🍟 ของมันอร่อย...แต่ร่างกายไม่ไหว! ภัยเงียบจาก “ของมันเยอะ” ที่คุณอาจไม่รู้

user avatar
Chanyanut.T(Baifern)·2025-10-14T04:59Z
点赞
🍟 ของมันอร่อย...แต่ร่างกายไม่ไหว! ภัยเงียบจาก “ของมันเยอะ” ที่คุณอาจไม่รู้

ลองถามตัวเองดูสิว่า... “อาหารที่ทำให้เรามีความสุขที่สุด” คืออะไร
หลายคนอาจตอบว่าเป็น ของทอด ของมัน หรืออาหารฟาสต์ฟู้ด ที่กินแล้วฟินในทุกคำ — ไม่ว่าจะเป็นไก่ทอดกรอบ ๆ มันฝรั่งเค็ม ๆ หมูสามชั้นกรอบนอกนุ่มใน หรือชีสเยิ้ม ๆ ที่เคลือบอยู่บนพิซซ่าชิ้นโปรด 🍕

เพียงแค่ได้กลิ่นหอม ๆ ของน้ำมันที่กำลังเดือดอยู่ในกระทะ เสียงซู่ซ่าของอาหารที่กำลังทอด… ก็สามารถทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้นมาทันที 😋
ของมันเป็นอาหารที่ให้ “ความรู้สึกดี” แบบทันที เพราะรสชาติอร่อย เค็มมัน หอมละมุน แต่ในความสุขเล็ก ๆ นี้ กลับแฝงไว้ด้วย “ผลเสียต่อสุขภาพ” ที่ค่อย ๆ สะสมโดยที่เราไม่รู้ตัว

5d5bc8f8-597c-4ccf-b01b-1403919f3154.jpeg

แม้ว่าเราจะรู้ว่า “ของมันไม่ดี” แต่ในชีวิตจริง หลายคนก็ยังเผลอกินมันอยู่เสมอ — บางคนบอกว่าแค่ “นิดหน่อย” ไม่เป็นไร บางคนกินทุกวันเพราะติดรสชาติ หรือบางคนก็รู้สึกว่ามันช่วยคลายเครียดได้ดี

แต่เชื่อไหมว่า การกินของมันมากเกินไป ไม่ได้เพียงแค่ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นเท่านั้น
ยังส่งผลต่อระบบภายในร่างกายแทบทุกส่วน ตั้งแต่หัวใจ ตับ ไปจนถึงสมองเลยทีเดียว 💔


🧈 ของมันคืออะไร

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจคำว่า “ของมัน” กันก่อน
คำนี้ไม่ได้หมายถึงอาหารที่มีไขมันทุกประเภทเสมอไป แต่หมายถึง อาหารที่มีปริมาณไขมันสูงโดยเฉพาะไขมันอิ่มตัว (Saturated Fat) และไขมันทรานส์ (Trans Fat)

ของมันในชีวิตประจำวันมีมากมาย เช่น

  • อาหารทอด: ไก่ทอด เฟรนช์ฟรายส์ ปาท่องโก๋

  • อาหารผัดที่ใช้น้ำมันเยอะ เช่น ผัดไทย ผัดซีอิ๊ว

  • อาหารที่มีไขมันสัตว์สูง เช่น หมูสามชั้น เนื้อวัวติดมัน

  • ของหวานบางชนิด เช่น เค้ก คุกกี้ เบเกอรี่ ที่ใส่มาการีนหรือเนยเยอะ

  • อาหารฟาสต์ฟู้ด เช่น เบอร์เกอร์ พิซซ่า นักเก็ต

  • เครื่องดื่มหรือขนมที่ใส่วิปครีมหรือครีมเทียม

ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีไขมันในปริมาณมาก บางครั้งเพียงหนึ่งมื้อก็อาจได้รับไขมันเกินปริมาณที่ร่างกายต้องการในหนึ่งวันแล้ว

3e9321a7-6137-40a9-9d23-fe225250b77b.jpeg

🩸 ร่างกายเรา “ต้องการไขมัน” แต่ต้องเป็นไขมันที่ดี

สิ่งหนึ่งที่หลายคนเข้าใจผิดคือ “ไขมันไม่ดี” ทั้งหมด — แต่จริง ๆ แล้ว ร่างกายต้องการไขมันในปริมาณที่เหมาะสม เพราะไขมันเป็นแหล่งพลังงานสำคัญ ใช้สร้างฮอร์โมน ดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมัน (A, D, E, K) และช่วยป้องกันอวัยวะภายใน

เพียงแต่เราต้องเลือก “ไขมันที่ดี” เช่น

  • ไขมันไม่อิ่มตัว (Unsaturated Fat) จากปลาแซลมอน อะโวคาโด ถั่ว อัลมอนด์ น้ำมันมะกอก น้ำมันคาโนลา
    ไขมันเหล่านี้ช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) และเพิ่มไขมันดี (HDL) ให้กับร่างกาย

ตรงกันข้ามกับ ไขมันอิ่มตัว และ ไขมันทรานส์ ที่อยู่ในของทอดหรือของมันทั่วไป ซึ่งจะเพิ่มไขมันไม่ดีในเลือด ทำให้เลือดข้น ตันง่าย และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ

🧠 ทำไมเราถึง “ติด” ของมัน

คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมถึงรู้ทั้งรู้ว่ามันไม่ดี แต่เรายังอยากกินอยู่ดี?
เพราะ ของมันให้ความรู้สึกพอใจทางสมอง คล้ายกับเวลาที่เรากินของหวาน 🍩

เมื่อเรากินอาหารที่มีไขมันสูง สมองจะหลั่งสาร “โดปามีน (Dopamine)” ซึ่งเป็นสารแห่งความสุข ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและอารมณ์ดีทันที
ดังนั้นยิ่งกินมาก สมองก็ยิ่งอยากได้อีก เป็นวงจรความสุขแบบชั่วคราวที่อันตรายต่อสุขภาพในระยะยาว

💥 กินของมันเยอะเกินไป ส่งผลอย่างไรกับร่างกาย

1. น้ำหนักเพิ่ม และเสี่ยงโรคอ้วน

ไขมันให้พลังงานสูงที่สุดในบรรดาสารอาหารทั้งหมด (1 กรัม = 9 แคลอรี)
เมื่อร่างกายได้รับพลังงานมากเกินไป มันจะถูกเก็บสะสมเป็นไขมันส่วนเกินในร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง แขน ขา และต้นขา

2. เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด

การกินของมันมากทำให้คอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) เพิ่มขึ้น และทำให้หลอดเลือดแข็งตัวหรืออุดตันได้ง่าย ส่งผลให้ความดันโลหิตสูง และเสี่ยงหัวใจวายเฉียบพลันได้

3. ตับทำงานหนัก เสี่ยง “ไขมันพอกตับ”

ไขมันส่วนเกินที่ร่างกายจัดการไม่ทันจะไปสะสมในตับ จนเกิดภาวะ “ไขมันพอกตับ” ซึ่งถ้าไม่รักษาอาจพัฒนาเป็นตับอักเสบ หรือแม้แต่ตับแข็งได้ในที่สุด

4. ระบบย่อยอาหารแย่ลง

อาหารที่มีไขมันสูงมักย่อยยาก ทำให้เกิดอาการแน่นท้อง ท้องอืด หรือท้องเสียได้ง่าย โดยเฉพาะถ้ากินของทอดตอนดึก ๆ

3284eeab-8f23-4b03-a787-bc28eee82119.jpeg

5. ผิวพรรณหมองคล้ำ เป็นสิวง่าย

ของมันกระตุ้นการผลิตน้ำมันส่วนเกินในผิว ส่งผลให้รูขุมขนอุดตัน และเกิดสิวอักเสบได้ง่าย โดยเฉพาะบริเวณหน้าผากและคาง

6. เสี่ยงเบาหวาน

ของมันบางชนิด โดยเฉพาะฟาสต์ฟู้ด มักมีน้ำตาลและไขมันทรานส์สูง ซึ่งจะรบกวนการทำงานของอินซูลิน และเพิ่มโอกาสเกิดเบาหวานชนิดที่ 2

7. ทำให้สมองล้าและอารมณ์แปรปรวน

การกินของมันมากเกินไปทำให้เลือดหนืด สมองได้รับออกซิเจนน้อยลง จนเกิดอาการง่วง เหนื่อยง่าย สมาธิสั้น และอารมณ์ไม่คงที่


🍳 ของมันแบบไหนที่ควรหลีกเลี่ยง

  • ของทอดที่ใช้น้ำมันซ้ำหลายครั้ง

  • เบเกอรี่ที่ใช้เนยเทียมหรือมาการีน

  • ฟาสต์ฟู้ดแช่แข็งหรืออาหารสำเร็จรูป

  • ขนมกรุบกรอบรสชีส รสมันฝรั่ง

  • นมข้นหวานหรือครีมเทียมในกาแฟ

สิ่งเหล่านี้มักแฝงไขมันทรานส์ไว้ ซึ่งเป็นตัวร้ายที่ทำลายหลอดเลือดอย่างแท้จริง 🚫


🥑 แล้วจะลดของมันอย่างไรดี

  1. เริ่มจากปรับใจ ไม่ใช่ห้ามทันที
    แทนที่จะตัดขาด ลองค่อย ๆ ลดความถี่ เช่น จากกินทุกวันเหลืออาทิตย์ละ 2 ครั้ง

  2. เลือกวิธีการปรุงที่ดีขึ้น
    เปลี่ยนจาก “ทอด” เป็น “อบ” หรือ “ย่าง” เพื่อให้ใช้น้ำมันน้อยลง
    น้ำมันที่ควรใช้ เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว หรือคาโนลา

  3. กินผักให้มากขึ้น
    ผักช่วยดูดซับไขมันบางส่วน และช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น 🥦

    a3becb8b-c7d7-4c66-ba32-4499bbe00485.jpeg
  4. ดื่มน้ำให้มาก
    น้ำช่วยขับของเสียและไขมันส่วนเกินออกจากร่างกาย

  5. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
    อย่างน้อยวันละ 30 นาที จะช่วยเผาผลาญไขมันและกระตุ้นการทำงานของหัวใจ

  6. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
    เพราะการพักผ่อนไม่พอจะกระตุ้นให้ร่างกายอยากกินของมันและของหวานมากขึ้น

🌿 ถ้ากินของมันบ้าง...ถือว่าผิดไหม

คำตอบคือ “ไม่ผิดค่ะ”
เพราะในความเป็นจริง เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงไขมันได้ทั้งหมด
สิ่งสำคัญคือ “ปริมาณและความถี่” ที่กินต่างหาก

การกินของมันบ้างในบางโอกาส เช่น วันพักผ่อน หรือปาร์ตี้กับเพื่อน ถือว่าไม่เป็นไรเลย
เพียงแต่ต้องรู้จัก “บาลานซ์” ร่างกายด้วยอาหารอื่น ๆ เช่นผัก ผลไม้ และน้ำเปล่า

ของมันคือของอร่อยที่ยากจะปฏิเสธ แต่เบื้องหลังความกรอบ มัน หอม ละมุนนั้น คือ “ความเสี่ยง” ที่สะสมอยู่เงียบ ๆ ในร่างกาย
ไขมันส่วนเกินไม่เพียงทำให้น้ำหนักเพิ่ม แต่ยังส่งผลต่อหัวใจ สมอง ตับ และผิวพรรณอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การดูแลสุขภาพไม่ได้หมายความว่าต้องตัดของมันออกไปทั้งหมด
แต่คือการ “รู้จักเลือก” และ “กินอย่างมีสติ”
เพราะร่างกายของเราไม่ต้องการอาหารที่หรูหรา แค่ต้องการความสมดุลและความใส่ใจจากเราเท่านั้น 💚

บทความที่เกี่ยวข้อง

ในช่วงวันหยุด คนยุ่งๆ มักจะไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ พวกเขาดูทีวี เล่นเกม หรือนั่งเฉยๆ โดยที่มักจะไม่มีใครสังเกตเห็น พวกเขามักจะยืดหลังตรงอย่างรวดเร็ว แต่สักพักก็กลับมาเอนหลังอีกครั้ง เราจำเป็นต้องนั่งตัวตรงเพื่อปกป้องหลังของเราจริงหรือ? เก
การนอนเหยียดยาวบนโซฟาดีต่อสุขภาพจริงหรือ? บทความนี้มีคำตอบ!
137 Degrees ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์นมทางเลือกเพื่อสุขภาพ แต่เป็นแบรนด์ไทยที่สร้างปรากฏการณ์และบุกเบิกตลาดนมอัลมอนด์ในประเทศไทยได้สำเร็จ จุดเริ่มต้นของแบรนด์นี้มาจากคุณอริสา กุลปิยะวาจา ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการบริษัท ซิมเพิ้ล ฟู้ดส์ จำกัด
137 Degrees:Must have สำหรับสายhealthy

บทความล่าสุดดูเพิ่มเติม

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายบ้านให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกอาหาร การออกกำลังกาย หรือการเฝ้าดูสัญญาณของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ หนึ่งในอุปกรณ์ที่เริ่มกลายเป็นของจำเป็นในทุกบ้านคือ เครื่องวัดความดันโลหิต เพราะโรคความดันโลหิตสู
OMRON HEM-7143T1 เครื่องวัดความดันอัตโนมัติ ดูแลสุขภาพง่ายขึ้นในทุกวัน
เคยยืนมองตู้แช่ในเซเว่นแล้ว “เอ๊ะ…” อยู่หน้าชั้น C-vitt ไหมสีส้มก็อยากลอง สีเหลืองก็ดูสดใส สีแดงก็เหมือนสายสวยผิวดี ไหนจะตัว 0% น้ำตาล หรือสูตรเข้มข้น 1000 มก. อีกสุดท้ายเลือกไม่ถูก ก็หยิบตามฟีลกันไปแบบงง ๆบทความนี้เลยขออาสามาเป็นเพื่อนฟิตเ
เครื่องดื่มวิตามิน C-vitt แต่ละสีแตกต่างกันยังไง เลือกให้ถูกสไตล์ ร่างกายยิ่งแฮปปี้
เช้าไหนรีบมาก ๆ หลายคนมักเลือก “อะไรก็ได้” เป็นอาหารเช้า ซึ่งดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่แท้จริงแล้วมื้อแรกของวันมีอิทธิพลต่อ สมอง มากกว่าที่หลายคนคิด สมองใช้พลังงานมากถึง 20% ของแคลอรี่ทั้งหมด ที่ร่างกายได้รับในแต่ละวัน และต้องการสารอาหา
ถึงเวลาช่วยสมอง! เลิก 5 อาหารเช้ายอดฮิต ทำสมองเสื่อม-แก่เร็ว เสี่ยงมะเร็งไม่รู้ตัว

แนะนำสำหรับคุณ