท่าทางที่ไม่เหมาะสม “อาการปวดหลัง” กลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนแทบทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นวัยเรียน วัยทำงาน หรือวัยผู้ส
หมอนพิงรองหลัง ดูแลหลังวันนี้ เพื่อสุขภาพดีในวันหน้า

บทความล่าสุดดูเพิ่มเติม

cr.konvyผมร่วง… ปัญหาที่หลายคนต้องเผชิญไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยไหนไม่ว่าจะเป็นร่วงจากความเครียดจากการทำงาน ร่วงจากการทำสี ดัด เป่า หรือร่วงเพราะอายุที่เพิ่มขึ้น — สิ่งที่หลายคนยอมรับไม่ได้คือ “ผมร่วงมากจนสังเกตได้” และนี่คือเหตุผลว่าทำไมคนจำนว
Yves Rocher Anti-Hair Loss Shampoo: แชมพูลดผมร่วงจากธรรมชาติ ดูแลตั้งแต่โคนจรดปลาย
เมื่อผิวเรียบเนียนไม่จำเป็นต้องแลกด้วยเวลาและค่าใช้จ่ายสูงในอดีต ถ้าใครพูดถึง “ผิวเนียนไร้ขน” ภาพที่นึกถึงมักจะเป็นคลินิกความงาม ค่าใช้จ่ายต่อคอร์ส และการนัดหมายล่วงหน้า แต่วันนี้เทคโนโลยีได้เปลี่ยนสมการทั้งหมด เพราะ เครื่องเลเซอร์ขน IPL สำ
เครื่องเลเซอร์ขน IPL อยู่บ้านก็เนียนไร้ขนได้ ไม่ต้องง้อคลินิก
cr.glitzmagazines“เสียวฟัน” เป็นปัญหาที่หลายคนมองข้าม ทั้งที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในทุก ๆ วัน ไม่ว่าจะเป็นการดื่มน้ำเย็น กินของหวาน ของเปรี้ยว หรือแม้แต่การแปรงฟันเอง ความรู้สึกเสียวแปลบที่เกิดขึ้นสามารถทำให้การใช้ชีวิตประจำวันไม่สบายตัว และอ
SENSODYNE ยาสีฟันเพื่อคนเสียวฟัน

แนะนำสำหรับคุณ

บทความที่แนะนำ