อย่ามองเป็นเรื่องไกลตัว — พบ “โรคมะเร็งในวัยเด็ก” เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศไทย

user avatar
Chanyanut.T(Baifern)·2025-10-27T03:44Z
点赞
อย่ามองเป็นเรื่องไกลตัว — พบ “โรคมะเร็งในวัยเด็ก” เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศไทย

แม้คำว่า “มะเร็ง” จะมักถูกเชื่อมโยงกับผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับอีกหนึ่งปัญหาที่เงียบงันและน่ากังวลไม่แพ้กัน นั่นคือ “โรคมะเร็งในเด็ก” ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา 🩺

ข้อมูลจากกรมการแพทย์ระบุว่า ในแต่ละปีประเทศไทยมีเด็กป่วยเป็นมะเร็งรายใหม่กว่า 1,000–1,500 ราย โดยพบมากในกลุ่มอายุระหว่าง 2–12 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยที่เด็กควรจะได้เรียนรู้ เติบโต และใช้ชีวิตอย่างสดใสที่สุด แต่กลับต้องมาพบกับโรคร้ายที่เปลี่ยนชีวิตของพวกเขาและครอบครัวไปอย่างสิ้นเชิง 💔

25f4de2e-8043-4535-b2b6-ce0e1d9f24f5.jpeg

มะเร็งในเด็กคืออะไร ? ต่างจากมะเร็งในผู้ใหญ่อย่างไร

หลายคนอาจคิดว่ามะเร็งในเด็กคือโรคเดียวกันกับในผู้ใหญ่ แต่ความจริงแล้วแตกต่างกันในหลายด้าน — ทั้งสาเหตุ ความเร็วในการลุกลาม รวมถึงการตอบสนองต่อการรักษา

ในผู้ใหญ่ มะเร็งมักเกิดจากพฤติกรรมเสี่ยงสะสม เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ หรือสัมผัสสารเคมีเป็นเวลานาน แต่ในเด็กนั้น “มะเร็งมักเกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน” อาจเกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรม หรือความบกพร่องในการแบ่งตัวของเซลล์ในระหว่างการเจริญเติบโตของร่างกาย

แพทย์จึงมักเรียกว่าเป็น “โรคแห่งโอกาส” — หมายถึง เด็กที่สุขภาพดีทั่วไปก็สามารถป่วยได้โดยไม่ต้องมีปัจจัยเสี่ยงมาก่อนเลย 🧬


มะเร็งที่พบบ่อยในเด็ก

มะเร็งในเด็กมีหลายชนิด แต่ที่พบมากที่สุดในประเทศไทย ได้แก่

  1. มะเร็งเม็ดเลือดขาว (Leukemia) – เป็นมะเร็งที่พบได้มากที่สุดในเด็ก คิดเป็นราว 30–40% ของผู้ป่วยทั้งหมด เด็กจะมีอาการซีด เหนื่อยง่าย มีจ้ำเลือด ฟกช้ำ หรือมีไข้บ่อย

  2. มะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma) – มักมีอาการต่อมน้ำเหลืองโต โดยเฉพาะที่คอ รักแร้ หรือขาหนีบ

  3. มะเร็งสมองและไขสันหลัง – ทำให้เด็กมีอาการปวดหัวบ่อย อาเจียนตอนเช้า เดินเซ หรือสูญเสียการทรงตัว

  4. มะเร็งไตชนิดวิล์มส์ (Wilms’ tumor) – มักพบในเด็กเล็กอายุ 3–5 ปี สังเกตได้จากก้อนในช่องท้อง

  5. มะเร็งกระดูก (Osteosarcoma) – พบในวัยรุ่นที่ร่างกายกำลังโต มีอาการปวดกระดูกหรือบวมที่แขนและขา

    1115b485-7f5f-4bf8-9ab6-352ae5c2c5af.jpeg

สัญญาณเตือนที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม

หนึ่งในปัญหาที่ทำให้มะเร็งในเด็กถูกพบช้าคือ “อาการไม่ชัดเจน” ทำให้หลายครอบครัวเข้าใจผิดว่าเป็นอาการป่วยธรรมดา เช่น หวัด หรืออ่อนเพลียจากการเล่น

สัญญาณเตือนที่ควรใส่ใจ ได้แก่ 👇

  • เด็กซีด เหนื่อยง่ายกว่าปกติ

  • มีไข้บ่อยโดยไม่ทราบสาเหตุ

  • เบื่ออาหาร น้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว

  • มีจ้ำเลือด ฟกช้ำง่าย

  • ปวดศีรษะบ่อย อาเจียนตอนเช้า

  • คลำพบก้อนในท้อง คอ หรือส่วนต่างๆ ของร่างกาย

  • ปวดกระดูกหรือข้อต่อโดยไม่ทราบสาเหตุ

หากพบอาการเหล่านี้ต่อเนื่องเกิน 2 สัปดาห์ ควรรีบพาไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยเพิ่มเติมโดยเร็วที่สุด 🚑

การรักษามะเร็งในเด็ก

แม้คำว่า “มะเร็ง” จะฟังดูน่ากลัว แต่ปัจจุบัน การรักษามะเร็งในเด็กมีโอกาสหายขาดสูงถึง 70–80% หากตรวจพบในระยะเริ่มต้น

แนวทางหลักในการรักษาประกอบด้วย

  • เคมีบำบัด (Chemotherapy) 💊 ใช้ยาเพื่อทำลายเซลล์มะเร็งที่แพร่กระจาย

  • การฉายรังสี (Radiation Therapy) 🔆 เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง

  • การผ่าตัด (Surgery) 🏥 ในกรณีที่ก้อนเนื้อยังอยู่เฉพาะจุด

  • การปลูกถ่ายไขกระดูก (Bone Marrow Transplant) 🧫 ใช้ในผู้ป่วยที่มะเร็งเม็ดเลือดขาวไม่ตอบสนองต่อการรักษาทั่วไป

สิ่งสำคัญที่สุดคือ “การรักษาอย่างต่อเนื่องและครบกระบวนการ” เพราะแม้เด็กจะดูแข็งแรงขึ้น แต่อาจยังมีเซลล์มะเร็งที่ซ่อนอยู่

e6fb1701-c036-4297-b861-d0207deb911e.jpeg

ผลกระทบทางจิตใจและครอบครัว

เมื่อเด็กคนหนึ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง สิ่งที่เปลี่ยนไปไม่ใช่แค่ร่างกายของเขา แต่คือ “โลกทั้งใบของครอบครัว”

พ่อแม่จำนวนมากต้องลาออกจากงานเพื่อเฝ้าดูแลลูก บางคนต้องเดินทางไกลจากต่างจังหวัดมารักษาในกรุงเทพฯ เป็นเวลาหลายเดือนหรือหลายปี ความเครียด ความกลัว และภาระค่าใช้จ่ายกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเผชิญร่วมกัน

แต่สิ่งที่น่าประทับใจคือ — เด็กจำนวนมากกลับมี “หัวใจที่เข้มแข็งกว่าผู้ใหญ่” พวกเขายังยิ้ม หัวเราะ และพูดว่า “อยากกลับไปโรงเรียน” หรือ “อยากหายไวๆ จะได้เล่นกับเพื่อน” เสียงเล็กๆ เหล่านี้คือแรงผลักดันให้ครอบครัวและทีมแพทย์ไม่ยอมแพ้ 💪💖

บทบาทของสังคมและหน่วยงานช่วยเหลือ

ประเทศไทยมีหลายหน่วยงานที่ช่วยเหลือเด็กป่วยมะเร็ง ทั้งด้านการรักษาและการใช้ชีวิต เช่น

  • มูลนิธิศูนย์มะเร็งในเด็ก (Thai Pediatric Oncology Foundation) ที่ช่วยค่าใช้จ่ายทางการแพทย์

  • โครงการบ้านพักผู้ป่วยเด็กใกล้โรงพยาบาล เพื่อให้ครอบครัวต่างจังหวัดมีที่อยู่ระหว่างการรักษา

  • โครงการให้กำลังใจผ่านกิจกรรมบำบัด เช่น ศิลปะ ดนตรี หรือการอ่านนิทาน ช่วยให้เด็กมีกำลังใจและไม่รู้สึกโดดเดี่ยว 🎨📚

เพราะ “กำลังใจ” คือยารักษาที่ทรงพลังไม่แพ้ยาเคมีบำบัดเลย

a5fbd7c2-1a0b-4f58-b854-897ec411cd49.jpeg

อนาคตของเด็กที่รอดชีวิตจากมะเร็ง

ข่าวดีคือ เด็กที่หายจากมะเร็งสามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ ไม่ว่าจะเรียน เล่น หรือทำงานเหมือนคนทั่วไป เพียงแค่ต้องติดตามสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ

หลายคนเติบโตขึ้นมาเป็น “แรงบันดาลใจ” ให้กับคนอื่น เช่น

  • แพทย์ที่เคยเป็นผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว

  • นักเรียนทุนที่อยากกลับมาช่วยรักษาเด็กป่วยรุ่นต่อไป

  • ศิลปินหรือยูทูบเบอร์ที่เล่าประสบการณ์ต่อสู้กับโรคอย่างเข้มแข็ง

พวกเขาคือ “นักสู้ตัวเล็ก” ที่เติบโตมาพร้อมหัวใจอันยิ่งใหญ่ 💫

โรคนี้อาจดูเหมือนห่างไกลจากชีวิตเรา แต่แท้จริงแล้ว — อาจเกิดขึ้นได้กับใครก็ได้ในสังคม

การตระหนักรู้ตั้งแต่วันนี้ ช่วยให้เรารู้จัก “สังเกต” และ “ไม่ละเลย” อาการผิดปกติของเด็กๆ รอบตัว รวมถึงสนับสนุนองค์กรที่ช่วยเหลือเด็กป่วยเหล่านี้ได้

อย่ารอให้เรื่องนี้ใกล้ตัวเกินไป เพราะ “การรู้เร็ว รักษาเร็ว” คือหนทางที่ดีที่สุดในการให้เด็กๆ เหล่านี้กลับมายิ้มได้อีกครั้ง 😊

บทความที่เกี่ยวข้อง

ในช่วงวันหยุด คนยุ่งๆ มักจะไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ พวกเขาดูทีวี เล่นเกม หรือนั่งเฉยๆ โดยที่มักจะไม่มีใครสังเกตเห็น พวกเขามักจะยืดหลังตรงอย่างรวดเร็ว แต่สักพักก็กลับมาเอนหลังอีกครั้ง เราจำเป็นต้องนั่งตัวตรงเพื่อปกป้องหลังของเราจริงหรือ? เก
การนอนเหยียดยาวบนโซฟาดีต่อสุขภาพจริงหรือ? บทความนี้มีคำตอบ!
137 Degrees ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์นมทางเลือกเพื่อสุขภาพ แต่เป็นแบรนด์ไทยที่สร้างปรากฏการณ์และบุกเบิกตลาดนมอัลมอนด์ในประเทศไทยได้สำเร็จ จุดเริ่มต้นของแบรนด์นี้มาจากคุณอริสา กุลปิยะวาจา ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการบริษัท ซิมเพิ้ล ฟู้ดส์ จำกัด
137 Degrees:Must have สำหรับสายhealthy

บทความล่าสุดดูเพิ่มเติม

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายบ้านให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกอาหาร การออกกำลังกาย หรือการเฝ้าดูสัญญาณของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ หนึ่งในอุปกรณ์ที่เริ่มกลายเป็นของจำเป็นในทุกบ้านคือ เครื่องวัดความดันโลหิต เพราะโรคความดันโลหิตสู
OMRON HEM-7143T1 เครื่องวัดความดันอัตโนมัติ ดูแลสุขภาพง่ายขึ้นในทุกวัน
เคยยืนมองตู้แช่ในเซเว่นแล้ว “เอ๊ะ…” อยู่หน้าชั้น C-vitt ไหมสีส้มก็อยากลอง สีเหลืองก็ดูสดใส สีแดงก็เหมือนสายสวยผิวดี ไหนจะตัว 0% น้ำตาล หรือสูตรเข้มข้น 1000 มก. อีกสุดท้ายเลือกไม่ถูก ก็หยิบตามฟีลกันไปแบบงง ๆบทความนี้เลยขออาสามาเป็นเพื่อนฟิตเ
เครื่องดื่มวิตามิน C-vitt แต่ละสีแตกต่างกันยังไง เลือกให้ถูกสไตล์ ร่างกายยิ่งแฮปปี้
เช้าไหนรีบมาก ๆ หลายคนมักเลือก “อะไรก็ได้” เป็นอาหารเช้า ซึ่งดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่แท้จริงแล้วมื้อแรกของวันมีอิทธิพลต่อ สมอง มากกว่าที่หลายคนคิด สมองใช้พลังงานมากถึง 20% ของแคลอรี่ทั้งหมด ที่ร่างกายได้รับในแต่ละวัน และต้องการสารอาหา
ถึงเวลาช่วยสมอง! เลิก 5 อาหารเช้ายอดฮิต ทำสมองเสื่อม-แก่เร็ว เสี่ยงมะเร็งไม่รู้ตัว

แนะนำสำหรับคุณ