เทรนด์ “กินเยอะโชว์” กับภัยเงียบ Eating Disorder ที่กำลังคุกคามคนดังออนไลน์

user avatar
Chanyanut.T(Baifern)·2025-11-17T03:43Z
点赞
เทรนด์ “กินเยอะโชว์” กับภัยเงียบ Eating Disorder ที่กำลังคุกคามคนดังออนไลน์

โลกออนไลน์ในวันนี้หมุนเร็วกว่าสมัยไหน ๆ และหนึ่งในเทรนด์ที่โดดเด่นขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คือ “คอนเทนต์กินเยอะ” ที่หลายคนรู้จักกันดีในชื่อ Mukbang หรือวิดีโอกินอาหารปริมาณมากแบบโชว์ต่อหน้า กลายเป็นคอนเทนต์ที่ได้รับยอดวิวสูง เอนเกจเมนต์ทะลุเพดาน และดึงดูดผู้ชมจำนวนมากได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว 🥘🍟

แต่ท่ามกลางความสนุก ความตลก ความเอร็ดอร่อย และภาพลักษณ์ของผู้สร้างคอนเทนต์ที่ดูเป็นกันเอง สิ่งที่ถูกซ่อนอยู่ในเงามืดกลับกลายเป็น “พฤติกรรมเสี่ยง” ที่เริ่มระบาดทั้งในต่างประเทศและในไทย นั่นคือการ ทำลายสุขภาพตัวเองเพื่อให้ได้คอนเทนต์ ไม่ว่าจะเป็นการ กินจำนวนมากเกินจริงในช่วงเวลาอันสั้น, การเคี้ยวแล้วไม่กลืน, หรือแม้แต่ การล้วงคออาเจียนหลังจบคลิป เพื่อป้องกันน้ำหนักเพิ่ม ซึ่งทั้งหมดนี้เชื่อมโยงโดยตรงกับ Eating Disorder (ED)

บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจเบื้องหลังเทรนด์ดัง ว่ามันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมคนดังและอินฟลูเอนเซอร์ถึงเสี่ยงตกอยู่ในพฤติกรรมแบบนี้? สังคมออนไลน์กำลังผลักดันคนธรรมดาให้เข้าสู่พฤติกรรมป่วยหรือไม่? และทำไมพฤติกรรมเหล่านี้จึง “ไม่ควรถูกสนับสนุน” แม้จะทำให้ได้ยอดวิวมากเพียงใดก็ตาม

9a23b361-af8c-46b7-8941-e1398a6d805e.jpeg

กระแสคอนเทนต์กินเยอะ จากความสนุก สู่แรงกดดันที่มองไม่เห็น

คอนเทนต์กินเยอะเริ่มฮิตจากเกาหลีใต้ ก่อนจะลามไปทั่วโลก เพราะคนรู้สึกเพลิดเพลินที่เห็นคนกินอาหารหน้าตาน่ากินจำนวนมาก มันทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนได้กินด้วย เหมือนได้แบ่งปันมื้ออาหารร่วมกัน

อินฟลูเอนเซอร์หลายคนจึงเริ่มทำคอนเทนต์แนวนี้ เพราะ:
• ทำง่าย
• ได้ยอดวิวเร็ว
• สร้างคาแรกเตอร์ได้ชัด
• แบรนด์อาหารให้สปอนเซอร์จำนวนมาก

แต่เมื่อคนเริ่มแข่งขันกัน กลายเป็นว่า “ใครกินเยอะกว่า” “ใครกลืนเร็วกว่า” “ใครกินของแปลกกว่า” คือสิ่งที่เรียกยอดไลก์

แล้วอะไรเกิดขึ้น?
หลายคนเริ่ม ฝืนร่างกายตัวเอง เพื่อรักษาความนิยม บางคนกินเกินลิมิตจนต้องอาเจียน บางคนใช้เทคนิคหลอกตา บางคนถึงขั้นเข้าโรงพยาบาลจากอาการกระเพาะฉีก ภาวะช็อกจากโซเดียมสูง หรือระบบย่อยอาหารล้มเหลว

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพียงเพื่อ “ยอดไลก์” และ “ยอดวิว”

คอนเทนต์กินเยอะ ทำให้เกิด Eating Disorder แบบไม่รู้ตัว

แม้หลายคนจะคิดว่าการกินเยอะ ๆ แค่เป็นคอนเทนต์ แต่จริง ๆ แล้วมันมีความเชื่อมโยงกับภาวะ Eating Disorder หลายรูปแบบ เช่น

Binge Eating ลักษณะของการกินหนักแบบควบคุมไม่ได้

กินจำนวนมากในช่วงเวลาสั้น ๆ แล้วรู้สึกผิดภายหลัง
หลายคนต้องรักษาอย่างจริงจัง

Bulimia Nervosa (บูลิเมีย)

กินเยอะแล้ว “ล้วงคออาเจียน” เพื่อไม่ให้น้ำหนักขึ้น
เป็นภาวะที่อันตรายถึงชีวิต เสี่ยงหัวใจล้มเฉียบพลัน

Orthorexia

การหมกมุ่นกับความผอม ความแข็งแรงจนผิดปกติ
แม้จะกินเยอะในคลิป แต่พยายามควบคุมหรือกำจัดอาหารออกหลังจากนั้น

การเคี้ยวแล้วคาย (Chew & Spit)

เป็นพฤติกรรมที่ถูกพบมากในหมู่คนทำคอนเทนต์
เพราะดูเหมือนกินเยอะ แต่จริง ๆ ไม่กลืนลงไป

พฤติกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นได้ทั้งใน:
💬 อินฟลูเอนเซอร์ไทย
💬 ยูทูปเบอร์ต่างประเทศ
💬 ผู้สร้างคอนเทนต์ที่อยากดังเร็ว

บางคนถึงขั้นออกมาเปิดเผยภายหลังว่า “สิ่งที่เห็นในคลิปไม่ใช่ของจริง” และ “ฉันทำลายสุขภาพตัวเองเพื่อยอดวิว”

ต่างประเทศก็หนัก แต่ไทยก็เริ่มเห็นเคสแบบเดียวกัน

ในต่างประเทศ มีหลายกรณีศึกษา เช่น:
• ยูทูปเบอร์กินโชว์ที่เข้าโรงพยาบาลเพราะกระเพาะแตก
• สตรีมเมอร์ที่เคี้ยวแล้วคายเพราะกลัวน้ำหนักขึ้น
• อินฟลูเอนเซอร์ที่ต้องเข้าคลินิกบำบัด Eating Disorder หลังทำคอนเทนต์กินหนักมานาน

ในไทยเองก็เริ่มเห็นเคสคล้ายกัน ไม่ว่าจะเป็น
● รีวิวอาหารที่ “แกล้งกินเยอะ” แต่จริง ๆ ไม่ได้กลืน
● การล้วงคอเพราะต้องถ่ายหลายคลิปต่อวัน
● การกินของหนัก ๆ จนมีอาการระบบย่อยทำงานผิดปกติ

ทั้งหมดนี้กำลังกลายเป็นปัญหาจริง ไม่ใช่เพียงความบันเทิง

ทำไมอินฟลูเอนเซอร์จำนวนมาก “ติดกับดัก” พฤติกรรมนี้

เพราะมันได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วมาก:
• ยอดวิวสูง
• เอนเกจดี
• แบรนด์อยากจ้าง
• ช่องโตไว
• ผู้ชมเรียกร้องให้ทำอีก

แต่ความจริงคือเบื้องหลังของ “กินเยอะ” ไม่ได้สวยงามเสมอไป หลายคนต้อง:
– อดอาหารก่อนถ่าย
– บังคับตัวเองให้กินจำนวนมาก
– อาเจียนก่อนกลับบ้าน
– เคี้ยวแล้วคายหลังกล้องปิด
– ใช้อุปกรณ์ช่วยล้วงคอ
– เสี่ยงอาการช็อกเพราะโซเดียมสูง
– ร่างกายทรุดเพราะระบบย่อยแปรปรวน

บางคนถึงกับโพสต์สารภาพหลังหยุดทำคอนเทนต์ว่า
“มันทำให้ฉันป่วย ฉันไม่อยากกลับไปทำอีกแล้ว”

ผลกระทบจริงต่อร่างกายที่หลายคนไม่รู้ หรือเลือกจะมองข้าม

Eating Disorder ไม่ใช่เรื่อง “อ่อนไหว” หรือ “คิดมาก” แต่มันคือโรคอย่างเป็นทางการ ซึ่งส่งผลลึกต่อทั้งร่างกายและจิตใจ เช่น:

• กระเพาะและลำไส้บาดเจ็บ
• อาเจียนบ่อยทำให้กรดกัดฟันจนฟันพัง
• ระบบย่อยอาหารผิดปกติเรื้อรัง
• หัวใจเต้นผิดจังหวะ
• เสี่ยงหัวใจหยุดเต้น
• ภาวะซึมเศร้า
• ฮอร์โมนแปรปรวน
• ขาดสารอาหารขั้นรุนแรง

และที่อันตรายยิ่งกว่า...
เป็นโรคที่รักษายาก และกลับมาเป็นซ้ำได้ง่ายมาก

94f91301-7612-43fa-baa1-1209e5a7aaa4.jpeg

ทำไมพฤติกรรมนี้จึง “ไม่ควรนำไปเลียนแบบ” แม้จะได้เอนเกจเยอะ

เพราะมันคือคอนเทนต์ที่สร้างความคาดหวังผิด ๆ ให้กับสังคม และหลอกให้คนเชื่อว่า “กินเยอะแบบนี้ก็ไม่เป็นไร” ทั้งที่มันอันตรายต่อสุขภาพมาก

และที่สำคัญกว่านั้นคือ
มันผลักคนจำนวนมากให้เข้าสู่ Eating Disorder โดยไม่รู้ตัว

เราควรสนับสนุนคอนเทนต์ที่ปลอดภัย การกินที่สมดุล ความเป็นจริงมากกว่าการแสดงภาพสุดโต่งเพื่อความบันเทิง

ถ้าคุณคือผู้สร้างคอนเทนต์ อย่าลืมว่าชีวิตคุณสำคัญกว่าเอนเกจเมนต์

คุณมีสิทธิ์สนุกกับงาน
แต่ไม่ควรแลกด้วยสุขภาพ

จงถ่ายคอนเทนต์ด้วยสิ่งที่ “คุณปลอดภัย”
ไม่ใช่สิ่งที่ “คนดูอยากให้คุณทำ”

คอนเทนต์กินเยอะไม่ใช่เรื่องไร้พิษภัย แม้จะดูเป็นความบันเทิงสนุก ๆ แต่มีด้านมืดที่เชื่อมโยงกับ Eating Disorder อย่างชัดเจน ทั้งในไทยและต่างประเทศ

มันไม่ใช่พฤติกรรมที่ควรโรแมนติไซซ์
ไม่ควรเลียนแบบ
ไม่ควรสนับสนุน

เราควรสร้างสังคมออนไลน์ที่ปลอดภัยต่อทั้งผู้ชมและผู้สร้างคอนเทนต์ เพราะสุขภาพของคนจริง ๆ สำคัญกว่ายอดวิวเสมอ 🧡

บทความที่เกี่ยวข้อง

ในช่วงวันหยุด คนยุ่งๆ มักจะไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ พวกเขาดูทีวี เล่นเกม หรือนั่งเฉยๆ โดยที่มักจะไม่มีใครสังเกตเห็น พวกเขามักจะยืดหลังตรงอย่างรวดเร็ว แต่สักพักก็กลับมาเอนหลังอีกครั้ง เราจำเป็นต้องนั่งตัวตรงเพื่อปกป้องหลังของเราจริงหรือ? เก
การนอนเหยียดยาวบนโซฟาดีต่อสุขภาพจริงหรือ? บทความนี้มีคำตอบ!
137 Degrees ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์นมทางเลือกเพื่อสุขภาพ แต่เป็นแบรนด์ไทยที่สร้างปรากฏการณ์และบุกเบิกตลาดนมอัลมอนด์ในประเทศไทยได้สำเร็จ จุดเริ่มต้นของแบรนด์นี้มาจากคุณอริสา กุลปิยะวาจา ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการบริษัท ซิมเพิ้ล ฟู้ดส์ จำกัด
137 Degrees:Must have สำหรับสายhealthy

บทความล่าสุดดูเพิ่มเติม

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายบ้านให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกอาหาร การออกกำลังกาย หรือการเฝ้าดูสัญญาณของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ หนึ่งในอุปกรณ์ที่เริ่มกลายเป็นของจำเป็นในทุกบ้านคือ เครื่องวัดความดันโลหิต เพราะโรคความดันโลหิตสู
OMRON HEM-7143T1 เครื่องวัดความดันอัตโนมัติ ดูแลสุขภาพง่ายขึ้นในทุกวัน
เคยยืนมองตู้แช่ในเซเว่นแล้ว “เอ๊ะ…” อยู่หน้าชั้น C-vitt ไหมสีส้มก็อยากลอง สีเหลืองก็ดูสดใส สีแดงก็เหมือนสายสวยผิวดี ไหนจะตัว 0% น้ำตาล หรือสูตรเข้มข้น 1000 มก. อีกสุดท้ายเลือกไม่ถูก ก็หยิบตามฟีลกันไปแบบงง ๆบทความนี้เลยขออาสามาเป็นเพื่อนฟิตเ
เครื่องดื่มวิตามิน C-vitt แต่ละสีแตกต่างกันยังไง เลือกให้ถูกสไตล์ ร่างกายยิ่งแฮปปี้
เช้าไหนรีบมาก ๆ หลายคนมักเลือก “อะไรก็ได้” เป็นอาหารเช้า ซึ่งดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่แท้จริงแล้วมื้อแรกของวันมีอิทธิพลต่อ สมอง มากกว่าที่หลายคนคิด สมองใช้พลังงานมากถึง 20% ของแคลอรี่ทั้งหมด ที่ร่างกายได้รับในแต่ละวัน และต้องการสารอาหา
ถึงเวลาช่วยสมอง! เลิก 5 อาหารเช้ายอดฮิต ทำสมองเสื่อม-แก่เร็ว เสี่ยงมะเร็งไม่รู้ตัว

แนะนำสำหรับคุณ