การ Burnout จากการทำงาน เมื่อความเก่งไม่พอ ถ้าใจหมดไฟ — เข้าใจอาการให้ทัน ก่อนงานจะเผาผลาญชีวิต

user avatar
Atiwat.W(Moo)·2025-12-17T10:59Z
点赞
การ Burnout จากการทำงาน เมื่อความเก่งไม่พอ ถ้าใจหมดไฟ — เข้าใจอาการให้ทัน ก่อนงานจะเผาผลาญชีวิต

ทำไมคนยุคนี้ถึง “เหนื่อย” มากกว่าที่ควรจะเป็น

เคยไหม ทำงานได้ แต่ไม่รู้สึกภูมิใจ
ทำงานเก่งขึ้น แต่กลับเหนื่อยง่ายขึ้น
ตื่นเช้ามาไม่อยากเปิดแชตงาน ทั้งที่ไม่ได้เกลียดงานนั้นจริง ๆ

อาการแบบนี้ไม่ใช่ความขี้เกียจ ไม่ใช่ความอ่อนแอ และไม่ใช่ปัญหาส่วนตัวของใครคนหนึ่ง แต่มันคือสิ่งที่เรียกว่า Burnout จากการทำงาน ปรากฏการณ์ทางจิตใจที่เกิดขึ้นกับคนทำงานทั่วโลก โดยเฉพาะในยุคที่ความเร็ว ความคาดหวัง และการแข่งขันสูงกว่าที่ร่างกายและสมองมนุษย์ถูกออกแบบมาให้รับไหว

บทความนี้จะพาไปรู้จัก Burnout แบบเข้าใจจริง ไม่ดราม่า ไม่ตีตรา และไม่ทำให้ใครรู้สึกผิด พร้อมแนวคิดเชิงระบบว่าอาการนี้เกิดจากอะไร ใครเสี่ยง และควรรับมืออย่างไรให้กลับมาทำงานได้อย่างยั่งยืน


Story pin image

Burnout คืออะไร (และไม่ใช่อะไร)

Burnout คือภาวะหมดไฟในการทำงานอย่างเรื้อรัง เกิดจากความเครียดสะสมต่อเนื่องเป็นเวลานาน จนส่งผลต่อทั้งอารมณ์ ความคิด และประสิทธิภาพในการทำงาน

องค์การอนามัยโลก (WHO) จัด Burnout ไว้ในกลุ่ม “ภาวะที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน” ไม่ใช่โรคทางจิตเวช แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าระบบการทำงานกำลังสร้างภาระเกินขีดจำกัดของมนุษย์

Burnout ไม่ใช่

  • ความขี้เกียจ

  • การไม่รับผิดชอบ

  • การอ่อนแอทางจิตใจ

  • ความไม่เก่ง

Burnout คือ “สมองและใจที่ถูกใช้งานเกินกำลังโดยไม่มีช่วงฟื้นฟู”

สัญญาณของ Burnout ที่มักถูกมองข้าม

หลายคนคิดว่า Burnout ต้องรู้สึกแย่มากก่อน แต่ในความเป็นจริง อาการเริ่มต้นมักมาแบบเงียบ ๆ และถูกมองข้ามได้ง่าย

สัญญาณทางอารมณ์

  • รู้สึกเฉยชากับงานที่เคยชอบ

  • หงุดหงิดง่ายกับเรื่องเล็กน้อย

  • ไม่อยากคุยเรื่องงาน ทั้งที่งานไม่ได้แย่

สัญญาณทางความคิด

  • รู้สึกว่างานไม่มีความหมาย

  • มองตัวเองในแง่ลบมากขึ้น

  • รู้สึกว่าทำเท่าไรก็ไม่พอ

สัญญาณทางร่างกาย

  • เหนื่อยตลอดเวลาแม้นอนพอ

  • ปวดหัว ปวดไหล่ ปวดหลังเรื้อรัง

  • นอนไม่หลับหรือหลับไม่ลึก

สัญญาณด้านพฤติกรรม

  • ผัดวันประกันพรุ่ง

  • ทำงานช้าลง

  • อยากลางานบ่อยโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน

ถ้ามีหลายข้อพร้อมกัน และเกิดขึ้นต่อเนื่องเกิน 2–3 สัปดาห์ นั่นคือสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม


c0e66fc899cb4f25804da29b76f3e6c8.jpg

Burnout เกิดจากอะไร (ไม่ใช่แค่งานหนัก)

หลายคนเข้าใจว่า Burnout = ทำงานหนัก แต่ในความจริง งานหนักอย่างเดียวไม่ทำให้คน Burnout เสมอไป

ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิด Burnout ได้แก่

1. ความคาดหวังที่ไม่มีขอบเขต

งานที่ “ต้องดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่ไม่มีคำว่าเสร็จ”
ไม่มีเส้นแบ่งเวลางาน-เวลาส่วนตัว
ไม่มีช่วงพักที่รู้สึกว่าพักจริง

2. การขาดการควบคุม

ทำงานตามคำสั่งตลอด
ไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจ
ไม่รู้ว่างานที่ทำส่งผลต่ออะไร

3. การขาดการยอมรับ

ทำดีเป็นหน้าที่
ทำพลาดถูกตำหนิ
ไม่มี Feedback เชิงบวก

4. ความไม่สอดคล้องระหว่างคุณค่า

ทำงานที่ขัดกับสิ่งที่เชื่อ
รู้สึกว่ากำลังใช้พลังไปกับสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเอง

5. วัฒนธรรมการทำงานที่กดดัน

แข่งขันตลอดเวลา
ยกย่องความอดทนมากกว่าความสมดุล
มองการพักผ่อนเป็นความอ่อนแอ


This may contain: a man holding a hammer over his head with lots of rocks on top of him

ใครบ้างที่เสี่ยง Burnout มากกว่าคนอื่น

Burnout ไม่ได้เลือกเฉพาะอาชีพ แต่มีบางกลุ่มที่เสี่ยงมากเป็นพิเศษ

  • คนทำงานเก่ง รับผิดชอบสูง

  • คนที่ตั้งมาตรฐานกับตัวเองสูง

  • คนที่ไม่กล้าปฏิเสธ

  • คนที่เพิ่งเปลี่ยนบทบาทงาน

  • คนที่ทำงานดูแลคนอื่น เช่น ครู แพทย์ ฝ่ายบริการ

  • คนทำงานออนไลน์ที่ไม่มีเวลางานชัดเจน

ยิ่งเก่ง ยิ่งรับผิดชอบ ยิ่งมีโอกาส Burnout ถ้าไม่รู้จักตั้งขอบเขต

วิธีรับมือกับ Burnout อย่างเป็นระบบ (ไม่ใช่แค่ “พักผ่อนให้พอ”)

การแก้ Burnout ไม่ใช่การหยุดทุกอย่างทันที แต่คือการ “ปรับระบบการใช้พลังชีวิต”

1. แยก “งาน” ออกจาก “ตัวตน”

งานที่พลาด ≠ คุณค่าในตัวคน
ผลลัพธ์ ≠ ตัวตน

การคิดแบบนี้ช่วยลดแรงกดดันในระดับรากฐาน

2. ตั้งขอบเขตพลังงาน

ไม่ใช่ทุกงานต้องใช้พลัง 100%
บางงานควรใช้แค่ 70% เพื่อรักษาระยะยาว

3. ออกแบบวันให้มีช่วงฟื้นฟู

ไม่ใช่แค่พักร่างกาย แต่พักสมอง
เช่น เดิน, ฟังเพลง, ไม่รับข้อมูลใหม่ช่วงหนึ่ง

4. สื่อสารอย่างมีโครงสร้าง

Burnout มักแย่ลงเมื่อเก็บไว้คนเดียว
การคุยกับหัวหน้า ทีม หรือคนที่เข้าใจบริบทงาน ช่วยลดแรงกดดันได้มาก

5. ปรับเป้าหมายให้สอดคล้องชีวิตจริง

เป้าหมายที่ดี ไม่ควรแลกมาด้วยสุขภาพใจในระยะยาว


This may contain: a man wearing a tie with lots of wires on his head in front of him

Burnout ไม่ได้แปลว่าคุณล้มเหลว

ในมุมมองเชิงระบบ Burnout คือสัญญาณว่า
“คุณทำงานหนักในระบบที่ไม่ออกแบบมาเพื่อมนุษย์”

การรู้เท่าทัน Burnout ไม่ได้ทำให้คุณอ่อนแอ แต่ทำให้คุณฉลาดขึ้นในการดูแลพลังชีวิต และเลือกเส้นทางการทำงานที่ยั่งยืนกว่าเดิม

เข้าใจ Burnout เพื่อกลับมาทำงานอย่างมีชีวิต

  • Burnout คือภาวะหมดไฟจากความเครียดสะสม

  • ไม่ใช่ความขี้เกียจหรือความไม่เก่ง

  • เกิดจากระบบงาน ความคาดหวัง และการขาดขอบเขต

  • รับมือได้ด้วยการปรับวิธีคิดและโครงสร้างชีวิต

  • การดูแลใจ คือทักษะการทำงานยุคใหม่

การทำงานที่ดี ไม่ควรแลกด้วยการเผาตัวเองจนหมดไฟ
งานที่ยั่งยืน คือ งานที่ยังเหลือพลังให้ใช้ชีวิตต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

สวัสดีครับมนุษย์แรงงานทุกคน! เคยไหมครับที่อยู่ๆ ก็รู้สึกหมดพลัง, หมดไฟ, ไม่อยากไปทำงาน, และรู้สึกเบื่อหน่ายกับทุกสิ่ง? อาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องปกติ แต่มันคือสัญญาณเตือนของภาวะหมดไฟ หรือ "Burnout Syndrome" ที่กำลังเป็นปัญหาสุขภาพจิตที่สำคัญ
Burnout เมื่อไฟในตัวหมด พลังงานชีวิตหมด! วิธีจัดการภาวะหมดไฟของมนุษย์แรงงาน
เวลาคนพูดถึงสุขภาพ หลายคนมักจะนึกถึงเรื่องอาหาร 🥗 การออกกำลังกาย 🏃‍♂️ หรือการพักผ่อนให้เพียงพอ 😴 แต่มีสิ่งหนึ่งที่หลายคนอาจละเลยไป ทั้ง ๆ ที่ใช้เวลาอยู่กับมันแทบจะมากกว่าสิ่งอื่นใดในชีวิตประจำวัน นั่นก็คือ “สถานที่ทำงาน”ลองคิดดูสิว่าในหน
สถานที่ทำงานก็มีผลต่อสุขภาพ 🌿💼อย่าละเลยสภาพแวดล้อมการทำงานให้ดีอยู่เสมอ
ในช่วงชีวิตที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและความกดดันจากงาน ครอบครัว หรือสังคม หลายคนอาจรู้สึกว่าตัวเองเหนื่อยล้า หมดกำลังใจ หรือไม่มีความสุขเหมือนเดิม แต่ก็ยังพยายามฝืนตัวเองให้ดำเนินชีวิตไปอย่างปกติ การเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ในอารมณ์และพฤติกรรมเหล่า
สัญญาณบ่งบอกว่าคุณอาจจะเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้า

บทความล่าสุดดูเพิ่มเติม

cr.konvyผมร่วง… ปัญหาที่หลายคนต้องเผชิญไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยไหนไม่ว่าจะเป็นร่วงจากความเครียดจากการทำงาน ร่วงจากการทำสี ดัด เป่า หรือร่วงเพราะอายุที่เพิ่มขึ้น — สิ่งที่หลายคนยอมรับไม่ได้คือ “ผมร่วงมากจนสังเกตได้” และนี่คือเหตุผลว่าทำไมคนจำนว
Yves Rocher Anti-Hair Loss Shampoo: แชมพูลดผมร่วงจากธรรมชาติ ดูแลตั้งแต่โคนจรดปลาย
เมื่อผิวเรียบเนียนไม่จำเป็นต้องแลกด้วยเวลาและค่าใช้จ่ายสูงในอดีต ถ้าใครพูดถึง “ผิวเนียนไร้ขน” ภาพที่นึกถึงมักจะเป็นคลินิกความงาม ค่าใช้จ่ายต่อคอร์ส และการนัดหมายล่วงหน้า แต่วันนี้เทคโนโลยีได้เปลี่ยนสมการทั้งหมด เพราะ เครื่องเลเซอร์ขน IPL สำ
เครื่องเลเซอร์ขน IPL อยู่บ้านก็เนียนไร้ขนได้ ไม่ต้องง้อคลินิก
cr.glitzmagazines“เสียวฟัน” เป็นปัญหาที่หลายคนมองข้าม ทั้งที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในทุก ๆ วัน ไม่ว่าจะเป็นการดื่มน้ำเย็น กินของหวาน ของเปรี้ยว หรือแม้แต่การแปรงฟันเอง ความรู้สึกเสียวแปลบที่เกิดขึ้นสามารถทำให้การใช้ชีวิตประจำวันไม่สบายตัว และอ
SENSODYNE ยาสีฟันเพื่อคนเสียวฟัน

แนะนำสำหรับคุณ

บทความที่แนะนำ