จำความฝันได้…ดีหรือไม่ดี? เปิดมุมมองใหม่ของ “ความฝัน” ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและการนอน

user avatar
Chanyanut.T(Baifern)·2025-10-24T03:19Z
点赞
 จำความฝันได้…ดีหรือไม่ดี? เปิดมุมมองใหม่ของ “ความฝัน” ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและการนอน

คุณเคยไหม… ตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกเหมือนเพิ่งดู “หนังชีวิต” ของตัวเองจบไปหนึ่งเรื่อง?
บางคนฝันชัดเจนจนสามารถเล่าได้ทุกฉากทุกตอน ขณะที่บางคนกลับจำไม่ได้เลยว่าเมื่อคืนฝันอะไรบ้าง 💤

หลายคนอาจสงสัยว่า “การจำความฝันได้” เป็นเรื่องดีหรือไม่ดีต่อสุขภาพ และมันสะท้อนอะไรเกี่ยวกับคุณภาพการนอนของเราหรือเปล่า? บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจคำตอบของคำถามเหล่านั้น ผ่านทั้งมุมมองทางวิทยาศาสตร์ จิตใจ และสุขภาพ 🧠✨

7ba5533e-714e-44e6-8ac2-cc7b74f4d2e4.jpeg

ความฝันคืออะไร ทำไมเราถึงฝันได้

ก่อนจะตอบว่า “จำความฝันได้ดีไหม” เราควรรู้ก่อนว่า “ความฝัน” เกิดขึ้นได้อย่างไร

นักวิทยาศาสตร์อธิบายว่า ความฝันคือ “การทำงานของสมองในช่วงนอนหลับลึกแบบ REM (Rapid Eye Movement)”
ในช่วงนี้ สมองของเรายังทำงานค่อนข้างมาก แม้ร่างกายจะอยู่ในภาวะพักผ่อน ซึ่งสมองจะประมวลผลข้อมูล ความรู้สึก และความทรงจำต่าง ๆ ที่สะสมมาทั้งวันออกมาเป็นภาพเรื่องราวในฝัน 🌠

พูดง่าย ๆ คือ “ฝัน” เปรียบเหมือนการที่สมองเรากำลังจัดระเบียบความทรงจำ และปล่อยภาพสะท้อนทางอารมณ์ออกมาให้เราได้เห็นผ่านความฝัน

💡 ข้อมูลน่าสนใจ:

  • คนทั่วไปฝันเฉลี่ย 4-6 ครั้งต่อคืน แต่ส่วนใหญ่จะจำได้เพียง 1 ครั้ง (หรือบางครั้งจำไม่ได้เลย)

  • ความฝันมักเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราคิดถึงบ่อย ๆ ความเครียด ความกลัว หรือความปรารถนา


ทำไมบางคนถึงจำความฝันได้ บางคนถึงจำไม่ได้เลย

นี่คือคำถามที่หลายคนอยากรู้ที่สุด!
นักจิตวิทยาและนักประสาทวิทยาเชื่อว่า “ความสามารถในการจำความฝัน” ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

  1. ช่วงเวลาตื่นจากการนอน
    ถ้าคุณตื่นขึ้นมาทันทีหลังจากอยู่ในช่วง REM sleep (ช่วงที่ฝันเกิดขึ้นบ่อยที่สุด) โอกาสที่จะจำความฝันได้ก็จะสูงมาก 🌙
    แต่ถ้าตื่นจากช่วงหลับลึกแบบ non-REM ความฝันจะถูกลืมไปโดยอัตโนมัติ

  2. ระดับการทำงานของสมองส่วนฮิปโปแคมปัส (Hippocampus)
    ส่วนนี้ทำหน้าที่เก็บและเชื่อมโยงความทรงจำ หากในช่วงหลับสมองส่วนนี้ทำงานมากกว่าปกติ ก็อาจทำให้เราจำฝันได้ละเอียดขึ้น

  3. อารมณ์และความเครียดก่อนนอน
    หากคุณกำลังเครียด วิตกกังวล หรือมีความรู้สึกเข้มข้นก่อนนอน สมองจะมีแนวโน้มสร้างฝันที่ “มีพลัง” มากขึ้น และจำได้ง่ายกว่า

  4. นิสัยการนอนและคุณภาพการนอน
    คนที่นอนหลับไม่ต่อเนื่อง หรือตื่นบ่อยในตอนกลางคืน มักจะจำความฝันได้มากกว่าคนที่หลับลึกและยาว เพราะทุกครั้งที่ตื่นคือ “จังหวะที่สมองยังไม่ทันลืมฝันไปหมด”

    f12dc7cc-870e-4815-a78e-a6f6a5cebf40.jpeg

การจำความฝันบ่อยๆ เป็นสัญญาณของอะไร

การจำความฝันได้ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ถ้าคุณ “จำได้บ่อยมากเกินไป” ก็อาจเป็นสัญญาณบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพร่างกายและจิตใจ

🌀 1. นอนหลับไม่ลึกพอ

คนที่ฝันบ่อยและจำได้ทุกคืน มักอยู่ในภาวะ “หลับไม่เต็มที่” สมองไม่ได้พักจริง เพราะวงจรการนอนถูกขัดจังหวะ ทำให้ฝันเยอะและตื่นง่าย

💭 2. มีความเครียดหรือภาวะวิตกกังวล

สมองจะพยายาม “ระบาย” ความเครียดออกมาในรูปแบบของความฝัน เช่น ฝันว่าหนีบางอย่าง ฝันว่าตกจากที่สูง หรือฝันซ้ำ ๆ

🌡️ 3. มีความไม่สมดุลทางฮอร์โมนหรือยา

บางชนิด เช่น ยาต้านซึมเศร้า หรือยากล่อมประสาท มีผลต่อสมองส่วนที่ควบคุมการนอน ทำให้เกิดฝันชัดและจำได้

🌞 4. นอนหลับไม่เป็นเวลา

ถ้าคุณมีตารางนอนไม่แน่นอน ร่างกายจะมีรอบการนอน (sleep cycle) ที่ผิดปกติ ทำให้ฝันบ่อยและจำฝันได้ชัดขึ้น

การจำความฝัน “ดี” หรือ “ไม่ดี” ต่อสุขภาพกันแน่

✅ ด้านดีของการจำความฝัน

  • ช่วยระบายอารมณ์ที่ค้างคาในใจ
    ความฝันเปรียบเหมือน “ช่องทางปล่อยอารมณ์” ของสมอง เมื่อเราฝันและจำได้ เราอาจเข้าใจตัวเองมากขึ้น

  • สะท้อนสุขภาพจิตและความคิด
    การจำฝันอาจช่วยให้เรารู้ว่าช่วงนี้เรากำลังเครียด กลัว หรือมีสิ่งที่ยังไม่ปล่อยวาง

  • กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์
    คนบางกลุ่ม เช่น ศิลปินหรือคนทำงานด้านศิลปะ มักได้แรงบันดาลใจจากความฝัน เพราะฝันคือพื้นที่ที่ไร้ขีดจำกัดของจินตนาการ 🎨

    15b9f64e-c939-4316-91fe-db7a9e285818.jpeg

❌ ด้านไม่ดีของการจำความฝัน

  • นอนหลับไม่ลึกพอ → สมองพักผ่อนไม่เต็มที่ ตื่นมาอาจรู้สึกมึน เหนื่อย หรือเหมือน “ไม่ได้นอนจริง”

  • เกิดฝันร้ายซ้ำ ๆ → อาจส่งผลต่อสภาพจิตใจ ทำให้เกิดความกลัวก่อนนอน

  • ทำให้เกิดภาวะวิตกกังวล → โดยเฉพาะคนที่ตีความฝันในเชิงลบมากเกินไป เช่น ฝันไม่ดี = จะมีเรื่องร้าย


แล้วเราควร “จำฝัน” หรือ “ปล่อยให้ลืมฝัน” ดี

จริง ๆ แล้ว ไม่มีคำตอบตายตัวค่ะ เพราะแต่ละคนมีรูปแบบการนอนและระบบสมองที่แตกต่างกัน 💫
แต่สิ่งสำคัญคือ ความสมดุลของการนอนและสุขภาพจิตใจ

หากคุณจำฝันได้บางครั้ง ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้า “จำได้ทุกคืน” และรู้สึกเพลียหรือนอนไม่หลับบ่อย ๆ อาจต้องหันมาดูแลพฤติกรรมนอนของตัวเอง

เคล็ดลับดูแลการนอนให้สุขภาพดี ไม่ฝันเยอะเกินไป

  1. 🕰️ นอนให้เป็นเวลา
    พยายามเข้านอนและตื่นให้ตรงเวลา เพื่อให้สมองสร้างวงจรการนอนที่สมดุล

  2. 🌿 งดใช้มือถือก่อนนอนอย่างน้อย 30 นาที
    แสงจากจอทำให้สมองตื่นตัวเกินไปและส่งผลต่อคุณภาพการนอน

  3. หลีกเลี่ยงคาเฟอีนหลังบ่ายสาม
    คาเฟอีนอยู่ในร่างกายได้นานหลายชั่วโมง ส่งผลให้หลับยากและฝันเยอะ

  4. 🌸 สร้างบรรยากาศห้องนอนให้น่านอน
    อุณหภูมิพอดี แสงน้อย และเตียงนุ่มจะช่วยให้หลับลึกขึ้น

    6711b3e5-2092-4da0-810c-b590ce5a2c8e.jpeg
  5. 💧 ทำสมาธิหรือฟังเพลงเบา ๆ ก่อนนอน
    ช่วยให้สมองผ่อนคลาย ลดความเครียด ซึ่งเป็นตัวการของการฝันบ่อย

  6. 🧘‍♀️ อย่าเครียดกับฝันมากเกินไป
    เพราะความฝันไม่ใช่ลางบอกเหตุ แต่เป็นการทำงานของสมองที่สะท้อนสิ่งในใจ

การจำความฝันไม่ได้แปลว่าคุณนอนหลับไม่ดีเสมอไป
แต่มันคือ “สัญญาณ” ว่าร่างกายและจิตใจของคุณกำลังอยู่ในช่วงที่สมองทำงานประมวลผลสิ่งต่าง ๆ

ถ้าฝันดี ก็ถือเป็นพลังบวกก่อนเริ่มต้นวันใหม่ 🌞
แต่ถ้าฝันร้ายซ้ำ ๆ หรือรู้สึกว่านอนไม่หลับเพราะฝันเยอะเกินไป ก็อย่ามองข้าม เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณจากร่างกายที่บอกว่า “ถึงเวลาพักผ่อนจริง ๆ แล้วนะ” 💗

เพราะการนอนหลับที่ดี คือจุดเริ่มต้นของสุขภาพกายและใจที่สมดุล
จำได้หรือไม่จำฝัน…ไม่สำคัญเท่ากับ “หลับให้สนิทและตื่นมาอย่างสดชื่น” 🌙💤

บทความที่เกี่ยวข้อง

ในช่วงวันหยุด คนยุ่งๆ มักจะไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ พวกเขาดูทีวี เล่นเกม หรือนั่งเฉยๆ โดยที่มักจะไม่มีใครสังเกตเห็น พวกเขามักจะยืดหลังตรงอย่างรวดเร็ว แต่สักพักก็กลับมาเอนหลังอีกครั้ง เราจำเป็นต้องนั่งตัวตรงเพื่อปกป้องหลังของเราจริงหรือ? เก
การนอนเหยียดยาวบนโซฟาดีต่อสุขภาพจริงหรือ? บทความนี้มีคำตอบ!
137 Degrees ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์นมทางเลือกเพื่อสุขภาพ แต่เป็นแบรนด์ไทยที่สร้างปรากฏการณ์และบุกเบิกตลาดนมอัลมอนด์ในประเทศไทยได้สำเร็จ จุดเริ่มต้นของแบรนด์นี้มาจากคุณอริสา กุลปิยะวาจา ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการบริษัท ซิมเพิ้ล ฟู้ดส์ จำกัด
137 Degrees:Must have สำหรับสายhealthy

บทความล่าสุดดูเพิ่มเติม

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายบ้านให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกอาหาร การออกกำลังกาย หรือการเฝ้าดูสัญญาณของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ หนึ่งในอุปกรณ์ที่เริ่มกลายเป็นของจำเป็นในทุกบ้านคือ เครื่องวัดความดันโลหิต เพราะโรคความดันโลหิตสู
OMRON HEM-7143T1 เครื่องวัดความดันอัตโนมัติ ดูแลสุขภาพง่ายขึ้นในทุกวัน
เคยยืนมองตู้แช่ในเซเว่นแล้ว “เอ๊ะ…” อยู่หน้าชั้น C-vitt ไหมสีส้มก็อยากลอง สีเหลืองก็ดูสดใส สีแดงก็เหมือนสายสวยผิวดี ไหนจะตัว 0% น้ำตาล หรือสูตรเข้มข้น 1000 มก. อีกสุดท้ายเลือกไม่ถูก ก็หยิบตามฟีลกันไปแบบงง ๆบทความนี้เลยขออาสามาเป็นเพื่อนฟิตเ
เครื่องดื่มวิตามิน C-vitt แต่ละสีแตกต่างกันยังไง เลือกให้ถูกสไตล์ ร่างกายยิ่งแฮปปี้
เช้าไหนรีบมาก ๆ หลายคนมักเลือก “อะไรก็ได้” เป็นอาหารเช้า ซึ่งดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่แท้จริงแล้วมื้อแรกของวันมีอิทธิพลต่อ สมอง มากกว่าที่หลายคนคิด สมองใช้พลังงานมากถึง 20% ของแคลอรี่ทั้งหมด ที่ร่างกายได้รับในแต่ละวัน และต้องการสารอาหา
ถึงเวลาช่วยสมอง! เลิก 5 อาหารเช้ายอดฮิต ทำสมองเสื่อม-แก่เร็ว เสี่ยงมะเร็งไม่รู้ตัว

แนะนำสำหรับคุณ