คนรุ่นใหม่เลือก Self-Care แบบไหน เมื่อ “ความรู้สึกดี” ไม่พออีกแล้ว

user avatar
Chanyanut.T(Baifern)·2026-01-06T08:11Z
点赞
คนรุ่นใหม่เลือก Self-Care แบบไหน เมื่อ “ความรู้สึกดี” ไม่พออีกแล้ว

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำว่า self-care กลายเป็นหนึ่งในคำที่เราเห็นบ่อยที่สุดบนโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นคาเฟ่สำหรับพักใจ เทียนหอม โยคะยามเช้า หรือการบอกตัวเองว่า “วันนี้ขอพักก่อน” สิ่งเหล่านี้ล้วนถูกนำเสนอในภาพที่สวยงาม อบอุ่น และดูเป็นมิตรกับชีวิตยุคเร่งรีบ

แต่เมื่อเวลาผ่านไป หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า
สิ่งที่เราทำอยู่นี้ “เปลี่ยนชีวิตเราได้จริงไหม”
หรือแค่ทำให้รู้สึกดีชั่วคราวแล้วก็กลับมาเหนื่อยเหมือนเดิม

และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนเลนส์การมอง self-care ครั้งใหญ่ของคนยุคนี้

จากรายงานของ McKinsey ระบุชัดว่า กลุ่ม Millennials และ Gen Z กำลังขยับความเข้าใจเรื่อง wellness จากกิจกรรมเป็นครั้งคราว ไปสู่ daily, personalized practice
การดูแลตัวเองที่ฝังอยู่ในชีวิตประจำวัน และถูกออกแบบมาให้เหมาะกับ “ร่างกายและจิตใจของแต่ละคนจริงๆ”

แทนที่จะถามว่า

“ตอนนี้อะไรฮิต”

ผู้คนเริ่มถามว่า

“อะไรได้ผลกับฉัน”

และคำถามนี้กำลังเปลี่ยนทั้งอุตสาหกรรม wellness ไปอย่างสิ้นเชิง

เมื่อ self-care แบบสวยๆ เริ่มไม่พอ

คนเริ่มมองหาหลักฐาน มากกว่าความรู้สึก

ในอดีต การดูแลตัวเองมักผูกกับภาพจำที่อ่อนโยน เช่น การพักผ่อน การให้รางวัลตัวเอง หรือการหนีออกจากความเครียดชั่วคราว ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด แต่ปัญหาคือหลายคนเริ่มรู้สึกว่า แม้จะทำสิ่งเหล่านี้ครบถ้วน ชีวิตก็ยังเหนื่อยเหมือนเดิม

เรานอนครบ 8 ชั่วโมง
แต่ตื่นมายังไม่สดชื่น
เราออกกำลังกาย
แต่ร่างกายกลับล้าเรื้อรัง
เราทำสมาธิ
แต่ใจยังว้าวุ่น

สิ่งนี้ทำให้คนจำนวนมากเริ่มรู้สึกว่า self-care แบบเดิมอาจเป็นเพียง “การปลอบใจ” มากกว่าการแก้ปัญหาจริง

เมื่อข้อมูลด้านสุขภาพเข้าถึงง่ายขึ้น ผู้คนจึงเริ่มอยากเข้าใจร่างกายของตัวเองในระดับที่ลึกกว่าเดิม ไม่ใช่แค่รู้สึกว่า “ดีขึ้น” แต่ต้องอธิบายได้ว่า ดีขึ้นอย่างไร และเพราะอะไร

ae724c38-7ef0-40fe-8d42-de2138c35d98.jpeg

self-care ยุคใหม่ต้องวัดผลได้

หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุด คือการที่ผู้คนเริ่มใช้ ข้อมูลทางชีวภาพ (Biometrics) มาช่วยตัดสินใจในการดูแลตัวเอง

คุณภาพการนอน ไม่ได้วัดแค่ว่าเรานอนกี่ชั่วโมง
แต่ดูถึงคุณภาพของการฟื้นตัว

ตัวชี้วัดอย่าง HRV (Heart Rate Variability) ถูกนำมาใช้เพื่อเข้าใจระดับความเครียด การฟื้นฟูของระบบประสาท และความพร้อมของร่างกายในแต่ละวัน

การออกกำลังกาย ก็ไม่ได้เน้นแค่การเผาผลาญแคลอรีอีกต่อไป
แต่ดูไปถึง

  • ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

  • ความยืดหยุ่นของร่างกาย

  • ความสามารถในการฟื้นตัวระยะยาว

ผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มพึ่งพาอุปกรณ์ Wearables อย่าง
Apple Watch, Oura Ring, Garmin หรือ Fitbit
เพื่อเก็บข้อมูลจริง มากกว่าการคาดเดาจากความรู้สึกเพียงอย่างเดียว

สิ่งนี้สะท้อนว่า คนยุคใหม่ไม่ได้ต้องการ “คำแนะนำทั่วไป”
แต่ต้องการ ข้อมูลเฉพาะตัว ที่นำไปปรับใช้กับชีวิตจริงได้

mental wellness ไม่ใช่เรื่องอ่อนแอ แต่คือ “ทุนชีวิต”

Global Wellness Institute รายงานว่า
เศรษฐกิจด้าน wellness ยังคงเติบโตต่อเนื่อง และหนึ่งในหมวดที่ขยายตัวเร็วที่สุดคือ mental wellness

เหตุผลสำคัญคือ ผู้คนเริ่มมองสุขภาพใจในฐานะ

“ทรัพยากรระยะยาว”

ไม่ใช่แค่การปลอบใจตัวเองเวลารู้สึกแย่
แต่เป็นสิ่งที่ส่งผลต่อการทำงาน ความสัมพันธ์ และคุณภาพชีวิตในทุกมิติ

แนวคิดนี้ทำให้ mental wellness เปลี่ยนจาก

  • การเยียวยาเฉพาะช่วงที่มีปัญหา
    ไปสู่

  • การดูแลอย่างต่อเนื่องและมีระบบ

เช่น
การบำบัดที่มีโครงสร้าง
การใช้ CBT, ACT หรือ Mindfulness-Based Therapy
การฝึกจัดการอารมณ์อย่างเป็นขั้นตอน

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพื่อ “รู้สึกดีวันนี้”
แต่เพื่อทำให้ชีวิตมั่นคงขึ้นในระยะยาว

7a77192b-37b7-4115-abe8-8fcb1b131cfb.jpeg

self-care แบบใหม่ ไม่ฝืนตัวเอง และไม่หลอกตัวเอง

สิ่งที่น่าสนใจคือ self-care ยุคใหม่ ไม่ได้เข้มงวดหรือสุดโต่งกว่าเดิม
แต่กลับ ซื่อสัตย์กับร่างกายมากขึ้น

ผู้คนเริ่มยอมรับว่า

  • ไม่ใช่ทุกคนต้องตื่นตีห้า

  • ไม่ใช่ทุกคนเหมาะกับ HIIT

  • ไม่ใช่ทุกคนต้องกินคลีนตลอดเวลา

การดูแลตัวเองจึงไม่ใช่การทำตามสูตรสำเร็จ
แต่คือการทดลอง ปรับ และฟังสัญญาณของตัวเองจริงๆ

แนวคิดสำคัญของ self-care ยุคนี้คือ

วัดผลได้ ปรับได้ และไม่ฝืนตัวเอง

เพราะการฝืนอาจทำให้เราทำได้แค่ช่วงสั้นๆ
แต่การเข้าใจตัวเอง จะทำให้เราทำได้อย่างยั่งยืน

เมื่อ wellness กลายเป็น “ระบบชีวิต” ไม่ใช่กิจกรรม

คนจำนวนมากเริ่มออกแบบชีวิตให้เอื้อต่อสุขภาพโดยรวม เช่น

  • จัดเวลานอนให้สม่ำเสมอ

  • ออกกำลังกายตามระดับพลังงานในแต่ละวัน

  • เลือกอาหารที่ช่วยเสถียรน้ำตาลในเลือด

  • จำกัดสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เครียดเกินจำเป็น

ทั้งหมดนี้อาจไม่ดูหวือหวา
แต่เป็นสิ่งที่ทำซ้ำได้ทุกวัน และเห็นผลจริงในระยะยาว

self-care จึงไม่จำเป็นต้องสวยที่สุด
แต่ต้อง ใช้ได้จริงกับชีวิตของเรา

b1d27bda-71ff-4577-b8d0-c3eb3acf6118.jpeg

self-care ที่มีความหมาย อาจไม่ใช่สิ่งที่ดูดีที่สุด

ในโลกที่เต็มไปด้วยคำแนะนำมากมาย
self-care ที่มีความหมายที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่ถูกแชร์มากที่สุด

แต่คือสิ่งเล็กๆ ที่เราทำซ้ำได้
โดยไม่รู้สึกฝืน
ไม่รู้สึกผิด
และไม่ต้องพิสูจน์ให้ใครเห็น

การดูแลตัวเองในยุคนี้ ไม่ใช่การหนีจากความจริง
แต่คือการสร้างระบบชีวิตที่รองรับทั้งร่างกายและจิตใจในระยะยาว

เพราะสุดท้ายแล้ว
การดูแลตัวเองที่ดี
ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เราดูดีขึ้นในสายตาคนอื่น

แต่คือสิ่งที่ทำให้เรา ใช้ชีวิตได้ดีขึ้นจริง
วันแล้ววันเล่า 🌱✨

บทความที่เกี่ยวข้อง

Kim Kardashian ได้รับการวินิจฉัยเป็นโรคหลอดเลือดในสมองโป่งพองชื่อของ Kim Kardashian ไม่ใช่ชื่อที่ใครจะไม่รู้จัก — เธอคือหนึ่งในผู้หญิงที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการบันเทิงโลก 🌍 ทั้งในฐานะเซเลบริตี้ แม่ลูกสี่ นักธุรกิจ เจ้าของแบรนด์เครื่องสำอาง
เมื่อความเครียดสะสมกลายเป็น “ภัยเงียบ” ที่แม้แต่คนดังอย่าง Kim Kardashian ก็หนีไม่พ้น
ทุกวันนี้เราทุกคนต่างใช้ชีวิตแบบ “เร่งรีบ” — ต้องถือของหลายชิ้น เดินทางไกล บางคนต้องทำงานที่ต้องใช้แรงแขนตลอดวัน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานออฟฟิศที่ถือโน้ตบุ๊กเอกสารทุกวัน คนทำงานบริการที่ยกของหนัก หรือแม้แต่คนชอบช้อปที่มักถือของพะรุงพะรังเต็มสองม
แบกของหนักเกินไป แขนก็ต้องพักเหมือนใจนะ
ในยุคที่เราทุกคนต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์วันละหลายชั่วโมง เดินทางไกล นั่งรถ นั่งเครื่องบิน หรือแม้แต่การใช้โทรศัพท์มือถือในท่าทางที่ไม่เหมาะสม “อาการปวดหลัง” กลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนแทบทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นวัยเรียน วัยทำงาน หรือวัยผู้ส
หมอนพิงรองหลัง ดูแลหลังวันนี้ เพื่อสุขภาพดีในวันหน้า

บทความล่าสุดดูเพิ่มเติม

cr.konvyผมร่วง… ปัญหาที่หลายคนต้องเผชิญไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยไหนไม่ว่าจะเป็นร่วงจากความเครียดจากการทำงาน ร่วงจากการทำสี ดัด เป่า หรือร่วงเพราะอายุที่เพิ่มขึ้น — สิ่งที่หลายคนยอมรับไม่ได้คือ “ผมร่วงมากจนสังเกตได้” และนี่คือเหตุผลว่าทำไมคนจำนว
Yves Rocher Anti-Hair Loss Shampoo: แชมพูลดผมร่วงจากธรรมชาติ ดูแลตั้งแต่โคนจรดปลาย
เมื่อผิวเรียบเนียนไม่จำเป็นต้องแลกด้วยเวลาและค่าใช้จ่ายสูงในอดีต ถ้าใครพูดถึง “ผิวเนียนไร้ขน” ภาพที่นึกถึงมักจะเป็นคลินิกความงาม ค่าใช้จ่ายต่อคอร์ส และการนัดหมายล่วงหน้า แต่วันนี้เทคโนโลยีได้เปลี่ยนสมการทั้งหมด เพราะ เครื่องเลเซอร์ขน IPL สำ
เครื่องเลเซอร์ขน IPL อยู่บ้านก็เนียนไร้ขนได้ ไม่ต้องง้อคลินิก
cr.glitzmagazines“เสียวฟัน” เป็นปัญหาที่หลายคนมองข้าม ทั้งที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในทุก ๆ วัน ไม่ว่าจะเป็นการดื่มน้ำเย็น กินของหวาน ของเปรี้ยว หรือแม้แต่การแปรงฟันเอง ความรู้สึกเสียวแปลบที่เกิดขึ้นสามารถทำให้การใช้ชีวิตประจำวันไม่สบายตัว และอ
SENSODYNE ยาสีฟันเพื่อคนเสียวฟัน

แนะนำสำหรับคุณ

บทความที่แนะนำ