เทรนด์ “กินเยอะโชว์” กับภัยเงียบ Eating Disorder ที่กำลังคุกคามคนดังออนไลน์

โลกออนไลน์ในวันนี้หมุนเร็วกว่าสมัยไหน ๆ และหนึ่งในเทรนด์ที่โดดเด่นขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คือ “คอนเทนต์กินเยอะ” ที่หลายคนรู้จักกันดีในชื่อ Mukbang หรือวิดีโอกินอาหารปริมาณมากแบบโชว์ต่อหน้า กลายเป็นคอนเทนต์ที่ได้รับยอดวิวสูง เอนเกจเมนต์ทะลุเพดาน และดึงดูดผู้ชมจำนวนมากได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว 🥘🍟
แต่ท่ามกลางความสนุก ความตลก ความเอร็ดอร่อย และภาพลักษณ์ของผู้สร้างคอนเทนต์ที่ดูเป็นกันเอง สิ่งที่ถูกซ่อนอยู่ในเงามืดกลับกลายเป็น “พฤติกรรมเสี่ยง” ที่เริ่มระบาดทั้งในต่างประเทศและในไทย นั่นคือการ ทำลายสุขภาพตัวเองเพื่อให้ได้คอนเทนต์ ไม่ว่าจะเป็นการ กินจำนวนมากเกินจริงในช่วงเวลาอันสั้น, การเคี้ยวแล้วไม่กลืน, หรือแม้แต่ การล้วงคออาเจียนหลังจบคลิป เพื่อป้องกันน้ำหนักเพิ่ม ซึ่งทั้งหมดนี้เชื่อมโยงโดยตรงกับ Eating Disorder (ED)
บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจเบื้องหลังเทรนด์ดัง ว่ามันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมคนดังและอินฟลูเอนเซอร์ถึงเสี่ยงตกอยู่ในพฤติกรรมแบบนี้? สังคมออนไลน์กำลังผลักดันคนธรรมดาให้เข้าสู่พฤติกรรมป่วยหรือไม่? และทำไมพฤติกรรมเหล่านี้จึง “ไม่ควรถูกสนับสนุน” แม้จะทำให้ได้ยอดวิวมากเพียงใดก็ตาม
กระแสคอนเทนต์กินเยอะ จากความสนุก สู่แรงกดดันที่มองไม่เห็น
คอนเทนต์กินเยอะเริ่มฮิตจากเกาหลีใต้ ก่อนจะลามไปทั่วโลก เพราะคนรู้สึกเพลิดเพลินที่เห็นคนกินอาหารหน้าตาน่ากินจำนวนมาก มันทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนได้กินด้วย เหมือนได้แบ่งปันมื้ออาหารร่วมกัน
อินฟลูเอนเซอร์หลายคนจึงเริ่มทำคอนเทนต์แนวนี้ เพราะ:
• ทำง่าย
• ได้ยอดวิวเร็ว
• สร้างคาแรกเตอร์ได้ชัด
• แบรนด์อาหารให้สปอนเซอร์จำนวนมาก
แต่เมื่อคนเริ่มแข่งขันกัน กลายเป็นว่า “ใครกินเยอะกว่า” “ใครกลืนเร็วกว่า” “ใครกินของแปลกกว่า” คือสิ่งที่เรียกยอดไลก์
แล้วอะไรเกิดขึ้น?
หลายคนเริ่ม ฝืนร่างกายตัวเอง เพื่อรักษาความนิยม บางคนกินเกินลิมิตจนต้องอาเจียน บางคนใช้เทคนิคหลอกตา บางคนถึงขั้นเข้าโรงพยาบาลจากอาการกระเพาะฉีก ภาวะช็อกจากโซเดียมสูง หรือระบบย่อยอาหารล้มเหลว
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพียงเพื่อ “ยอดไลก์” และ “ยอดวิว”
คอนเทนต์กินเยอะ ทำให้เกิด Eating Disorder แบบไม่รู้ตัว
แม้หลายคนจะคิดว่าการกินเยอะ ๆ แค่เป็นคอนเทนต์ แต่จริง ๆ แล้วมันมีความเชื่อมโยงกับภาวะ Eating Disorder หลายรูปแบบ เช่น
Binge Eating ลักษณะของการกินหนักแบบควบคุมไม่ได้
กินจำนวนมากในช่วงเวลาสั้น ๆ แล้วรู้สึกผิดภายหลัง
หลายคนต้องรักษาอย่างจริงจัง
Bulimia Nervosa (บูลิเมีย)
กินเยอะแล้ว “ล้วงคออาเจียน” เพื่อไม่ให้น้ำหนักขึ้น
เป็นภาวะที่อันตรายถึงชีวิต เสี่ยงหัวใจล้มเฉียบพลัน
Orthorexia
การหมกมุ่นกับความผอม ความแข็งแรงจนผิดปกติ
แม้จะกินเยอะในคลิป แต่พยายามควบคุมหรือกำจัดอาหารออกหลังจากนั้น
การเคี้ยวแล้วคาย (Chew & Spit)
เป็นพฤติกรรมที่ถูกพบมากในหมู่คนทำคอนเทนต์
เพราะดูเหมือนกินเยอะ แต่จริง ๆ ไม่กลืนลงไป
พฤติกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นได้ทั้งใน:
💬 อินฟลูเอนเซอร์ไทย
💬 ยูทูปเบอร์ต่างประเทศ
💬 ผู้สร้างคอนเทนต์ที่อยากดังเร็ว
บางคนถึงขั้นออกมาเปิดเผยภายหลังว่า “สิ่งที่เห็นในคลิปไม่ใช่ของจริง” และ “ฉันทำลายสุขภาพตัวเองเพื่อยอดวิว”
ต่างประเทศก็หนัก แต่ไทยก็เริ่มเห็นเคสแบบเดียวกัน
ในต่างประเทศ มีหลายกรณีศึกษา เช่น:
• ยูทูปเบอร์กินโชว์ที่เข้าโรงพยาบาลเพราะกระเพาะแตก
• สตรีมเมอร์ที่เคี้ยวแล้วคายเพราะกลัวน้ำหนักขึ้น
• อินฟลูเอนเซอร์ที่ต้องเข้าคลินิกบำบัด Eating Disorder หลังทำคอนเทนต์กินหนักมานาน
ในไทยเองก็เริ่มเห็นเคสคล้ายกัน ไม่ว่าจะเป็น
● รีวิวอาหารที่ “แกล้งกินเยอะ” แต่จริง ๆ ไม่ได้กลืน
● การล้วงคอเพราะต้องถ่ายหลายคลิปต่อวัน
● การกินของหนัก ๆ จนมีอาการระบบย่อยทำงานผิดปกติ
ทั้งหมดนี้กำลังกลายเป็นปัญหาจริง ไม่ใช่เพียงความบันเทิง
ทำไมอินฟลูเอนเซอร์จำนวนมาก “ติดกับดัก” พฤติกรรมนี้
เพราะมันได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วมาก:
• ยอดวิวสูง
• เอนเกจดี
• แบรนด์อยากจ้าง
• ช่องโตไว
• ผู้ชมเรียกร้องให้ทำอีก
แต่ความจริงคือเบื้องหลังของ “กินเยอะ” ไม่ได้สวยงามเสมอไป หลายคนต้อง:
– อดอาหารก่อนถ่าย
– บังคับตัวเองให้กินจำนวนมาก
– อาเจียนก่อนกลับบ้าน
– เคี้ยวแล้วคายหลังกล้องปิด
– ใช้อุปกรณ์ช่วยล้วงคอ
– เสี่ยงอาการช็อกเพราะโซเดียมสูง
– ร่างกายทรุดเพราะระบบย่อยแปรปรวน
บางคนถึงกับโพสต์สารภาพหลังหยุดทำคอนเทนต์ว่า
“มันทำให้ฉันป่วย ฉันไม่อยากกลับไปทำอีกแล้ว”
ผลกระทบจริงต่อร่างกายที่หลายคนไม่รู้ หรือเลือกจะมองข้าม
Eating Disorder ไม่ใช่เรื่อง “อ่อนไหว” หรือ “คิดมาก” แต่มันคือโรคอย่างเป็นทางการ ซึ่งส่งผลลึกต่อทั้งร่างกายและจิตใจ เช่น:
• กระเพาะและลำไส้บาดเจ็บ
• อาเจียนบ่อยทำให้กรดกัดฟันจนฟันพัง
• ระบบย่อยอาหารผิดปกติเรื้อรัง
• หัวใจเต้นผิดจังหวะ
• เสี่ยงหัวใจหยุดเต้น
• ภาวะซึมเศร้า
• ฮอร์โมนแปรปรวน
• ขาดสารอาหารขั้นรุนแรง
และที่อันตรายยิ่งกว่า...
เป็นโรคที่รักษายาก และกลับมาเป็นซ้ำได้ง่ายมาก
ทำไมพฤติกรรมนี้จึง “ไม่ควรนำไปเลียนแบบ” แม้จะได้เอนเกจเยอะ
เพราะมันคือคอนเทนต์ที่สร้างความคาดหวังผิด ๆ ให้กับสังคม และหลอกให้คนเชื่อว่า “กินเยอะแบบนี้ก็ไม่เป็นไร” ทั้งที่มันอันตรายต่อสุขภาพมาก
และที่สำคัญกว่านั้นคือ
มันผลักคนจำนวนมากให้เข้าสู่ Eating Disorder โดยไม่รู้ตัว
เราควรสนับสนุนคอนเทนต์ที่ปลอดภัย การกินที่สมดุล ความเป็นจริงมากกว่าการแสดงภาพสุดโต่งเพื่อความบันเทิง
ถ้าคุณคือผู้สร้างคอนเทนต์ อย่าลืมว่าชีวิตคุณสำคัญกว่าเอนเกจเมนต์
คุณมีสิทธิ์สนุกกับงาน
แต่ไม่ควรแลกด้วยสุขภาพ
จงถ่ายคอนเทนต์ด้วยสิ่งที่ “คุณปลอดภัย”
ไม่ใช่สิ่งที่ “คนดูอยากให้คุณทำ”
คอนเทนต์กินเยอะไม่ใช่เรื่องไร้พิษภัย แม้จะดูเป็นความบันเทิงสนุก ๆ แต่มีด้านมืดที่เชื่อมโยงกับ Eating Disorder อย่างชัดเจน ทั้งในไทยและต่างประเทศ
มันไม่ใช่พฤติกรรมที่ควรโรแมนติไซซ์
ไม่ควรเลียนแบบ
ไม่ควรสนับสนุน
เราควรสร้างสังคมออนไลน์ที่ปลอดภัยต่อทั้งผู้ชมและผู้สร้างคอนเทนต์ เพราะสุขภาพของคนจริง ๆ สำคัญกว่ายอดวิวเสมอ 🧡
แนะนำสำหรับคุณ
ปรับบุคลิกให้ดูดี: แค่เริ่มจากท่าทางง่ายๆ ก็เห็นผล!
รสดีเมนู: มีติดครัวไว้ อร่อยได้ทุกเมนูไม่ต้องปรุงเพิ่ม!
“อุปกรณ์กำจัดขน ไม่ใช่เครื่องพันธนาการอันเปราะบาง แต่คือการประกาศอิสรภาพของร่างกายและความงามในแบบที่เราเลือกเอง”
ปกป้องสุขภาพจากภัยที่มองไม่เห็น ด้วยเครื่องฟอกอากาศ!
น้ำยาบ้วนปาก🛁 ไอเทมเพิ่มความมั่นใจประจำวัน
คาเฟ่ อเมซอน: กาแฟระดับพรีเมียม เพื่อช่วงเวลาแห่งความสุข
หมอนรองนอน: ไอเท็มเด็ดสำหรับคนขี้ร้อนที่อยากนอนหลับสบาย
เรียนรู้“30 วันที่ดีที่สุดในการการลดน้ำหนักอย่างสุขภาพดี
ประโยชน์ของการดื่มกาแฟ!






