ความเหนื่อยล้าที่มองไม่เห็น ทำไมกลับจากออฟฟิศถึงหมดพลังแม้ไม่ได้ใช้แรงงานหนัก

user avatar
Chanyanut.T(Baifern)·2025-10-09T04:06Z
点赞
ความเหนื่อยล้าที่มองไม่เห็น ทำไมกลับจากออฟฟิศถึงหมดพลังแม้ไม่ได้ใช้แรงงานหนัก

หลายคนคงคุ้นกับความรู้สึกนี้… เลิกงานแล้วเดินออกจากออฟฟิศ พร้อมกับความตั้งใจว่าจะกลับบ้านไปพักผ่อน ดูหนัง ฟังเพลง หรือแม้แต่คุยเล่นกับครอบครัวและเพื่อน แต่พอถึงเวลาจริง ๆ กลับพบว่าตัวเองอยากนั่งเงียบ ๆ ไม่พูดกับใคร ไม่อยากขยับแม้แต่นิ้วเดียว บางครั้งยังรู้สึกเหมือนถูกดูดพลังงานออกไปจนหมด ทั้งที่งานในออฟฟิศอาจไม่ได้ใช้แรงกายเหมือนงานกลางแจ้งหรือยกของหนัก

ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นกับคนจำนวนมากในยุคปัจจุบัน และมีชื่อเรียกในแง่วิจัยทางจิตวิทยาว่า “Cognitive Fatigue” หรือ ความเหนื่อยล้าทางสมอง ซึ่งต่างจากความเหนื่อยล้าทางร่างกายโดยสิ้นเชิง 🧠

บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า…

  • ทำไมถึงรู้สึกหมดแรงหลังเลิกงาน

  • ความเหนื่อยที่เกิดขึ้นในออฟฟิศมีที่มาอย่างไร

  • สัญญาณที่บอกว่าเรากำลังถูกงานดูดพลัง

  • และวิธีฟื้นพลังใจ–กายให้กลับมาสดชื่นอีกครั้ง

    585b4416-7578-4e08-b447-d9c14db3d306.jpeg

ทำไมงานในออฟฟิศถึงดูดพลังได้มากขนาดนี้

1. การใช้สมองอย่างต่อเนื่อง 🧠

การทำงานในออฟฟิศเต็มไปด้วยงานที่ต้องใช้การคิด วิเคราะห์ ตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนอีเมล การประชุม การแก้ปัญหา หรือแม้แต่การคุยงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ทั้งหมดล้วนดึงพลังงานสมองมากกว่าที่คิด การใช้สมองตลอด 8 ชั่วโมงก็เหมือนการเล่นกล้ามสมองอย่างต่อเนื่อง เมื่อหมดวัน สมองจึงอ่อนล้า

2. Multitasking ที่ทำให้สมองเหนื่อยเกินไป

หลายคนต้องทำงานหลายอย่างพร้อมกัน เช่น คุยโทรศัพท์ไป พิมพ์เอกสารไป หรือตอบแชทลูกค้าพร้อมกับประชุมออนไลน์ งานที่ซ้อนทับกันเหล่านี้ทำให้สมองไม่มีเวลาพักและต้องสลับโฟกัสตลอดเวลา จึงรู้สึกเหมือนถูกดูดพลังมากขึ้น

3. เสียงรบกวนและสภาพแวดล้อมในออฟฟิศ

เสียงคุย เสียงโทรศัพท์ เสียงพิมพ์คีย์บอร์ด หรือแม้แต่แสงไฟที่จ้าเกินไป ล้วนสร้าง “ภาระทางประสาทสัมผัส” ทำให้สมองต้องประมวลผลสิ่งเร้าตลอดเวลาโดยไม่รู้ตัว

4. ภาวะทางอารมณ์ 😔

ความเครียดจากงาน ความกดดันจากเจ้านาย หรือแม้แต่บรรยากาศการเมืองในที่ทำงาน ทำให้พลังงานทางอารมณ์ถูกใช้ไปมาก การเก็บอารมณ์หรือพยายามยิ้มแม้ไม่อยากยิ้ม ก็เหมือนกับการใช้พลังงานที่มองไม่เห็น

5. การตัดสินใจซ้ำ ๆ (Decision Fatigue)

ทุกการตัดสินใจเล็กน้อย เช่น จะตอบอีเมลยังไง จะเริ่มงานไหนก่อน จะประชุมแบบไหน ล้วนใช้พลังสมองเหมือนการกดแบตเตอรี่ทีละนิด จนเมื่อหมดวันพลังงานใจแทบจะไม่เหลือ

5ec8da9a-0f10-4ca5-ac35-76ab509b6a6d.jpeg

สัญญาณว่าคุณกำลังถูก “งานดูดพลัง”

  • รู้สึกหมดแรงทั้งที่ไม่ค่อยได้เดินหรือยกของ

  • ไม่อยากพูดคุยกับใคร แม้แต่คนที่บ้าน

  • มีอาการเบลอ หลงลืมง่าย สมาธิสั้น

  • อารมณ์หงุดหงิดง่าย

  • รู้สึกว่าอยากหลบไปอยู่คนเดียว

สิ่งเหล่านี้คือสัญญาณของ Cognitive และ Emotional Fatigue ที่เกิดจากงานในออฟฟิศ

ผลเสียหากปล่อยให้ความเหนื่อยล้าสะสม

หากไม่ดูแลตัวเอง ความเหนื่อยเหล่านี้อาจส่งผลระยะยาวได้ เช่น

  • ประสิทธิภาพการทำงานลดลง 📉

  • เสี่ยงต่อโรคซึมเศร้าและภาวะ Burnout

  • สุขภาพกายอ่อนแอ เพราะความเครียดกระทบภูมิคุ้มกัน

  • ความสัมพันธ์กับครอบครัวและเพื่อนลดลง เพราะไม่อยากเข้าสังคม

    7c789d3c-7742-41bf-b6f2-14dd571f610f.jpeg

วิธีฟื้นพลังหลังเลิกงาน 🌿✨

1. สร้างช่วงเวลาพักระหว่างวัน

แม้จะงานยุ่งแค่ไหน ควรพักสายตา เดินยืดเส้น หรือนั่งหายใจลึก ๆ ทุก 1 ชั่วโมง

2. เปลี่ยนกิจวัตรหลังเลิกงาน

แทนที่จะกลับบ้านแล้วนั่งเล่นมือถือ ควรหากิจกรรมที่ช่วยฟื้นใจ เช่น เดินเล่น ฟังเพลงเบา ๆ อาบน้ำอุ่น

3. ออกกำลังกายเบา ๆ 🏃‍♀️

แม้จะเหนื่อยแต่การออกกำลังกายช่วยให้ร่างกายหลั่งสารเอ็นโดรฟิน ทำให้สดชื่นขึ้น

4. พูดคุยหรือระบาย

เลือกคุยกับเพื่อนสนิทหรือคนที่ไว้ใจ เพื่อปลดปล่อยความเครียด ไม่ต้องเก็บไว้คนเดียว

5. จัดการเวลางานให้สมดุล

เรียนรู้การปฏิเสธงานที่เกินกำลัง และไม่ทำ Multitasking มากเกินไป

6. พักผ่อนคุณภาพ 😴

การนอนเต็มที่ 7–8 ชั่วโมงคือกุญแจสำคัญที่ทำให้สมองและร่างกายฟื้นตัว

77b0ca3c-6920-4b14-802a-1fab562248e0.jpeg

การทำงานออฟฟิศแม้จะไม่ใช้แรงกายหนักเหมืองานภาคสนาม แต่กลับดูดพลังสมองและพลังใจมากกว่า หากไม่รู้จักพักหรือฟื้นฟูตัวเองก็อาจทำให้เกิดภาวะ Burnout ได้

ดังนั้นการเข้าใจที่มาของความเหนื่อย และหาวิธีจัดการให้สมดุล จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เรากลับบ้านด้วยรอยยิ้ม ไม่ใช่ความว่างเปล่า 😊✨

บทความที่เกี่ยวข้อง

ในยุคดิจิทัลนี้ อาการเมื่อยล้าดวงตาดูเหมือนจะกลายเป็น "อาการปกติ" ของคนสมัยใหม่ การจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน หรือการหมกมุ่นอยู่กับโลกของละครโทรทัศน์ มักทำให้ดวงตารู้สึกปวดเมื่อย เหนื่อยล้า และอาจมีอาการตาแห้ง แสบ
หากคุณมีอาการตาล้า น้ำยาหยอดตาอาจเป็นทางออกของคุณ!
ในช่วงวันหยุด คนยุ่งๆ มักจะไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ พวกเขาดูทีวี เล่นเกม หรือนั่งเฉยๆ โดยที่มักจะไม่มีใครสังเกตเห็น พวกเขามักจะยืดหลังตรงอย่างรวดเร็ว แต่สักพักก็กลับมาเอนหลังอีกครั้ง เราจำเป็นต้องนั่งตัวตรงเพื่อปกป้องหลังของเราจริงหรือ? เก
การนอนเหยียดยาวบนโซฟาดีต่อสุขภาพจริงหรือ? บทความนี้มีคำตอบ!

บทความล่าสุดดูเพิ่มเติม

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายบ้านให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกอาหาร การออกกำลังกาย หรือการเฝ้าดูสัญญาณของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ หนึ่งในอุปกรณ์ที่เริ่มกลายเป็นของจำเป็นในทุกบ้านคือ เครื่องวัดความดันโลหิต เพราะโรคความดันโลหิตสู
OMRON HEM-7143T1 เครื่องวัดความดันอัตโนมัติ ดูแลสุขภาพง่ายขึ้นในทุกวัน
เคยยืนมองตู้แช่ในเซเว่นแล้ว “เอ๊ะ…” อยู่หน้าชั้น C-vitt ไหมสีส้มก็อยากลอง สีเหลืองก็ดูสดใส สีแดงก็เหมือนสายสวยผิวดี ไหนจะตัว 0% น้ำตาล หรือสูตรเข้มข้น 1000 มก. อีกสุดท้ายเลือกไม่ถูก ก็หยิบตามฟีลกันไปแบบงง ๆบทความนี้เลยขออาสามาเป็นเพื่อนฟิตเ
เครื่องดื่มวิตามิน C-vitt แต่ละสีแตกต่างกันยังไง เลือกให้ถูกสไตล์ ร่างกายยิ่งแฮปปี้
เช้าไหนรีบมาก ๆ หลายคนมักเลือก “อะไรก็ได้” เป็นอาหารเช้า ซึ่งดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่แท้จริงแล้วมื้อแรกของวันมีอิทธิพลต่อ สมอง มากกว่าที่หลายคนคิด สมองใช้พลังงานมากถึง 20% ของแคลอรี่ทั้งหมด ที่ร่างกายได้รับในแต่ละวัน และต้องการสารอาหา
ถึงเวลาช่วยสมอง! เลิก 5 อาหารเช้ายอดฮิต ทำสมองเสื่อม-แก่เร็ว เสี่ยงมะเร็งไม่รู้ตัว

แนะนำสำหรับคุณ