🍩 ทำไมคนออฟฟิศถึงหลงรักของหวาน ? เพราะบางครั้ง “ความสุข” ก็อยู่ในขนมคำเล็กๆ ที่ช่วยให้วันทำงานสดใสขึ้น

user avatar
Chanyanut.T(Baifern)·2025-10-15T05:08Z
点赞
🍩 ทำไมคนออฟฟิศถึงหลงรักของหวาน ? เพราะบางครั้ง “ความสุข” ก็อยู่ในขนมคำเล็กๆ ที่ช่วยให้วันทำงานสดใสขึ้น

ในทุกบ่ายที่อากาศเย็นจากเครื่องปรับอากาศเริ่มทำให้เปลือกตาหนักลง เสียงพิมพ์คีย์บอร์ดเริ่มช้าลงกว่าตอนเช้า หลายคนในออฟฟิศจึงเดินไปหยิบ “ของหวาน” — ไม่ว่าจะเป็นช็อกโกแลตแท่งเล็กๆ ขนมปังไส้ครีม หรือชาไข่มุกแก้วโปรด ☕🍩 มันกลายเป็นกิจวัตรที่แทบทุกคนรู้ตัวว่า “กินเกินไป” แต่ก็ห้ามใจไม่อยู่ แล้วเคยสงสัยไหมว่า ทำไมคนทำงานออฟฟิศจึงมัก “ติดของหวาน” ได้ง่ายกว่ากลุ่มอื่น

1e4cef6c-f73f-406d-b08a-a5342a6183cf.jpeg

🍬 ของหวานคือ “พลังงานเร่งด่วน” ที่สมองเรียกร้อง

ในโลกของการทำงานออฟฟิศ สมองคืออวัยวะที่ทำงานหนักที่สุด 💻 ต้องคิด วิเคราะห์ วางแผน ประชุม รับข้อมูลจำนวนมาก สมองใช้พลังงานจาก “กลูโคส” ซึ่งได้มาจากน้ำตาลเป็นหลัก เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดลดลง สมองจะส่งสัญญาณให้ร่างกาย “อยากกินของหวาน” เพื่อดึงพลังงานกลับมาอย่างรวดเร็ว

ดังนั้นการที่คุณรู้สึกง่วง เหนื่อย หรือคิดอะไรไม่ออกตอนบ่าย แล้วอยากกินช็อกโกแลตหรือกาแฟเย็นใส่นมข้น นั่นไม่ใช่เพราะคุณไม่มีวินัย — แต่เป็น “กลไกตามธรรมชาติ” ของร่างกายที่พยายามเติมพลังให้สมองกลับมาทำงานได้อีกครั้ง 🧠💪

🍭 ความเครียดและแรงกดดัน = ของหวานคือเครื่องปลอบใจ

งานออฟฟิศเต็มไปด้วย “แรงกดดันที่มองไม่เห็น” ไม่ว่าจะจากเจ้านาย เพื่อนร่วมงาน หรือเดดไลน์ที่ใกล้เข้ามา ความเครียดเหล่านี้จะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งมีผลให้ “อยากของหวาน” มากขึ้น 🍪

การกินของหวานจะกระตุ้นให้สมองหลั่ง “โดพามีน” และ “เซโรโทนิน” ซึ่งเป็นสารแห่งความสุขทันที ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและอารมณ์ดีขึ้น เหมือนยกภูเขาออกจากอก แม้จะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็เพียงพอให้คนออฟฟิศรู้สึก “หายเหนื่อย” ก่อนกลับไปสู้กับงานต่อได้อีกหน่อย 🧁✨

c82272d5-f555-4657-9f1b-1492d6d82558.jpeg

🍫 สภาพแวดล้อมในออฟฟิศที่ “ชวนกิน”

โต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยขนมเล็กๆ จากเพื่อนร่วมงาน หรือห้องครัวออฟฟิศที่มีกาแฟสำเร็จรูปและขนมกรุบกรอบรออยู่ มันคือกับดักความอ้วนที่อยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่คิด 😂
บวกกับวัฒนธรรม “กินขนมตอนประชุม” หรือ “พักเบรกพร้อมของหวาน” ทำให้การกินของหวานกลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคมออฟฟิศโดยปริยาย

ยิ่งในยุคที่การทำงานยาวนานและนั่งติดโต๊ะทั้งวัน 🍵 การลุกขึ้นไปหยิบขนมถือเป็น “ช่วงพักใจเล็กๆ” ที่ใครหลายคนรอคอย เพราะนอกจากจะได้พลังงานกลับมา ยังเหมือนได้รีเฟรชอารมณ์ให้วันทำงานไม่น่าเบื่อเกินไปอีกด้วย 💖

🍮 ฮอร์โมนแห่งความสุขที่เกิดจาก “ความคุ้นเคย”

ขนมบางอย่างมีความทรงจำแฝงอยู่ เช่น เค้กที่เคยกินกับเพื่อนสนิท หรือขนมไทยที่แม่ชอบซื้อให้ตอนเด็ก เมื่อเห็นหรือได้กลิ่นอีกครั้ง ความทรงจำเหล่านี้จะถูกกระตุ้น ทำให้รู้สึกอบอุ่นและสบายใจ เหมือนได้กลับบ้าน 🏡

นี่จึงเป็นอีกเหตุผลว่าทำไมของหวานถึงช่วยให้คนออฟฟิศรู้สึก “เหมือนได้พักใจ” ในวันที่เหนื่อยล้า เพราะมันไม่ใช่แค่รสชาติหวานที่ถูกใจ แต่เป็น “ความรู้สึกปลอดภัย” ที่ทำให้ใจสงบลงได้ 🍰💗

e18f2ec4-0ea2-48bb-b2f4-753023e56230.jpeg

🍓 พฤติกรรมซ้ำจากการเสพติดความสุข

เมื่อสมองคุ้นเคยกับการได้รับ “โดพามีน” จากของหวานทุกครั้งที่เครียด สมองจะจดจำว่า “ของหวาน = ความสุข” และเรียกร้องให้คุณทำซ้ำอีกทุกครั้งที่รู้สึกไม่สบายใจ
นี่คือที่มาของ “อาการติดของหวาน” ที่พบได้บ่อยในคนทำงาน เพราะความเครียดในแต่ละวันแทบไม่เคยหายไปจริงๆ 🍫

ร่างกายจึงถูกฝึกให้แสวงหาความสุขจากการกิน — กลายเป็นพฤติกรรมอัตโนมัติที่แม้ไม่หิวก็อยากกิน เพราะมันคือทางลัดสู่ความสบายใจแบบชั่วคราวนั่นเอง 💞


☕ คาเฟ่ใกล้ออฟฟิศ = แหล่งพักใจของคนทำงาน

ในยุคนี้ การ “เดินไปคาเฟ่” กลายเป็นพิธีกรรมของคนออฟฟิศ ไม่ว่าจะก่อนเข้างานหรือระหว่างพักเที่ยง เครื่องดื่มอย่างลาเต้เย็นหรือชาไข่มุกกลายเป็นของคู่ใจที่ช่วยเติมพลังและสร้างความรู้สึกว่าชีวิตยังมีอะไรดีๆ รออยู่ 🍹

บรรยากาศในคาเฟ่ที่อบอุ่น เสียงเพลงเบาๆ กลิ่นกาแฟหอมๆ ☕ เป็นเหมือนที่หลบภัยเล็กๆ จากความวุ่นวายในออฟฟิศ และของหวานในแก้วหรือจานตรงหน้านั่นแหละ ที่กลายเป็น “เพื่อนใจ” ให้กับคนทำงานในทุกวันอย่างไม่รู้ตัว 💕

ทำไมบางคนยิ่งเหนื่อย ยิ่งอยากของหวาน

เพราะเมื่อร่างกายเหนื่อย ฮอร์โมนเลปติน (ที่ช่วยควบคุมความหิว) จะลดลง ขณะที่ฮอร์โมนเกรลิน (ที่กระตุ้นความอยากอาหาร) จะเพิ่มขึ้น ทำให้เราหิวมากขึ้นโดยเฉพาะของหวาน 🍦
ของหวานเป็นอาหารที่ให้พลังงานเร็ว ทำให้ร่างกายรู้สึก “ตื่น” อีกครั้งหลังความอ่อนล้า โดยเฉพาะหลังประชุมยาว หรือทำงานล่วงเวลา

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำไมตอน 4 โมงเย็นของทุกวัน มักเป็นเวลาที่ใครหลายคน “อยากชาเย็น” ที่สุดในโลก 😆💬

0889efa2-7907-4541-99b1-d9f1a467e04e.jpeg

แล้วของหวาน “ดีหรือไม่ดี” สำหรับคนออฟฟิศ

คำตอบคือ — ขึ้นอยู่กับปริมาณและความถี่ 🍭
การกินของหวานไม่ใช่สิ่งผิด ถ้าอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม เพราะน้ำตาลในปริมาณที่พอดีสามารถช่วยให้สมองตื่นตัว เพิ่มสมาธิ และกระตุ้นอารมณ์ให้ดีขึ้นได้
แต่หากกินบ่อยเกินไป จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดขึ้นลงเร็ว ส่งผลต่ออารมณ์ ทำให้เหนื่อยง่าย เครียดง่าย และน้ำหนักขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ดังนั้น เคล็ดลับคือ “กินอย่างรู้เท่าทัน” — อาจเลือกของหวานที่มีไฟเบอร์หรือไขมันดี เช่น ดาร์กช็อกโกแลต ผลไม้ หรือโยเกิร์ตแทน 🍇

ของหวานไม่ได้มีไว้แค่เพิ่มพลังงาน แต่ยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยเติม “ความสุขเล็กๆ” ให้กับวันทำงานที่เหนื่อยล้า 😌✨
อย่างไรก็ตาม การรู้จัก “หยุดก่อนอิ่ม” และหาวิธีพักใจแบบอื่น เช่น เดินออกไปสูดอากาศ ฟังเพลง หรือคุยกับเพื่อน ก็ช่วยลดการพึ่งพาของหวานได้ดีเช่นกัน

เพราะสุดท้ายแล้ว... ความสุขไม่ได้อยู่ที่รสหวานของช็อกโกแลต 🍫
แต่อยู่ที่ “ความสมดุล” ระหว่างการดูแลร่างกายและใจให้พร้อมไปต่อในทุกวันมากกว่า 💕

บทความที่เกี่ยวข้อง

ในช่วงวันหยุด คนยุ่งๆ มักจะไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ พวกเขาดูทีวี เล่นเกม หรือนั่งเฉยๆ โดยที่มักจะไม่มีใครสังเกตเห็น พวกเขามักจะยืดหลังตรงอย่างรวดเร็ว แต่สักพักก็กลับมาเอนหลังอีกครั้ง เราจำเป็นต้องนั่งตัวตรงเพื่อปกป้องหลังของเราจริงหรือ? เก
การนอนเหยียดยาวบนโซฟาดีต่อสุขภาพจริงหรือ? บทความนี้มีคำตอบ!
137 Degrees ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์นมทางเลือกเพื่อสุขภาพ แต่เป็นแบรนด์ไทยที่สร้างปรากฏการณ์และบุกเบิกตลาดนมอัลมอนด์ในประเทศไทยได้สำเร็จ จุดเริ่มต้นของแบรนด์นี้มาจากคุณอริสา กุลปิยะวาจา ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการบริษัท ซิมเพิ้ล ฟู้ดส์ จำกัด
137 Degrees:Must have สำหรับสายhealthy

บทความล่าสุดดูเพิ่มเติม

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายบ้านให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกอาหาร การออกกำลังกาย หรือการเฝ้าดูสัญญาณของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ หนึ่งในอุปกรณ์ที่เริ่มกลายเป็นของจำเป็นในทุกบ้านคือ เครื่องวัดความดันโลหิต เพราะโรคความดันโลหิตสู
OMRON HEM-7143T1 เครื่องวัดความดันอัตโนมัติ ดูแลสุขภาพง่ายขึ้นในทุกวัน
เคยยืนมองตู้แช่ในเซเว่นแล้ว “เอ๊ะ…” อยู่หน้าชั้น C-vitt ไหมสีส้มก็อยากลอง สีเหลืองก็ดูสดใส สีแดงก็เหมือนสายสวยผิวดี ไหนจะตัว 0% น้ำตาล หรือสูตรเข้มข้น 1000 มก. อีกสุดท้ายเลือกไม่ถูก ก็หยิบตามฟีลกันไปแบบงง ๆบทความนี้เลยขออาสามาเป็นเพื่อนฟิตเ
เครื่องดื่มวิตามิน C-vitt แต่ละสีแตกต่างกันยังไง เลือกให้ถูกสไตล์ ร่างกายยิ่งแฮปปี้
เช้าไหนรีบมาก ๆ หลายคนมักเลือก “อะไรก็ได้” เป็นอาหารเช้า ซึ่งดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่แท้จริงแล้วมื้อแรกของวันมีอิทธิพลต่อ สมอง มากกว่าที่หลายคนคิด สมองใช้พลังงานมากถึง 20% ของแคลอรี่ทั้งหมด ที่ร่างกายได้รับในแต่ละวัน และต้องการสารอาหา
ถึงเวลาช่วยสมอง! เลิก 5 อาหารเช้ายอดฮิต ทำสมองเสื่อม-แก่เร็ว เสี่ยงมะเร็งไม่รู้ตัว

แนะนำสำหรับคุณ