เหงื่อออกมาก vs. เหงื่อออกน้อย อะไรสุขภาพดีกว่ากัน?

user avatar
Chloe.Ma·2025-09-13T17:41Z
点赞
เหงื่อออกมาก vs. เหงื่อออกน้อย อะไรสุขภาพดีกว่ากัน?

ในช่วงฤดูร้อนที่อุณหภูมิพุ่งสูง หลายคนคงสังเกตเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนของร่างกายตัวเอง บางคนแค่ก้าวออกจากบ้านก็เหงื่อท่วมตัวราวกับเพิ่งอาบน้ำมา ในขณะที่บางคนกลับดูเหมือนมี “ออร่าเย็น” เหงื่อแทบไม่ซึมออกมาเลยไม่ว่าจะร้อนแค่ไหน แล้วใครกันแน่ที่มีสุขภาพดีกว่ากัน? เบื้องหลังความลับของเหงื่อที่ร่างกายเราแสดงออกมานั้นซ่อนอะไรอยู่?


เหงื่อ: ระบบระบายความร้อนอันทรงพลังของร่างกาย

คนเหงื่อออกเยอะมักถูกมองว่าเป็นคน “ขี้ร้อน” หรือ “กลัวความร้อน” แต่ความจริงแล้ว เหงื่อคือ "พลังพิเศษ" ของร่างกายในการต้านทานความร้อน มันทำงานคล้ายกับ "ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ" ที่ติดตั้งมากับตัวเรา การระเหยของเหงื่อเพียงเล็กน้อยก็สามารถช่วยลดความร้อนในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยป้องกันภาวะร่างกายร้อนเกินไป (Heatstroke) ได้อย่างเหลือเชื่อ

มีการศึกษาในทะเลทรายที่อุณหภูมิสูงถึง 49.6°C พบว่านักวิ่งระยะไกลสามารถระเหยเหงื่อได้ถึง 1.2 ลิตรต่อชั่วโมง และสามารถอยู่รอดได้ตลอดทั้งวันเมื่อดื่มน้ำอย่างเพียงพอ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การขับเหงื่อเป็นกลไกป้องกันตัวเองของร่างกาย ในสภาพอากาศที่ร้อนจัด และคนที่เหงื่อออกมากคือคนที่ระบบระบายความร้อนทำงานได้ไวและมีประสิทธิภาพมากกว่า

3ca74733804549d0a4a63af6c580ce81.png

ปัจจัยที่ทำให้เหงื่อออกต่างกัน

ปริมาณเหงื่อที่ร่างกายขับออกมามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับปัจจัยหลายอย่าง เช่น การผลิตความร้อน, อุณหภูมิร่างกายที่ตั้งไว้, และจำนวนต่อมเหงื่อ

  • การผลิตความร้อนของร่างกาย: ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ, ผู้ที่มีมวลกล้ามเนื้อมาก, ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก, วัยรุ่นที่มีระบบเผาผลาญเร็ว, และสตรีมีครรภ์ มีแนวโน้มที่จะผลิตความร้อนและมีเหงื่อออกมากกว่า

  • อุณหภูมิที่ตั้งไว้ของร่างกาย: แต่ละคนมี "จุดตั้งอุณหภูมิ" (Thermostat) ในสมองที่ไม่เท่ากัน คนที่มีจุดตั้งอุณหภูมิต่ำและไวต่อความร้อนจะเหงื่อออกง่ายกว่า ในทางกลับกัน ผู้สูงอายุที่มีกล้ามเนื้อน้อยลงและระบบควบคุมความร้อนทำงานลดลง จะรู้สึกร้อนน้อยลงและมีเหงื่อออกน้อยลง

  • จำนวนต่อมเหงื่อ: ร่างกายมนุษย์มีต่อมเหงื่อประมาณ 2-4 ล้านต่อม ซึ่งจำนวนนี้แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และส่งผลโดยตรงต่อปริมาณเหงื่อที่ขับออกมา นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นที่กระตุ้นการขับเหงื่อได้ เช่น อาหารรสจัด, ความเจ็บปวด, หรือความเครียดทางอารมณ์

33734559d72b4e879671530ac9bc1835.png

เหงื่อออกผิดปกติ: สัญญาณเตือนที่ต้องใส่ใจ

โดยปกติแล้ว คนเราจะขับเหงื่อประมาณ 600-800 มิลลิลิตรต่อวัน แต่หากมีเหงื่อออกมากเกินไปในสถานการณ์ที่ไม่ได้ร้อนหรือออกแรง ก็อาจเป็นสัญญาณของภาวะบางอย่างได้

  • ภาวะเหงื่อออกมากเกินปกติ (Hyperhidrosis): อาจมีสาเหตุจากพันธุกรรม หรือเกิดจากปัญหาสุขภาพอื่นๆ เช่น ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ, โรคเบาหวาน, โรคพาร์กินสัน, หรือผลข้างเคียงจากยา หากมีอาการเหงื่อออกผิดปกติควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม

สรุปแล้ว ไม่ว่าคุณจะเป็นคนเหงื่อออกมากหรือน้อย สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่าเหงื่อคือกลไกปกติของร่างกายในการปรับสมดุลอุณหภูมิ ในช่วงหน้าร้อนนี้ อย่าลืมดื่มน้ำให้เพียงพอ, พักผ่อนให้เพียงพอ, และดูแลร่างกายอย่างชาญฉลาด เพื่อสุขภาพที่ดีตลอดฤดูกาล

บทความที่เกี่ยวข้อง

ที่อุดหูสำหรับนอน: ตัวช่วยความสงบในคืนวุ่นวายในโลกที่เต็มไปด้วยเสียงรบกวน การหาความสงบในยามค่ำคืนอาจเป็นเรื่องยาก ไม่ว่าจะเป็นเสียงรถ เสียงกรน หรือเสียงเพื่อนบ้าน ที่รบกวนเหล่านี้ส่งผลให้การนอนหลับของเราขาดคุณภาพโชคดีที่ ที่อุดหูสำหรับนอน เ
2025-08-22T05:55Z
ที่อุดหูสำหรับนอนหลับ: ตัวช่วยง่ายๆ ที่จะเปลี่ยนคืนของคุณให้ดีขึ้น
น้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญต่อชีวิต มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบสรีรวิทยาของมนุษย์ ในทางชีวเคมี โมเลกุลของน้ำถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของร่างกาย จากการศึกษาทางการแพทย์หลายชิ้น พบว่าปริมาณน้ำในผู้ใหญ่คิดเป็นประมาณ 60-70% ของน้ำหนักตัวทั้งหม
2025-08-21T06:45Z
หลังออกกำลังกายควรดื่มอะไร? ดื่มน้ำเท่าไหร่?
โรควิตกกังวลทั่วไปคืออะไร?ความวิตกกังวลเป็นครั้งคราวถือเป็นเรื่องปกติของชีวิต หลายคนกังวลเกี่ยวกับสุขภาพ การเงิน การเรียน การงาน หรือครอบครัว แต่ผู้ที่เป็นโรควิตกกังวลทั่วไป (GAD) มักมีความวิตกกังวลหรือวิตกกังวลอย่างรุนแรงเกี่ยวกับเรื่องเหล
2025-08-19T10:35Z
โรควิตกกังวลทั่วไป: สิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้ (1)

บทความล่าสุดดูเพิ่มเติม

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายบ้านให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกอาหาร การออกกำลังกาย หรือการเฝ้าดูสัญญาณของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ หนึ่งในอุปกรณ์ที่เริ่มกลายเป็นของจำเป็นในทุกบ้านคือ เครื่องวัดความดันโลหิต เพราะโรคความดันโลหิตสู
OMRON HEM-7143T1 เครื่องวัดความดันอัตโนมัติ ดูแลสุขภาพง่ายขึ้นในทุกวัน
เคยยืนมองตู้แช่ในเซเว่นแล้ว “เอ๊ะ…” อยู่หน้าชั้น C-vitt ไหมสีส้มก็อยากลอง สีเหลืองก็ดูสดใส สีแดงก็เหมือนสายสวยผิวดี ไหนจะตัว 0% น้ำตาล หรือสูตรเข้มข้น 1000 มก. อีกสุดท้ายเลือกไม่ถูก ก็หยิบตามฟีลกันไปแบบงง ๆบทความนี้เลยขออาสามาเป็นเพื่อนฟิตเ
เครื่องดื่มวิตามิน C-vitt แต่ละสีแตกต่างกันยังไง เลือกให้ถูกสไตล์ ร่างกายยิ่งแฮปปี้
เช้าไหนรีบมาก ๆ หลายคนมักเลือก “อะไรก็ได้” เป็นอาหารเช้า ซึ่งดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่แท้จริงแล้วมื้อแรกของวันมีอิทธิพลต่อ สมอง มากกว่าที่หลายคนคิด สมองใช้พลังงานมากถึง 20% ของแคลอรี่ทั้งหมด ที่ร่างกายได้รับในแต่ละวัน และต้องการสารอาหา
ถึงเวลาช่วยสมอง! เลิก 5 อาหารเช้ายอดฮิต ทำสมองเสื่อม-แก่เร็ว เสี่ยงมะเร็งไม่รู้ตัว

แนะนำสำหรับคุณ