เมื่อลูกกินเกินพอดี: คู่มือทำความเข้าใจสาเหตุและวิธีแก้ไขอย่างถูกวิธี

user avatar
ZestHealthCare·2025-09-09T08:12Z
点赞
เมื่อลูกกินเกินพอดี: คู่มือทำความเข้าใจสาเหตุและวิธีแก้ไขอย่างถูกวิธี

ลูกกินจุกจิก ทำยังไงดี? 9 เคล็ดลับจัดการพฤติกรรมกินยากแบบไม่ต้องเครียด

การเผชิญหน้ากับลูกที่กินจุกจิก เป็นหนึ่งในเรื่องที่ทำให้พ่อแม่ปวดหัวไม่น้อย ทุกมื้ออาหารอาจกลายเป็นเหมือนสมรภูมิเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยการต่อรองและเสียงบ่น เด็กบางคนไม่แตะผักเลย เด็กบางคนกินอยู่ไม่กี่เมนูเดิม ๆ จนพ่อแม่กังวลเรื่องโภชนาการและสุขภาพของลูก แต่จริง ๆ แล้ว “การกินจุกจิก” เป็นพฤติกรรมปกติของเด็กเล็ก และสามารถค่อย ๆ ปรับได้ด้วยความเข้าใจและการสอนอย่างใจเย็น

ab18b013-41ab-492e-ab80-31b3c2ac40f1.jpeg

ทำไมเด็กถึงกินจุกจิก?

นักวิจัยพบว่า เด็กเกือบครึ่งหนึ่งมีพฤติกรรมกินยาก โดยจะชัดเจนที่สุดตอนอายุประมาณ 3 ขวบ แล้วค่อย ๆ ลดลงเมื่อโตขึ้น เหตุผลหลักมาจาก ธรรมชาติและวิวัฒนาการ

  • เด็กมักหลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่คุ้นเคยหรือมีรสขม เช่น ผักใบเขียว เพราะบรรพบุรุษของเราเคยใช้สัญชาตญาณนี้เพื่อหลีกเลี่ยงพืชพิษ

  • ร่างกายมนุษย์โดยธรรมชาติโหยหาอาหารที่ให้พลังงานสูง เช่น เนื้อ ถั่ว ผลไม้หวาน หรืออาหารที่มีไขมันและน้ำตาล เพราะสมัยก่อนการหาอาหารยากลำบาก เราจึงถูก “ตั้งโปรแกรม” ให้ชอบอาหารที่อิ่มง่ายและให้พลังงานสูง

เมื่อเข้าสู่โลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยอาหารฟาสต์ฟู้ดและขนมแปรรูป เด็ก ๆ จึงถูกดึงดูดด้วยรสชาติหวาน มัน เค็ม ที่ตอบสนองสมองได้ทันที แต่ขาดคุณค่าทางโภชนาการ ส่งผลให้พฤติกรรมกินจุกจิกยิ่งชัดเจนขึ้น

สิ่งแวดล้อมยุคใหม่กับพฤติกรรมการกิน

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เด็กเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากสภาพแวดล้อมที่เราสร้างขึ้นด้วย

  • อาหารแปรรูปหาง่าย ราคาถูก และมีรสถูกใจเด็ก ทำให้พวกเขาอยากกินแต่ของเดิม ๆ

  • พ่อแม่บางครั้งยอมตามใจเพื่อหลีกเลี่ยงการทะเลาะในมื้ออาหาร เช่น ให้ไก่ทอดแทนผักต้ม

  • พฤติกรรมการกินที่บ้านจะส่งผลต่อทัศนคติเรื่องอาหารของลูกไปจนโต

ดังนั้น การรับมือกับการกินจุกจิกจึงไม่ใช่แค่การบังคับให้ลูกกิน แต่คือการสร้างนิสัยการกินที่ดีตั้งแต่วัยเล็ก

dc1281b3-321d-4c76-86a1-0b5d98262d19.jpeg

9 เคล็ดลับเอาชนะนิสัยกินจุกจิก

  1. ให้ลูกมีส่วนร่วมในมื้ออาหาร
    ชวนลูกไปเลือกวัตถุดิบหรือช่วยทำอาหารง่าย ๆ เด็กจะรู้สึกภูมิใจและอยากลองชิมในสิ่งที่ตัวเองมีส่วนร่วม

  2. ผสมความคุ้นเคยกับความใหม่
    วางอาหารที่ลูกคุ้นเคยไว้ข้าง ๆ อาหารใหม่ ๆ เด็กจะรู้สึกปลอดภัยและกล้าลองมากขึ้น

  3. เริ่มจากปริมาณเล็ก ๆ
    เสิร์ฟอาหารใหม่เพียงคำสองคำ เพื่อลดแรงกดดันและให้โอกาสลูกได้ชินกับรสชาติ

  4. สร้างบรรยากาศการกินที่ดี
    ทำให้มื้ออาหารเป็นช่วงเวลาที่ผ่อนคลาย สนุก และไม่มีการบังคับ เด็กจะเปิดใจลองของใหม่ได้ง่ายขึ้น

  5. ปิดสิ่งรบกวน
    เก็บมือถือ ปิดทีวี ให้ลูกมีสมาธิกับการกินและการลองอาหารใหม่อย่างเต็มที่

  6. ลองซ้ำ ๆ แบบใจเย็น
    บางครั้งเด็กต้องเจออาหารชนิดเดียวกันถึง 8–10 ครั้ง กว่าจะยอมกิน การลองซ้ำ ๆ อย่างไม่บังคับช่วยได้มาก

  7. อย่ารีบทำอาหารสำรอง
    ถ้าลูกไม่กิน อย่ารีบลุกไปทำเมนูโปรดให้ทันที เพราะจะยิ่งตอกย้ำพฤติกรรมกินจุกจิก

  8. อย่าใช้อาหารเป็นรางวัลหรือการลงโทษ
    เช่น บังคับให้กินผักแล้วถึงจะได้ของหวาน วิธีนี้ทำให้เด็กมองอาหารสุขภาพในแง่ลบ

  9. ทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี
    พ่อแม่กินผักผลไม้ให้เห็นบ่อย ๆ และแสดงความสนุกกับการกิน เด็กจะซึมซับและอยากทำตาม

38cda05d-3b33-442b-8cdb-28620f25f676.jpeg

สรุป: ใจเย็นและค่อยเป็นค่อยไป

การกินจุกจิกไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่เป็นช่วงหนึ่งของการเติบโต สิ่งสำคัญคือพ่อแม่ต้องใจเย็นและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับการกินอาหาร อย่าลืมว่าเป้าหมายไม่ใช่แค่ให้ลูก “ยอมกิน” แต่คือการสร้างนิสัยการกินที่ดีไปตลอดชีวิต

👉 ครั้งหน้าที่ลูกทำท่าจะปฏิเสธอาหาร ลองใช้เคล็ดลับเหล่านี้ดู แล้วคุณอาจได้เห็นการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่ทำให้มื้ออาหารสนุกขึ้นทั้งบ้าน

บทความที่เกี่ยวข้อง

การยึดมั่นในนิสัยที่ดีไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ยากลำบาก อย่างปีที่ผ่านมา หลายคนพบว่าตัวเองละเลยกิจวัตรที่เคยมี บางคนออกกำลังกายน้อยลง บางคนดื่มมากขึ้น ขณะที่เรารอการกลับสู่ภาวะปกติ บางทีนี่อาจเป็นโอกาสดีที่เราจะหันมาสำรวจว่า นั
ทำไมการสร้างนิสัยที่ดีจึงยาก? และเราจะเปลี่ยนตัวเองได้อย่างไร
การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมใดๆ ก็ตาม เช่น การเริ่มโปรแกรมออกกำลังกาย ล้วนมีความสำคัญและท้าทาย ขั้นตอนต่อไปคือการทำให้เป็นนิสัย หากการออกกำลังกายเป็นเพียงอีกหนึ่งภารกิจในรายการสิ่งที่ต้องทำที่ไม่มีวันสิ้นสุดของคุณ ก็คงไม่น่าจะยั่งยืน คุณมีแนวโน้ม
2025-08-07T07:21Z
เติมพลังให้ทุกวัน ด้วยการออกกำลังกายและดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ
เมื่อลูกน้อยพร้อมสำหรับอาหารเสริมเมื่อลูกน้อยอายุย่างเข้า 6 เดือน คุณพ่อคุณแม่หลายคนคงกำลังตื่นเต้นกับช่วงเวลาสำคัญที่ลูกเริ่มเปลี่ยนจากการดื่มนมแม่เพียงอย่างเดียว มาสู่การทำความรู้จักกับอาหารเสริมตามวัย หรือที่เรียกว่า "อาหารบด" ถึงแม้ว่าน
เมื่อลูกน้อยพร้อมสำหรับอาหารเสริม

บทความล่าสุดดูเพิ่มเติม

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายบ้านให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกอาหาร การออกกำลังกาย หรือการเฝ้าดูสัญญาณของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ หนึ่งในอุปกรณ์ที่เริ่มกลายเป็นของจำเป็นในทุกบ้านคือ เครื่องวัดความดันโลหิต เพราะโรคความดันโลหิตสู
OMRON HEM-7143T1 เครื่องวัดความดันอัตโนมัติ ดูแลสุขภาพง่ายขึ้นในทุกวัน
เคยยืนมองตู้แช่ในเซเว่นแล้ว “เอ๊ะ…” อยู่หน้าชั้น C-vitt ไหมสีส้มก็อยากลอง สีเหลืองก็ดูสดใส สีแดงก็เหมือนสายสวยผิวดี ไหนจะตัว 0% น้ำตาล หรือสูตรเข้มข้น 1000 มก. อีกสุดท้ายเลือกไม่ถูก ก็หยิบตามฟีลกันไปแบบงง ๆบทความนี้เลยขออาสามาเป็นเพื่อนฟิตเ
เครื่องดื่มวิตามิน C-vitt แต่ละสีแตกต่างกันยังไง เลือกให้ถูกสไตล์ ร่างกายยิ่งแฮปปี้
เช้าไหนรีบมาก ๆ หลายคนมักเลือก “อะไรก็ได้” เป็นอาหารเช้า ซึ่งดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่แท้จริงแล้วมื้อแรกของวันมีอิทธิพลต่อ สมอง มากกว่าที่หลายคนคิด สมองใช้พลังงานมากถึง 20% ของแคลอรี่ทั้งหมด ที่ร่างกายได้รับในแต่ละวัน และต้องการสารอาหา
ถึงเวลาช่วยสมอง! เลิก 5 อาหารเช้ายอดฮิต ทำสมองเสื่อม-แก่เร็ว เสี่ยงมะเร็งไม่รู้ตัว