กลยุทธ์ในการขายของอื่น ๆ นอกจากกาแฟของสตาร์บัคส์ เมื่อแบรนด์ไม่ได้ขายแค่เครื่องดื่ม แต่ขาย “ประสบการณ์”

ถ้าสตาร์บัคส์ขายแค่กาแฟ วันนี้คงไม่ใช่แบรนด์ระดับโลก
หลายคนอาจคิดว่าสตาร์บัคส์คือร้านกาแฟ
แต่ถ้ามองในเชิงธุรกิจจริง ๆ สตาร์บัคส์คือ แบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่ใช้กาแฟเป็นประตูด่านแรก
รายได้จำนวนมากไม่ได้มาจากกาแฟเพียงอย่างเดียว
แต่มาจากสินค้าที่ “ไม่ใช่กาแฟ” แต่ลูกค้ายินดีจ่ายโดยไม่รู้สึกว่าแพง
คำถามคือ
สตาร์บัคส์ทำอย่างไรให้แก้วน้ำ แก้วทัมเบลอร์ เมล็ดกาแฟ หรือแม้แต่เพลงในร้าน กลายเป็นสินค้าที่ขายได้ดี
สตาร์บัคส์ขายอะไรบ้าง นอกจากกาแฟ
ถ้าแยกออกมาเป็นหมวด จะเห็นภาพชัดมาก
-
แก้วน้ำ แก้วพกพา ทัมเบลอร์
-
เมล็ดกาแฟ แคปซูล เครื่องชง
-
อาหาร เบเกอรี่ ของว่าง
-
สินค้าลิมิเต็ดตามฤดูกาล
-
เพลง บรรยากาศ และพื้นที่นั่งทำงาน
ทั้งหมดนี้ไม่ใช่สินค้าแยกเดี่ยว
แต่เป็น “องค์ประกอบของประสบการณ์”
กลยุทธ์ที่ 1: ขายตัวตน ไม่ขายสินค้า
สินค้าของสตาร์บัคส์ไม่ได้ขายคุณสมบัติเป็นหลัก
แต่ขายคำว่า
“นี่คือของที่คนแบบสตาร์บัคส์ใช้”
แก้วน้ำไม่ได้ถูกออกแบบมาให้แค่ใส่น้ำ
แต่ถูกออกแบบให้สะท้อนภาพลักษณ์
ความทันสมัย ความรักษ์โลก และรสนิยม
ลูกค้าซื้อเพราะรู้สึกว่า
สิ่งนี้คือส่วนหนึ่งของตัวตน
กลยุทธ์ที่ 2: ใช้ฤดูกาลและ Limited Edition กระตุ้นการตัดสินใจ
สตาร์บัคส์เก่งมากในการทำสินค้าลิมิเต็ด
-
ลายพิเศษ
-
สีตามเทศกาล
-
คอลเลกชันที่มีช่วงเวลาจำกัด
เมื่อสินค้ามี “เวลาหมดอายุทางการตลาด”
สมองจะตัดสินใจเร็วขึ้นทันที
ลูกค้าไม่ได้ถามว่าจำเป็นไหม
แต่ถามว่า
ถ้าไม่ซื้อวันนี้ จะพลาดหรือเปล่า
กลยุทธ์ที่ 3: ใช้ร้านเป็นโชว์รูม ไม่ใช่แค่จุดขาย
ร้านสตาร์บัคส์ไม่ได้จัดสินค้าแบบร้านค้าปลีกทั่วไป
แต่จัดวางเหมือนนิทรรศการขนาดย่อม
ลูกค้าเห็น
สัมผัส
หยิบ
ลอง
ก่อนตัดสินใจซื้อ
นี่คือการลดแรงต้านทางจิตใจในการซื้อสินค้าอื่น ๆ ที่ไม่ใช่กาแฟ
กลยุทธ์ที่ 4: ผูกสินค้าเข้ากับไลฟ์สไตล์การใช้งานจริง
สตาร์บัคส์เข้าใจว่า
ลูกค้าไม่ได้มาร้านเพื่อดื่มกาแฟอย่างเดียว
แต่มาเพื่อ
-
ทำงาน
-
อ่านหนังสือ
-
พบปะ
-
พักใจ
สินค้าที่ขายจึงสอดคล้องกับกิจกรรมเหล่านี้
เช่น แก้วพกพา โต๊ะ เก้าอี้ เพลง หรือบรรยากาศ
กลยุทธ์ที่ 5: ราคาไม่ถูก แต่ทำให้ “รู้สึกคุ้ม”
สินค้าของสตาร์บัคส์ไม่ได้ถูกที่สุด
แต่ราคาถูกอธิบายผ่านเรื่องราว
-
วัสดุ
-
การออกแบบ
-
แนวคิดรักษ์โลก
-
ภาพลักษณ์แบรนด์
เมื่อเรื่องราวแข็งแรง
ราคาจะกลายเป็นเรื่องรอง
ธุรกิจไทยและร้านออนไลน์เรียนรู้อะไรได้จากสตาร์บัคส์
ไม่จำเป็นต้องเป็นแบรนด์ระดับโลก
ก็สามารถใช้แนวคิดเดียวกันได้
1. สร้างสินค้าเสริมจากของหลัก
ขายสินค้าเล็ก ๆ ที่ต่อยอดจากสิ่งที่ลูกค้าซื้ออยู่แล้ว
2. ทำให้สินค้าเล่าเรื่องแทนตัวเอง
อย่าขายแค่ฟังก์ชัน
แต่ขายความหมาย
3. ใช้แพลตฟอร์มเป็นพื้นที่โชว์
หน้าเว็บหรือร้านออนไลน์ ควรเล่าไลฟ์สไตล์ ไม่ใช่แค่รายการสินค้า
สตาร์บัคส์ไม่ได้ขายกาแฟเก่ง แต่ขาย “ความรู้สึกอยากเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์” เก่งกว่า
ธุรกิจที่อยู่รอดในยุคการแข่งขันสูง
ไม่ใช่ธุรกิจที่มีสินค้าดีที่สุด
แต่คือธุรกิจที่เข้าใจลูกค้ามากที่สุด
และสตาร์บัคส์คือหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของเรื่องนี้
แนะนำสำหรับคุณ
หมอนรองนอน: ไอเท็มเด็ดสำหรับคนขี้ร้อนที่อยากนอนหลับสบาย
“อุปกรณ์กำจัดขน ไม่ใช่เครื่องพันธนาการอันเปราะบาง แต่คือการประกาศอิสรภาพของร่างกายและความงามในแบบที่เราเลือกเอง”
น้ำยาบ้วนปาก🛁 ไอเทมเพิ่มความมั่นใจประจำวัน
ปรับบุคลิกให้ดูดี: แค่เริ่มจากท่าทางง่ายๆ ก็เห็นผล!
ปกป้องสุขภาพจากภัยที่มองไม่เห็น ด้วยเครื่องฟอกอากาศ!
เรียนรู้“30 วันที่ดีที่สุดในการการลดน้ำหนักอย่างสุขภาพดี
รสดีเมนู: มีติดครัวไว้ อร่อยได้ทุกเมนูไม่ต้องปรุงเพิ่ม!
ประโยชน์ของการดื่มกาแฟ!
คาเฟ่ อเมซอน: กาแฟระดับพรีเมียม เพื่อช่วงเวลาแห่งความสุข



